แบกหมูในงานเลี้ยงเม็กซิกัน

This post was adapted from my old blog. I want to use the old one to focus only on my Bakery Business,The Dorm Bakery.

ทิ้งช่วงไปนานเลยกับการเขียนทริปเม็กซิโก…มันก็หลายๆอย่างที่ทำให้ไม่มีเวลาเขียน หลักๆคือจำไม่ค่อยได้ว่าตัวเองทำอะไรไปแล้วบ้างที่นั้น ต้องกลับไปค้นไดอารี่ที่เคยเขียนไว้ตอนไปอยู่ที่นั้น ส่วนเหตุผลที่สำคัญสุดๆคือ ไม่ค่อยมีเวลาเลยคะช่วงนี้ (วันนี้โดดเรียนนวดแผนไทย เพราะปวดข้อมือมากๆ หลังจากเมื่อวานออกไปทำบุญเป็นอาสาสมัครนวดฟรีที่วัดบ้านท่อกับโรงเรียน)วันนี้เลยขอพักผ่อนร่างกาย ทำขนมอยู่บ้านสักวันน้าา คริคริๆ  —- จากโพสที่แล้วเกี่ยวกับเม็กซิโกแพมยังคุยเกี่ยวกับวันที่ 3 ยังไม่จบเลย เป็นเพราะวันนั้นเป็นวันที่พวกเราทำกิจกรรมมากที่สุดโดยเฉพาะการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง

—————————————–

หลังจากที่พวกเราทางข้าวเย็นเสร็จที่ร้านอาหารในตัวเมืองแอทลิสโก้(Atlixco,Mexico) ทุกคนก็แยกย้ายกับบ้านกันโดยเฉพาะพวกผู้ใหญ่ แพม นิคและเทียเอโก้เพื่อนของนิคยังมีนัดกันต่ออีก ซึ่งวันนั้นพวกเราต้องไปงานเลี้ยงที่บ้านของแม่บ้านของนิคคะ ชื่อ ฮวนน่า ที่บ้านของฮวนน่าวันนี้มีงานพิธีกรรม  Baptism คือพิธีที่เด็กตัวเล็กๆในบ้านที่เกิดเข้ารับการเป็นชาวคริสต์ (บ้านเราคงเหมือนการแสดงตนเป็นพูทธมามะกะ) เรื่องของเรื่องคือฮวนน่ามีหลานชายเกิดใหม่ 1 คนตัวเล็กๆ เป็นเบบี้อยู่เลย อายุประมาณ 10 เดือนได้มั้ง ดังนั้นที่บ้านของเธอเลยต้องจัดงานเลี้ยงกันแบบว่าครึกครื่นมากสำหรับพิธีนี้

พวกเราไปถึงบ้านของฮวนน่าก็มืดแล้วคะ เหตุที่มืดก็เพราะพวกเรากลับไปแช่อยู่ที่บ้านสักพัก ขอพักเหนื่อยหน่อย แหะๆๆ วันนี้ทั้งวันเลย และอีกอย่างมีเพื่อนนิคอีกคนจะมาแจมด้วย พวกเราเลยต้องเค้าด้วย เค้าคนนั้นชื่อมานูเอลคะ มากับแฟนของเค้าที่ชื่อ มากี้ (สองคนนี้กลายมาเป็นเพื่อนที่แพมรักมากๆถึงมากที่สุดในเม็กซิโก นิสัยดีมากกกกกกกก) พวกเรานัดเจอกันที่บ้านของนิค ก่อนเดินทางไปบ้านของฮวนน่า …คืนนั้นอากาศหนาวมากเลยคะ แพมอยากจิบอะไรที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาบ้าง วันนั้นจัดไปเลย เตกีร่า จำได้ว่าซัีดไปหลายช็อตอยู่ พวกเราอยู่บ้านรอมานูเอลกับมากี้สักพัก พอพวกเค้ามาถึง(นิคดีใจสุดๆ) เพราะเป็นวันแรกเลยที่เค้าเจอเพื่อนของเค้าคนนี้ พวกเราก็เอาของฝากจากไทยให้เค้าคะ (มานูเอลถูกใจกับของฝากจากไทยมากๆ ยิ้มไม่หุบเลย แพมกับนิคลยพลอยดีใจไปด้วย ^________^ ) ส่วนมากี้แฟนของเค้าได้ตุ้มหูที่ทำมาจากไม้คะ เป็นรูปช้าง (ซื้อมาจากถนนคนเดินชียงใหม่เลยนะเนี่ย Walking Street, Chiang Mai ) หลังจากที่เจอกัน ทำความรู้จักกันเสร็จ ถึงเวลาออกล่า(งานปาร์ตี้) ที่รู้อย่างเดียวตอนนั้นคือเริ่มมึนละคะ เพราะเตกีร่า หนาวก็ไม่หนาวละ ไม่ได้เสื้อกันหนาวเลยคืนนั้น

