First time in Mexico!

หลังจากที่พวกเราสองคนท่องเที่ยวอยู่ใน LA อยู่สักพักนึง (ประมาณ 5 วัน) ก็ถึงเวลาที่เราต้องบินไปเม็กซิโกแล้วจ้า ตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย(สำหรับแพม ครั้งนี้ครั้งแรกเลย)…พวกเราออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติในกรุง LA โดยใช้บริการสายการบิน Alaska Airline ออกเดินทางจากสนามบินประมาณ 11.00 ตอนเช้าของวันที่ 5 ก.ค. 2555 ใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมงถึงเม็กซิโก ซิตี้ พอพวกเราถึงเม็กซิโกก็เย็นซะแล้ว คือเวลาที่เม็กซิโกจะเร็วกว่าเวลาที่เมกาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนประเทศไทยนั้น เม็กซิโกจะช้าไปประมาณ 12 ชั่วโมงกับอีก 15 นาที เครื่องบินของพวกเราไปลงจอดที่สนามบินนานาชาติในกรุงเม็กซิโกซีตี้ จากนั้นพวกเราสองคนก็ต้องนั่งรถต่อไปอีกเมืองนึงซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงของเม็กซิโกประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองนั้นชื่อเมื่อง Puebla คะ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก สวยงามมากเลยคะ เป็นหุบเขา เหมือนไปเชียงใหม่ คือระหว่างทางจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ไปเมืองเพียวบรานั้นจะเป็นเขา เป็นเนิน ถนนหนทางจะขึ้นดอย ลงดอยตลอด รถบัสส่งพวกเราไปยังในตัวเมืองเพียวบร่าในที่สุด อากาศที่นั้นถือว่าเย็นนะสำหรับแพมซึ่งมาจากประเทศไทย…คือพูดง่ายๆอากาศเย็นกว่าหน้าหนาวบ้านเราที่เชียงใหม่ ขนาดเป็นช่วงหน้าฝนของเค้า…พอรสบัสไปถึงยังสถานี พ่อของนิคก็รอพวกเราอยู่ที่นั้นแล้วคะ …สวมกอดและทักทายแบบคนเม็กซิกันแล้ว(เรายืนอยู่ด้านหลัง ทำไรไม่ถูกเลย เขินแทนวะ) พวกเราก็ขับรถกลับบ้านกัน…เหนื่อยจริงๆวันนี้

DSC00228เมืองหลวงของประทศเม็กซิโก “กรุงเม็กซิโกซิตี้” ใหญ่มาก อยู่บนเครื่องบินแล้วมองลงมา ดูแออัดยังไงไม่รู้ แต่ยอมรับนะว่าประเทศนี้สีสรรเยอะ…ฝาผนังบ้านแต่ละหลัง ไม่ใช่สีโทนอ่อนๆเลย สีแจ่มๆ สดๆ จ้า เช่น สีส้ม สีเหลือง สีแดง สีเขียว สีน้ำตาล เป็นต้น ถนนหนทางในเมืองเม็กซิโก ซิตี้ถือว่าโอเคเลยนะคะ ไม่มีหลุม ไม่มีบ่อ

DSC00245ทางไปเมือง Puebla เมืองทางตอนใต้ของเม็กซิโก้ เป็นป่าเป็นดอย แต่วิวสวยงามมากกก เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปประมาณชั่วโมงครึ่ง โดยสารด้วยรถยนต์ ถนนหลวงของเมืองนี้ดีมากๆ เรียบ สมูธ แต่พอเข้าลึกๆไปถนนสายย่อย หรือในตัวเมือง จะพบว่า หลุมเยอะมาก ขับไปต้องหลบหลุมไม่พอต้องระวังลูกกระโดด มันเยอะ คนที่นู้นเรียกลูกกระโดดว่า โตเปส (Topez) แล้วสร้างไว้สูงด้วยนะ คือรถเก่งที่ช่วงล่างต่ำๆอะ ระวังเลย บอบช้ำหมดแน่นอนช่วงล่างของรถ …ยิ่งถ้าหน้าฝน ทำใจเลยนะคะ เหมือนน้ำท่วมเลยถนนแต่ละสาย ย้ำนะคะ แค่ถนนเส้นเล็กๆ ไม่ใช่ถนนสายหลักหรือถนนหลวง

