Pumpkin Chocolate Chip Muffin

IMG_5087

วันนั้นเราทำชีสเค้กฟักทอง (Double Layer Pumpkin Cheesecake )ไปกันแล้ว แต่ฟักทองยังเหลือ จะทำอะไรต่อดีหล่ะเนี่ย? ซุปฟักทอง? พายฟักทอง? คุกกี้ฟักทอง? ขนมปังฟักทอง?

แพมเลยขอนำเสนอเมนูนี้เลย ทำง่ายมากๆ ขนาดคนที่ไม่มีสกิวทำขนมมาก่อนยังทำได้เลยค่าาา…Pumpkin Chocolate Chip Muffin (มัฟฟินฟักทองช็อกโกแล๊ตชิฟ)

ใครที่ซื้อฟักทองกระป๋องมาแล้วใช้ไม่หมด มีวิธีเก็บรักษาง่ายๆเลยคะ คือ เทฟักทองที่เหลือจากกระป๋องมาใส่ถุงพลาสติกหรือทัปเปอร์แวร์ก็ได้แล้วฟรีซไว้ในตู้เย็นเลยคะ พอเราจะเอามาใช้ ก็นำมาละลายน้ำแข็งก่อนประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นใช้โดยตรงได้เลย (วิธีนี้เราสามารถเก็บฟักทองที่เหลือได้เป็นเดือนๆเลยคะทุกคน)

แต่ถ้าใครไม่มีฟักทองกระป๋องหล่ะ ฟักทองสดๆ นึ่งเอง สามารถทำมัฟฟินสูตรนี้ได้อีกมั้ยน้า?

ตอบ:: ได้คะ แต่เวลานึ่งฟักทองเสร็จแล้ว พยายามอย่าให้ฟักทองมีน้ำแฉะขังอยู่มากนะคะ คือนึ่งเสร็จแล้วเปิดฝาหม้อไว้เลย ให้ไอน้ำระเหยออกให้หมด ก่อนที่เราจะนำมาปู้ยี้ ปู้ยำ เอาสะบักสะบอมเลยนะคะ ฮ่าฮ่าๆ ไม่ใช่ๆ ประเด็นคือ เอามาบดให้ละเอียดเลยคะ ไม่เอาเปลือกเน้อ มันเป็นกาก เนื้อขนมไม่เนียน….. อ้อ! และควรจะเลือกฟักทองเกรดดีๆหน่อย เนื้อขนมจะได้ออกมาหอมอร่อย สีสรรสวยงามอีกด้วย (ได้ยินหม่อมแม่บอกมาว่า พันธุ์ญี่ปุ่นอร่อยลูกกลไม่ต้องใหญ่มาก ผิวด้านนอกเต่งตึง)