(ก่อนที่ผู้อ่านที่เคารพทุกท่านจะอ่านบทความต่อไปนี้ แพมอยากจะให้ทุกคนเปิดใจให้กว้างก่อนนะคะ โปรดอย่าคิดว่าคนเม็กซิโกเป็นคนที่โหดร้ายแต่อย่างไร พิธีกรรมนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของเค้าคะที่มีมานานแล้ว บ้านเรา(ไทยแลนด์ Thailand) ก็ทำกันคะ แต่แค่พิธีกรรม สิ่งของหรือการใช้สิ่งมีชีวิตต่างกันเท่านั้น)

พวกเราขับรถไปถึงหน้าบ้านของฮวนน่าแม่บ้านของนิค(เป็นแม่นมด้วย) บ้านเงียบกริบ ไฟบ้านก็ไม่เปิด เฮ้ย! วันนี้พวกเรามาผิดวันรึป่าวคะ ไม่ได้ผิดวันคะแค่เค้าไม่ได้จัดกันที่นี้คะ งานพิธีกรรมจัดที่บ้านของลูกชายของเค้าซึ่งบ้านของลูกชายอยู่ห่างจากบ้านฮวนหน้าไปประมาณ 20 นาที เป็นอีกหมู่บ้านนึงถัดไปคะ ถ้าให้พวกเราขับรถสุ่มกันไป พวกเราไปไม่ถูกกันหรอกคะ พวกเราทั้งหมดเลยรอลูกชายคนเล็กของฮวนน่ามารับและเป็นไกด์นำทางให้แก่พวกเรา รอสักพักลูกชายของฮวนน่าก็มาละคะ …พวกเราขับรถตามเค้าไปติดๆ ถนนหนทางในหมู่บ้านถัดไปนี้แคบมากๆและมันเป็นตรอกเป็นซอยเยอะ แต่ในที่สุดพวกเราก็ไปถึง เวลาพวกเราขับรถใกล้เข้าไปในงานเรื่อยๆจะรู้เลยว่าบ้านหลังไหนที่มีงาน เพราะดนตรีมันจะดังสั้นสะเทือนมาก ประมาณกำลังเที่ยวงานวัด ที่มีรถไต่ถังอะไรด้วยประมาณนั้น พวกเราจอดรถกันหน้าบ้านของลูกชายเค้าซึ่งมีที่จอดรถที่กว้างมากๆ เป็นทุ่งหญ้า(จริงๆเป็นของสาธารณะ) อยากจอดที่ไหนก็จอดเลยจ้า โอโห้! งานเลี้ยงที่นี้สุดยอดดีแหะ มีไฟดิสโก้เทคด้วยอะ ชาวบ้านมาร่วมงานกันเยอะมาก มาช่วยกันทำอาหาร ช่วยกันจัดงาน จัดสถานที่ เหมือนประเทศไทยเลย!!

Picture 525เข้าไปในงานปุ๊บ เราจะเจอป้ายนี้เลยคะติดอยู่ฝาผนังบ้าน เด็กที่เกิดใหม่คนนี้มีชื่อว่า SANITIAGO ชื่อดูไฮโซเรียกยาก ออกแนวภาษาละติน แต่แพมคิดว่าพอโตขึ้นชื่อก็จะหดลงๆ เอาไปเอามาเพื่อนๆอาจจะเรียก ” ไอ่โก้ GO ” ฮ่าฮ่าๆ เหมือนนิคไง ชื่อจริงชื่อนิคโคลัส แต่ตอนนีทุกคนเรียกแค่ นิค หรือ นิคโก้ ส่วนแพมจะเรียกนิคว่า หมูน้อย (Moo-Noi : Tiny Pig)