DSC00249บางคนอาจจะคิดว่าเม็กซิโกเป็นประเทศที่ร้อน เราขอบอก ณ.ที่นี่เลยว่า ไม่จริง!! หนาวกว่าเชียงใหม่บ้านเราหลายเท่า ต้องใส่เสื้อหนาวตลอดเวลา ยิ่งเวลากลางคืนเย็นมาก ไม่อยากอาบน้ำเลยDSC00251ร้านค้าทั่วไปหลักๆของประเทศนี้ ชื่อร้าน OXXO ออกเสียงว่า อ็อกโซ่ คล้ายๆกับเซเว่นบ้านเรา ซึ่งเค้าผูกขาดกับปั๊มน้ำมันประเทศเค้า ยี่ห้อปั๊มมียี่ห้อเดียวคือ PEMEX ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของ คือพูดง่ายๆถ้าเจอปั๊มน้ำมัน ก็จะเจอร้านนี้…นิคจอดซื้อซิมที่ร้านนี้ก่อนเข้าบ้าน 

 บ้านของนิคอยู่ห่างจากตัวเมือง Puebla ไปประมาณ 20 นาที ถือว่าเป็นชานเมือง…รถไม่ติดเลย เพราะเป็นเวลาที่ค่อนข้างดึกแล้ว พอถึงบ้านปุ๊บแพมก็เจอคุณป้า Alicia และคุณป้าฮวนน่า ยืนตอนรับอยู่หน้าปากประตูบ้าน ป้าอลิเซียเป็นแฟนใหม่ของคุณพ่อนิค ส่วนป้าฮวนน่าเป็นแม่บ้านของบ้านนิคคะ ป้าเค้าเป็นทั้งแม่บ้าน แม่นม พี่เลี้ยงของนิคและน้องสาวตั้งแต่เด็กๆเลยคะ ดังนั้นนิคจีงนับถือเค้าเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเค้า นิคบอกว่าเดี๋ยวอยู่ๆกันไปแพมกับเค้าก็จะชินและไม่เขินอายกันอย่างแน่นอน สบายใจได้ หน้าตาของคนเม็กซิกันในความคิดเรานะ เหมือนผสมผสานหลายเชื้อชาติอยู่(ในอดีตนมนามมาแล้ว) หน้าตาของคนแถวนี้จะคล้ายๆญี่ปุ่นนิดๆ อินเดียหน่อยๆ ที่เหลือก็จะเป็นสเปน จมูกโด่งๆ คนเม็กซิกันแท้จริงแล้ว จะเตี้ยต่ำ ผิวคล้ำPicture 306บ้านของคนที่นี้ส่วนใหญ่จะมีหลังคาเรียบ บนหลังคามีท่อน้ำระบายน้ำออกจากหลังคาเวลาฝนตกหนักๆ เป็นการป้องกันหลังคารั่วและน้ำขัง นอกจากนี้คนแถวนี้นิยมสร้างบ้านจากดิน หรือพูดง่ายๆคือบ้านดิน มีสไตล์ของตัวเอง ชอบทาสีผนังบ้านด้วยสีฉูดฉาด เช่น สีแดง สีเขียว สีส้ม เป็นต้น ไม่ค่อยเห็นใครทำสีเรียบๆเช่นสีขาว ถ้ามีก็จะมีน้อยมาก เช่นบ้านของพ่อนิค หลังนี้

Picture 607เย็นนี้ป้าอะลิเซียโชว์ฝีมือทำอาหารง่ายๆสำหรับพวกเรา เป็นอาหารท้องถิ่นเลยก็ว่าได้ เป็นตอติญ่าข้าวโพดกับสลัดต้นกระบองเพชรหูมิกกี้เม้าท์ ผสมกับผักนานาชนิด เช่น ผักชี หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศและน้ำมะนาวนิดนึง รสชาดของสลัดต้นกระบองเพชร ถ้าถามว่าอร่อยมั้ย สำหรับแพมคือมันแปลกๆอ่า คืออยู่ที่ไทยเราไม่กินกันนอะ พอมาที่นี่เลยกลืนไม่ค่อยลง รสชาดมันจะเหมือนถั่วฝักยาว กรุบๆ แต่ไม่มาก และจะเมือกมากเลยที่เดียว ส่วนอาหารอีกอย่างที่ป้าเค้าทำให้พวกเรา คือ ผัดฟังค์ไจของข้าวโพด มันเป็นฟังค์ไจสีดำๆของข้าวโพดที่เสียแล้ว คือเค้าจะแกะฟังค์ไจของมันมากิน ลักษณะเป็นสีดำๆขาวๆเหมือนดอกตูมๆอะไรสักอย่าง ในห้างสรรพสินค้าแถวๆนี้มีขายเยอะแยะ ราคาก็ถือว่าปานกลางถึงแพงมาก รสชาดของผัดฟังค์ไจข้าวโพดนั้นมันจะออกขมๆนิดนึง ไม่มาก เวลาคนที่นี้ผัดเขาจะใส่เกลือแทนน้ำปลาหรือซีอิ๊วขาว  และหั่นพริกฮาลาเปนโย่ลงผัดด้วยกัน อร่อยเหมือนกันนะเมนูนี้หรือเพราะว่าพวกเราหิวไม่รู้ กินเกือบหมดจาน จานนี้กินคู่กับข้าวเม็กซิกัน ไม่ใช่ข้าวสีแดงๆที่ใส่ซอสซัลซ่านะคะ แต่เป็นข้าวหุงสไตล์เม็กซิกันธรรมดาๆ สีขาว แต่ต่างจากข้าวหุงที่ไทยนะ คือเวลาคนที่นี้เขาหุ่งข้าว เขาจะใส่น้ำมันลงไปด้วย ใส่กระเทียม -ข้าวโพด บล็อคคลอลี่ แครอท ลงไป ดังนั้นเวลาหุ่งเสร็จออกมาข้าวจะมันๆลื่นๆหอมกระเทียมและผักที่เราใส่ลงไป แต่แพมว่ากินแบบนี้ทุกวันก็ไม่ดีนะ แคลอรี่สูงเพราะขนาดหุงข้าวเฉยๆยังใส่น้ำมัน แต่ก็ได้วิตามินจากผัก

คนที่นี่จะกินข้าวสามมื้อเหมือนบ้านเรา แต่ต่างกันที่เวลา ข้าวเช้าคือจะตามเวลาปกติ เหมือนบ้านเรา ประมาณแปดโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมง บางบ้านอาจจะกินเวลาเที่ยงวันก็เป็นไปได้ ส่วนอาหารจานหลัก และมื้อใหญ่สำหรับคนที่นี้จะเป็นมื้อเที่ยงคือประมาณ บ่ายสองโมงเป็นต้นไป ร้านค้า ร้านอาหารแถวนี้จะปิดเวลานี้หมด บริษัทจะให้พนักงานพักกินข้าวเวลานี้ บางคนบ้านใกล้ที่ทำงานก็จะไปกินข้าวที่บ้านกัน ส่วนอาหารมือสุดท้าย มื้อเย็น พูดง่ายๆคือคนที่นี่ไม่ได้กินอาหารเย็นแบบเอาจริงเอาจังเหมือนบ้านเรา เช่นบ้านเราชอบกินหมูกระทะมื้อเย็น อิ่มที่สุดสำหรับมื้อนี้ แต่สำหรับคนที่นี่เค้าจะไม่กินอาหารเย็นกันหนักๆ(ยกเว้นบางคนกระเพาะใหญ่ กินเยอะได้อีก ซึ่งสำหรับแพม แพมว่าเป็นการแบ่งมื้ออาหารที่ไม่ถูกต้องเลย(โดยเฉพาะร่างกายของแพม) เพราะอะไร? เพราะว่าเรามักจะไปหิวตอนใกล้เข้านอน เวลาเราจะนอน ทำให้เราอ้วนง่ายขึ้น เพราะกินแล้วก็นอน คนที่นี่อ้วนเยอะมาก โดยเฉพาะผู้หญิง ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งอ้วน ) อาหารมื้อเย็นของคนที่นี่เค้าจะกินพวกขนม ขนมหวาน ถั่วทุกชนิด ช็อกโกแล๊ต ชา กาแฟ นมอุ่นๆ บางคนออกไปกินนอกบ้านเลยที่เดียว เช่น กินทาโก้ ตอติญ่า สลัด