Picture 526บรรยากาศในงานคะ เหมือนบ้านเราเป๊ะๆเลยนอะ ดูผ้าเต๊นท์ซิ สีเหลืองน้ำเงิน หมู่บ้านที่ดอยสะเก็ดของแพมมีผ้าเต๊นท์สีนี้เลย บริจาคโดยผู้ว่าเชียงใหม่ในตอนนั้น  นอกจากนี้มีของตกแต่งระโยงระยางก็คล้ายๆงานเลี้ยงในประเทศไทยเลย ^^Picture 527

อาหารที่เค้าเลี้ยงกันในงานวันนั้นเป็นอาหารเม็กซิกันดั้งเดิมที่ใช้เวลาทำนานมากๆ ประมาณ 3 วันและที่สำคัญส่วนผสมมันเยอะจริงๆ ที่เห็นตรงหน้านี้เป็นข้าวเม็กซิกัน(Mexican Rice) คะที่เห็นสีแดงส้มๆเป็นเพราะเวลาเค้าหุง เค้าจะหุงกับมะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ กระเทียมกลีบใหญ่ๆ น้ำมัน และเกลือนิดนึงคะ อร่อยมากๆ ข้าวของคนเม็กซิกันจะเนื้อร่วนไม่ติดกันเลย เพราะเค้าใส่น้ำมันพืชลงไปด้วยเวลาหุง และหุงโดยไม่ใช้หม้อหุงข้าวเลย

Picture 530อาหารจานหลักของวันนั้นคะ ข้าวหุงสไตล์เม็กซิกัน เสริฟคู่กับโมเล่ไก่ Mole (ดำๆ มันๆ) ไอ่จานดำๆนั้นทำยากมากเลยนะคะ มีสวนผสมเยอะ ที่รู้ๆคือ ใส่ช็อกโกแล๊ต อบเชย เครื่องเทศหลากหลายชนิดไปด้วย ฮวนน่าแม่บ้านของนิคบอกว่า โมเล่เป็นอาหารที่ใช้เวลาประมาณ 3 วันเพราะต้องหมักและตุ๋นไปเรื่อยๆ มีส่วนผสมประมาณ 30 อย่างขึ้นไปใน 1 ถ้วย !! โมเล่จะมี 3 ประเภทนะคะที่แพมได้ยินมา มีโมเล่สีเขียว(ทำจากพริกสด พริกเม็กซิกัน) โมเล่สีดำ และโมเล่สีน้ำตาล ไอ่สองอันหลังนี้จะทำจากพริกแห้งเม็กซิกัน สำหรับแพม แพมได้ลองแค่ 2 อันหลังเอง อร่อยดีคะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคืนนั้นเป็นเพราะหิวหรือป่าว แต่รู้อย่างเดียวว่ารสชาดมันเป๊ะอะ ปกติแพมต้องเติมเกลือตลอดเลยว่ากินอาหารเม็กซิกัน เพราะรสชาดบ้านเค้าจะค่อนออกกลางๆ สำหรับรสเค็ม (แต่แพมชอบเค็ม)Picture 539