DSC00289นี่คือตัวอย่างขนมหวานที่คนเม็กซิกันชอบกินกัน ทำจากเมล็ดฟักทองกวนล้วนๆ รสชาดมันส์ หวานอร่อย ถูกปากแพมนะขนมอันนี้ (เหมือนจะมีไม่กี่อย่างที่ถูกปาก) ราคาก็ไม่แพงมากคะ ประมาณ $15 (15 เปโซ หรือประมาณ 45-50 บาท บ้านเรา)

เราสองคนนั่งคุยกันป้าๆ คุณพ่อได้สักพักต้องขอเวลาเข้านอนละคะ ง่วงจริงๆ ตาทั้งสองข้างของแพมเมื่อยมากๆ ปวดตา แต่ประสาทของแพมยังแอคทีพอยู่เลย ไม่ง่วง คิดว่าเป็นเพราะ jet lag แต่ถึงเวลาพักผ่อนแล้ว ยังไงก็มาติดตามโพสหน้านะคะ  เจอกันจ้า…คืนนี้นอนหลับฝันดีคะ Z Z Z zz z…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

การกลับไปเยือน Ixhuacan de Reyes อีกครั้ง

การกลับไปเยือน Ixhuacan de Reyes อีกครั้ง

เมื่อสามปีที่แล้วแพมมีโอกาสมาอยู่ที่เม็กซิโกประมาณ 6-7 เดือน แต่อยู่หลายๆเมืองค่ะ แต่หนึ่งในนั้นคือ Ixhuacan de Reyes ณ ตอนนั้นแพมจำได้ว่า แพมอยากเรียนรู้เรื่องการทำชีสไตล์เม็กซิกัน ชีสเม็กซิกันมีหลากหลายชนิดนะคะ ไอ่ตัวที่แพมปลื้มมากที่สุดก็คือชีสวาฮาก้า (Oaxaca Cheese) เป็นชีสที่ละลายเมื่อถูกความร้อนและมีขั้นตอนที่ทำยากกว่าชีสชนิดอื่นๆซักหน่อย ตอนนั้นจำได้ว่าไปตามตื้อเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านของพ่อสามีในรัฐพวยบร้า(Puebla) เขารับปากเราเป็นดิบเป็นดีค่ะ แต่พอถึงเวลานัดจริงๆ เขากลับไม่อยู่บ้าน บ้านปิดสนิท เงียบกริบ ตอนที่แพมเจอครั้งแรกแบบนี้ แพมก็มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนนะ ” อ่อออ ก็เป็นเพราะเขาไม่ว่างจริงๆหรือเขามีธุระด่วน” แต่พอเจอแบบนี้เข้าบ่อยๆ รวมแล้ว 3 ครั้งรวด จนเราท้อเลยค่ะและรู้สึกไม่ดีเลยกับคนเม็กซิกัน (เพราะเขารับปากเราเป็นหมั้นเป็นเหมาะ บอกเวลาเป๊ะๆด้วย) และด้วยความใจดีของเรา ทุกๆครั้งที่เขาบอกว่า […]

มุดโบสถ์เม็กซิกันเพื่อภูเขาไฟ!

มุดโบสถ์เม็กซิกันเพื่อภูเขาไฟ!

เพิ่งกลับมาถึงประเทศไทยคะ jet lag อยู่ประมาณ 2-3 วัน ถือว่าไม่มากนะคะถ้าเทียบกับคนอื่นๆ บางคนกินเวลาไปเกือบเดือนเลย(แม่ของนิคเป็นคะหลังจากมาเที่ยวที่ประเทศไทย 2 อาทิตย์) กว่าที่ร่างกายจะฟื้นคืนสภาพเข้าสู่โหมดเดิม แพมไม่ได้เขียนอัพเดทบล็อคเกี่ยวกับเม็กซิโกมานานมากแล้วคะ เป็นเพราะช่วงเวลาที่อยู่ที่นั่นแทบจะไม่มีเวลาเลยคะ ไปนู้นไปนี่อยู่ตลอดเวลา พอกลับมาถึงบ้านมันก็เพลียแล้วก็อยากนอนเลย เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันเลยกับวันที่ 3 ในประเทศเม็กซิโก ————————————————————————————————- วันที่ 3 ในประเทศเม็กซิโก พวกเราทั้งสองคนตื่นนอนกันในเวลาประมาณ 9 โมงเช้าคะ วันนี้ตื่นเช้าหน่อยเพราะคุณพ่อของนิคมาปลุก(คือคุณพ่อหิวข้าว) พวกเรามีนัดไปกินข้าวกันนอกบ้านคะสำหรับมือเช้า ร้านอาหารที่เราไปกินก็ใช่ว่าจะอยู่ไกลจากบ้านมากนะ ขับรถไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้วคะ เป็นร้านเล็กๆที่ขายอาหารจำพวกทาโก้ ตอติญ่า อาหารเม็กซิกันทั่วไป และน้ำผลไม้ปั่น […]

อ่อ…พึ่งรู้ว่าเขาขายต้นไม้กันแบบนี้ที่เม็กซิโก

อ่อ…พึ่งรู้ว่าเขาขายต้นไม้กันแบบนี้ที่เม็กซิโก

หลังจากที่พวกเราไปเยี่ยมชมโบสถ์ข้างๆร้านอาหาร พ่อของนิคนึกอะไรไม่รู้ เค้าอยากให้แพมและนิคปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้นที่สวนหน้าบ้าน(เพื่อเป็นที่ระลึก) เค้าบอกว่าดีออกถ้ามีต้นไม้สองคนช่วยกันปลูก ตลาดที่ขายต้นไม้นั้นอยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้านที่เราอยู่ประมาณ 30 นาทีคะ เป็นเมืองที่ชื่อ Atlixco พื้นที่ของเมืองๆนี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร ตลอดทางที่เราขับเราเข้าไปในตัวเมืองจะพบเจอทุ่งข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราคงเห็นเป็นทุ่งนา คนที่นี่กินข้าวโพดเป็นอาหารหลักคะ คือเค้าจะปลูกข้าวโพดหลากหลายสายพันธุ์มาก มีตั้งแต่ข้าวโพดสีเหลือง สีขาว สีน้ำเงิน(จริงๆนะ) เป็นต้น ซึ่งหลักคือเค้าจะนำมาทำเป็นแผ่นตอติญ่า นอกจากข้าวโพดแล้วชาวนาที่นี่ยังปลูกต้นกระบองเพชรหูมิกกี้เม้าท์ เป็นฟาร์มเลยคะ เยอะมากกกก คือถือว่ากินกันเป็นล่ำป็นสันเลยที่เดียว เมือง Atlixco เป็นเมืองเล็กๆคะ แต่เค้ามีตลาดดอกไม้และต้นไม้ประดับที่ใหญ่มาก ถ้าใครเคยมาเชียงใหม่แล้วมีโอกาสไปกาดคำเที่ยง ตลาดขายดอกไม้ ต้นไม้รายใหญ่ของเชียงใหม่ ตลาดที่ Atlixco มีขนาดใหญ่กว่ากาดคำเที่ยงประมาณ […]