ที่แปลกที่สุดในงานพิธีกรรมนี้คือ เค้าจะมีการเต้นซัลซ่า Salsa Dance (แต่แค่ซัลซ่ามันจะแปลกอะไร ใช่มั้ย? เพราะประเทศเม็กซิกันก็โด่งดังเรื่องการเต้นซัลซ่าอยู่แล้ว) แต่ที่นี้มันแปลกสำหรับแพมคือ พิธีกรรมนี้เค้าจะเต้นกับไก่งวง(Turkey) ที่มีชีวิตอยู่!!!!กับหมูที่เสียชีวิตแล้ว!!! ช็อก! คือสงสารไก่งวงอ่า (เสร็จงานนี้คือต้องฆ่ากูเท่านั้นแหละ ไก่งวงคงจะคิดแบบนั้น) เดี้ยงและน็อคเท่านั้น ….ในรูปแพมยืนถ่ายกับคุณพี่ผู้ชายที่แสนจะภูมิใจกับวิถีการปฏิบัตแบบนี้ เรียกแพมกับเพื่อนแพม มากี้(ผู้หญิงหน้าอินเดียๆ เสื้อขาว แต่ไม่ใช่คนอินเดียนะคะ คนเม็กซิกันร้อยเปอร์เซ็นต์ มากี้บอกว่า มีแต่คนทักว่าเธอเป็นคนอินเดีย ^^ )มาถ่ายรูป “มาๆ ๆ ” ประมาณว่ามันเจ๋งนะครับ! แพมก็สงสารไก่งวงนะ แต่มานั่งคิดอีกทีนึง ก็ให้ทำไงอ่า มันป็นวัฒนธรรมของเค้า ในประเทศไทยบางหมู่บ้านก็ฆ่าไก่ เป็ด หมู …บางที่ถึงขั้นล้มวัว ล้มควายกันเลยที่เดียว เพื่อบูชาผีสาง เทวดา เออออออ …นะ มนุษย์…ปลง >.,< ซวยจริงๆไก่งวงตัวนี้  ต้องถูกสังเวยชีวิตเพื่อบูชายัญซะแล้ว! มันคงคิดว่ามันทำบุญมันเท่านี้จริงๆ ไม่ตายวันนี้ก็ต้องถูกฆ่าสักวัน เช่นเทศกาลขอบคุณพระเจ้า Thanksgiving ที่คนอเมริกันจะอบไก่งวงกินกัน

Picture 546เมื่อกี้ไก่งวงเป็นนางเอก พระเอกมาละ หมูที่เสียชีวิตไปแล้ว(Dead Pig) เค้าจะผ่าครึ่งนึงและจะเอาพาดคอเพื่อเอาเต้นซัลซ่าด้วย Salsa Dancing มันหนักมาจริงๆคะขนาดแค่ครึ่งตัวนะ ในการแบกหมูนี้พวกผู้ชายจะรับหน้าที่ ส่วนผู้หญิงจะเต้นกับไก่งวงแทน ชาวบ้านพยายามให้นิคแบกหมูไว้บนบ่าแต่นิคไม่เอาเลย เพราะมันเหม็นคาว และเหม็นกลิ่นน้ำมันหมู เวลาเราเอาพาดบนบ่าหรือหลังของเราเสื้อผ้าของเรามันก็สกปรกทันที มีน้ำหยิ้มๆไหลออกมา กลับบ้านไปต้องเปลี่ยนเสื้อใหม่เลย…ถ้าใครมาเที่ยวเม็กซิโกลองขอคนเค้าแบกดูนะ อาจจะประทับใจและเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ดีจนลืมไม่ลง ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆPicture 548ไม่หนาวเลยเพราะขวดนี้ เตกีร่า…แต่เป็นเตกีร่าที่ถูกๆบ้านสำหรับบ้านเค้านะ(แต่มาบ้านเราคงจะเริดหรูแล้ว) นิคบอกแพมว่ากินเยอะๆแล้วจะแฮ้งค์จ้ายี่ห้อนี้ แพมคิดว่ามันคงเหมือนเหล้ายี่ห้อเบนมอร์บ้านเราอ่า อยากจะอ้วก เป็นเหล้าที่แพมไม่ชอบที่สุด ถึงมากที่สุด ขนาดพูดตอนนี้ยังรู้สึกว่ากลิ่นมันมาที่คอแล้ว จำได้ว่าตอนอยู่ปี 2 แฮ้งค์สุดๆก็เหล้ายี่ห้อ เบนมอร์นี้แหละ สุดๆๆๆ  ตื่นมาอีกวันไม่กินอะไรสักอย่าง กินข้าวอีกทีตอนห้าโมงเย็น เป็นน้ำซุปร้อนๆ ลวกปาก หลาบจำจริงๆคะPicture 555มานูเอลเพื่อนของนิคขอลองแบกหมูนิดนึง (หลังจากที่แบกเสร็จ มานูเอลขอยืมเสื้อยืดที่บ้านของนิคเปลี่ยนทันทีเลย เพราะมากี้แฟนเค้าไม่อยากกอด หรือจูบเลย อยากจะอ้วก!)Picture 556ฮวนน่ากับเพื่อนบ้าน พยายามเต้นซัลซ่ากับไก่งวง โดยเหวี่ยงไก่งวงไปๆมาๆ ซึ่งถือแค่ปีกของมัน ..ไก่เอ่ย ไก่…ไก่หัวใจวายพอดี

Picture 560จังหวะดนตรีที่นี้แรงจริงๆ มันส์ สนุก พอเราได้ยินดนตีเค้าขึ้นปุ๊บ มันอยากเต้นจริงๆ จะควบคุมร่างกายและอารมณ์ไม่อยู่(เว่อร์ไปมั้ย?  แต่มันจริงๆนะ) คนที่นี้เค้าจะเต้นเป็นคู่ๆ โดยที่เราสามารถเปลี่ยนคู่เต้นไปได้เรื่อยๆตอนที่ดนตรีกำลังบรรเลง แพมเต้นจนปวดเอว รู้สึกขัดๆตรงกระดูกซี่โครงเลย สงสัยใส่ซะเต็มสตรีม

Picture 565บรรยากาศในงาน เวลาเราเต้นอยู่ คนที่แบกหมู แบกไก่งวงเค้าก็จะพยายามมาเต้นใกล้ๆกับเรา เหมือนอยากให้เรามี่สวนร่วมกับสัตว์ 2 ชนิดนี้ (แต่แพมไม่เอาได้มั้ย ขอเต้นธรรมดาๆกับคนก็พอ)Picture 567บรรยากาศในงาน สนุกแต่เหนื่อย แหกๆเลย แต่ต้องยอมรับเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากกกกก แพมมาเจอครั้งแรกเกิดอาการช็อคนิดนึง เพราะมันแค่เป็นวันที่ 3 ของทริปเม็กซิโกนอะ แต่อยู่ไปนานๆเริ่มจะชินซะแล้ว ยกตัวอย่างเช่น วัฒนธรรมทักทายของประเทศเค้าที่ต้องเอาแก้มมาชมกันทั้งสองด้าน แล้วทำเสียงเหมือนจุ๊บกัน ตอนแรกแพมไม่กล้าทำ รู้สึกมันไม่ใช่อะ(จริงๆ)  มันเขิน มันอาย บอกไม่ถูก แต่ตอนนี้มาเลย…มาสักกี่คนทำได้หมด ทำแบบไม่เขินอายเลยคะ เป๊ะกว่าคนเม็กซิกันอีกนะ ฮ่าฮ่าๆ :))

ใกล้จะสิ้นสุดละคะวันที่ 3 ของทริปเม็กซิโก ก่อนที่พวกเราจะกลับบ้านเข้านอน ยังมีปาร์ตี้อีกทีที่พวกเราต้องไปจอย เป็นปาร์ตี้งานวันเกิดของน้องสาวแอนตอนิโอ่ หรือ ตอนยอน เป็นเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของนิค ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน เพื่อนของนิคคนนี้เป็นลูกครึ่งเหมือนกันนิคคือแม่เค้าเป็นอเมริกัน ส่วนพ่อเป็นคนเม็กซิกัน…สถานที่ที่เค้าจัดงานปาร์ตี้นั้นอยู่ในตัวเมือง Cholula คะ ซึ่งอยุ่ห่างจากบ้านนิคไปประมาณ 20-25 นาที คนเยอะมากๆๆๆ พูดภาษาสเปนหมด ตอนแพมเข้าไปในงานเค้าใหม่ๆ ก็เขินบ้างอะไรบ้าง แต่พอดื่มเตกีร่าอีกสัก 3-4 ช็อต เท่านั้นแหละคะ ลิ้นอ่อนเลย พูดได้หมดภาษาสเปนแต่พูดไปเรื่อย ถูๆไถๆไป หลักๆก็จะสวัสดี Hola! ยินดีที่ได้รู้จัก Encantada/do   หรือ ขอบคุณ Gracias ประมาณนี้เลยสำหรับศัพท์พื้นฐาน วนไปวนมาอยู่สามคำ…แต่เราต้องอย่าลืมคำว่า Por Favor เวลาเราต้องการขอความช่วยเหลือจากคนเม็กซิกันนะคะ เช่นเราอยากถามว่าห้องน้ำไปทางไหนครับ/คะ  เราต้องเติม Por Favor โปรฟารโว เหมือนคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า Please (กรุณา/ได้โปรด) เพราะมันจะทำให้เราเป็นคนที่ดูสุภาพมากยิ่งขึ้น และเค้าก็จะเต็มใจช่วยเหลือเราด้วย :))

Picture 568ก่อนที่เราไปถึงงานปาร์ตี้วันเกิด พวกเราทุกคนต้องไปส่งเทียเอโก้เปลี่ยนเสื้อ เลยมีโอกาสไปเห็นอพาร์ตเม้นของเค้า อพาร์ตเม้นของเค้าอยู่ในตัวเมือง Cholula เหมือนกันคะ เป็นอพาร์ตเม้นที่ไม่ใหญ่มาก มีห้องครัว ห้องน้ำ ห้องน้ำ ครบหมด ราคาไม่แพงมากเลย เทียเอโก้บอกว่ารวมทั้งหมดประมาณหกพันกว่าๆ ขนาดอยู่ในตัวเมืองนะคะ เทียเอโก้เป็นศิลปินเหมือนกันคะ ดังนั้นในห้องจะค่อนข้างรกรุงรังนิดนิง แต่สังเกตในภาพทุกคนท่าทางจะไม่ไหวละ โคตรจะง่วงนอนเพราะจำได้ว่าเวลาตอนนั้นมันก็เกือบตี 2 ไปแล้วPicture 580ถ่ายกับศิลปินสักหน่อย เทียเอโก้กับแพมPicture 581

ก่อนที่แพมจะเข้าไปร่วมแจมงานเลี้ยงวันเกิด(ต้องขอโทษทุกคนด้วยที่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศภายในงานเลี้ยง เพราะว่ากล้องถ่ายรูปอยู่กับนิค และนิคก็หายไปไหนไม่รู้กับเพื่อน ทิ้งให้แพมจอยอยู่คนเดียวกับคนของเค้าที่นู้น) โดยรวมๆแล้วสนุกดีนะคะ แต่แพมไม่ชอบตรงที่ว่า กลิ่นควันบุหรี่เยอะเกิน หายใจไม่ค่อยสะดวกเลย เพราะเดินไปทางไหนคนก็สูบบุหรี่(ในงานเลี้ยงนะ สงสัยเป็นช่วงของวัย มีแต่วัยนักศึกษามหาลัย) จากภาพตรงหน้านี้เป็นภาพถนนของประเทศเม็กซิโก คือคนที่นี่เค้าจะตกแต่งด้วยธงสามเหลี่ยมสีธงชาติเม็กซิโกเลย คือ ขาว เขียว แดง สวยงามมากเลยคะ (แพมคิดในใจคงเป็นช่วงงานบุญบ้านเค้าด้วยรึป่าว!? เพราะแพมเห็นธงแบบนี้ประดับตกแต่งอย่างเยอะบริเวณโบสถ์ หน้าโบสถ์)

จบแล้วคะวันที่ 3 ในเม็กซิโก ได้เวลาเข้านอนแล้วซิ พวกเราแยกย้ายกลับบ้านกันประมาณตีสาม แพมเข้านอนจริงๆคืออยู่เวลาประมาณ ตีสามครึ่ง สุดๆ เพลียมาก แต่หลับสบายนะเพราะฤทธิ์เดชของเตกีร่า คร๊อกกกกกกกก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

การกลับไปเยือน Ixhuacan de Reyes อีกครั้ง

การกลับไปเยือน Ixhuacan de Reyes อีกครั้ง

เมื่อสามปีที่แล้วแพมมีโอกาสมาอยู่ที่เม็กซิโกประมาณ 6-7 เดือน แต่อยู่หลายๆเมืองค่ะ แต่หนึ่งในนั้นคือ Ixhuacan de Reyes ณ ตอนนั้นแพมจำได้ว่า แพมอยากเรียนรู้เรื่องการทำชีสไตล์เม็กซิกัน ชีสเม็กซิกันมีหลากหลายชนิดนะคะ ไอ่ตัวที่แพมปลื้มมากที่สุดก็คือชีสวาฮาก้า (Oaxaca Cheese) เป็นชีสที่ละลายเมื่อถูกความร้อนและมีขั้นตอนที่ทำยากกว่าชีสชนิดอื่นๆซักหน่อย ตอนนั้นจำได้ว่าไปตามตื้อเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านของพ่อสามีในรัฐพวยบร้า(Puebla) เขารับปากเราเป็นดิบเป็นดีค่ะ แต่พอถึงเวลานัดจริงๆ เขากลับไม่อยู่บ้าน บ้านปิดสนิท เงียบกริบ ตอนที่แพมเจอครั้งแรกแบบนี้ แพมก็มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนนะ ” อ่อออ ก็เป็นเพราะเขาไม่ว่างจริงๆหรือเขามีธุระด่วน” แต่พอเจอแบบนี้เข้าบ่อยๆ รวมแล้ว 3 ครั้งรวด จนเราท้อเลยค่ะและรู้สึกไม่ดีเลยกับคนเม็กซิกัน (เพราะเขารับปากเราเป็นหมั้นเป็นเหมาะ บอกเวลาเป๊ะๆด้วย) และด้วยความใจดีของเรา ทุกๆครั้งที่เขาบอกว่า […]

First time in Mexico!

First time in Mexico!

หลังจากที่พวกเราสองคนท่องเที่ยวอยู่ใน LA อยู่สักพักนึง (ประมาณ 5 วัน) ก็ถึงเวลาที่เราต้องบินไปเม็กซิโกแล้วจ้า ตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย(สำหรับแพม ครั้งนี้ครั้งแรกเลย)…พวกเราออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติในกรุง LA โดยใช้บริการสายการบิน Alaska Airline ออกเดินทางจากสนามบินประมาณ 11.00 ตอนเช้าของวันที่ 5 ก.ค. 2555 ใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมงถึงเม็กซิโก ซิตี้ พอพวกเราถึงเม็กซิโกก็เย็นซะแล้ว คือเวลาที่เม็กซิโกจะเร็วกว่าเวลาที่เมกาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนประเทศไทยนั้น เม็กซิโกจะช้าไปประมาณ 12 ชั่วโมงกับอีก 15 นาที เครื่องบินของพวกเราไปลงจอดที่สนามบินนานาชาติในกรุงเม็กซิโกซีตี้ จากนั้นพวกเราสองคนก็ต้องนั่งรถต่อไปอีกเมืองนึงซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงของเม็กซิโกประมาณ 2 ชั่วโมง […]

มุดโบสถ์เม็กซิกันเพื่อภูเขาไฟ!

มุดโบสถ์เม็กซิกันเพื่อภูเขาไฟ!

เพิ่งกลับมาถึงประเทศไทยคะ jet lag อยู่ประมาณ 2-3 วัน ถือว่าไม่มากนะคะถ้าเทียบกับคนอื่นๆ บางคนกินเวลาไปเกือบเดือนเลย(แม่ของนิคเป็นคะหลังจากมาเที่ยวที่ประเทศไทย 2 อาทิตย์) กว่าที่ร่างกายจะฟื้นคืนสภาพเข้าสู่โหมดเดิม แพมไม่ได้เขียนอัพเดทบล็อคเกี่ยวกับเม็กซิโกมานานมากแล้วคะ เป็นเพราะช่วงเวลาที่อยู่ที่นั่นแทบจะไม่มีเวลาเลยคะ ไปนู้นไปนี่อยู่ตลอดเวลา พอกลับมาถึงบ้านมันก็เพลียแล้วก็อยากนอนเลย เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันเลยกับวันที่ 3 ในประเทศเม็กซิโก ————————————————————————————————- วันที่ 3 ในประเทศเม็กซิโก พวกเราทั้งสองคนตื่นนอนกันในเวลาประมาณ 9 โมงเช้าคะ วันนี้ตื่นเช้าหน่อยเพราะคุณพ่อของนิคมาปลุก(คือคุณพ่อหิวข้าว) พวกเรามีนัดไปกินข้าวกันนอกบ้านคะสำหรับมือเช้า ร้านอาหารที่เราไปกินก็ใช่ว่าจะอยู่ไกลจากบ้านมากนะ ขับรถไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้วคะ เป็นร้านเล็กๆที่ขายอาหารจำพวกทาโก้ ตอติญ่า อาหารเม็กซิกันทั่วไป และน้ำผลไม้ปั่น […]