มัฟฟินฟักทองช็อกโกแล๊ตชิฟ(สูตรผสมแป้งโฮลวีท)Pumpkin Chocolate Chip Muffin

ปริมาณ 8 ถ้วย (สำหรับถ้วยมัฟฟินกระดาษสีน้ำตาลเบอร์ 4 หรือบางคนจะเรียกว่ากระทงปาเนต เส้นผ่าศูนย์กลาง 5.5 ซม. สูง 4.5 ซม.)
ส่วนผสม
– น้ำตาลทรายขาว 3/4 ถ้วย(150 กรัม)
– น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย(60 กรัม)
– ไข่ไก่เบอร์สอง  2 ฟอง
– ฟักทองบด 3/4 ถ้วย(180 กรัม) (แพมใช้ฟักทองกระป๋องคะ)
– นมจืด  1/4  ถ้วย(60 กรัม)
– แป้งสาลีอเนกประสงค์  1 ถ้วย(140 กรัม)
– แป้งโฮลวีท  1/2 ถ้วย(70 กรัม) (แพมใช้แป้งโฮลวีทแบบละเอียด จริงๆทุกคนสามารถใช้แป้งโฮลวีทแบบหยาบได้นะคะ(หาง่ายกว่า) เช่น ยี่ห้ออิมพีเรียล แต่เนื้อขนมจะไม่ค่อยเนียนเท่ากับแป้งโฮลวีทละเอียด) 
– ผงฟู 3/4 ชช.
– เบ๊กกิ๊งโซดา 1/4 ชช.
– อบเชยป่น  1/2  ชช.
– กานพลูป่น  1/4 ชช.
– เกลือ  1/4 ชช.
– ลูกจันทร์ป่น 1/4 ชช.(ถ้าไม่มีจริงๆ ไม่ต้องใส่ก็ได้คะ แอบหายาก)
– ช็อกโกแล๊ตชิพ  1/2 ถ้วย
วิธีทำ
– เริ่มจากร่อนแป้ง ผงฟู เบ๊กกิ้งโซดา อบเชยป่น กานพลูป่น เกลือ และลูกจันทร์ป่นเข้าด้วยกัน 1 รอบ
-ในโถผสม ใช้ตระกร้อมือหรือใช้เครื่องตีไข่ ตีน้ำตาลและไข่เข้าด้วยกันจนขึ้นฟู (ถ้าใช้เครื่องจะใช้เวลา 4 นาที แต่ถ้าใช้ตระกร้อมือ คนเร็วๆ จะใช้เวลาประมาณ 6 นาที…สังเกตได้จากสีไข่กับน้ำตาลจะเปลี่ยนสีจากเหลืองเข้ม เป็นเหลืองอ่อนๆ) จากนั้นค่อยๆเติมน้ำมันพืชและนมลงไป ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
เติมเนื้อฟักทองบดและช็อกโกแล๊ตชิฟ (เหลือช็อกโกแล๊ตชิพไว้บ้าง เอาไว้โรยหน้าขนมก่อนอบนะคะ)
– เริ่มวอมเตาอบได้เลยคะ ช่วงนี้ ที่อุณหภูมิ 200 เซลเซียส
– ตักโดว์มัฟฟินลงไปในถ้วย ในปริมาณ 3/4 ถ้วย (เกือบเต็มถ้วย)
– อบมัฟฟินที่อุณหภูมิ 200 c เป็นเวลา 20-25 นาที

IMG_5075 IMG_5076 IMG_5077 IMG_5078

ใส่น้ำมันพืชลงไป

IMG_5080

ตามด้วยน้ำเปล่า

IMG_5081 IMG_5083 IMG_5085 IMG_5086

Kitchen Tip
1. การที่เราอยากได้มัฟฟินที่เนื้อฟู เวลาอบออกมา ขนมปู้ดสวย …สำคัญที่สุดคือขั้นตอนที่เราผสมของแห้งกับของเปียกเข้าด้วยกัน ไม่ต้องคนผสมนานๆ คนเบาๆจนไม่เห็นของแห้ง(Don’t over mix)
2. ถ้าใครอยากให้มัฟฟินของตัวเองมีรสชาดหวานอบเปรี้ยวมากขึ้น สามารถเพิ่มแอ๊ปเปิ้ลเขียว/สับปะรด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปได้ในขั้นตอนที่สอง พร้อมๆกับฟักทองบด
3. วิธีเช็คมัฟฟินว่าสุกหรือไม่?...ทำได้โดย จิ้มไม้จิ้มฟันลงไปตรงกลางตัวมัฟฟิน ถ้าไม้จิ้มฟันไม้สะอาด ไม่มีเนื้อขนมติดขึ้นมาเป็นแพ แปลว่าขนมเราสุกแล้วคะ!
4.มัฟฟินตอนอบสุกใหม่ๆ หน้าขนมจะแห้งนิดหน่อย(แต่ข้างในจะนุ่มมาก) ไม่ต้องตกกลัวมันแห้งแข็ง แค่เก็บมัฟฟินไว้ในทัฟเปอร์แวร์หรือภาชนะที่มีฝาปิด ไม่จำเป็นต้องใส่ตู้เย็น
5.มัฟฟินสามารถเก็บได้ 3 วัน (ยิ่งใหม่ อร่อยมาก)
6.เวลาจะเสริฟ แค่วอมมัฟฟินในตู้วอมขนมปัง (แพมไม่ค่อยอยากจะแนะนำให้อุ่นขนมโดยใช้ไมโครเวฟนะ เพราะตอนเอาออกมาจากไมโครเวฟมันก็อร่อยอยู่ แต่ถ้าทิ้งไว้สักพัก เนื้อขนมเราจะแห้ง แข็งไปเลย)
7. น้ำมันพืช แนะนำให้ใช้น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันดอกคาโนล่านะคะ เพราะกลิ่นไม่ฉุน ….ที่ไม่แนะนำให้ใช้เลยคือน้ำมันถั่วเหลือง(เพราะอบออกมาแล้วขนมเหม็นหืนมากๆ และน้ำมันปาล์มก็อย่าใช้เลย เพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพคะ ปกติเค้าใช้ทอดกันเป็นส่วนใหญ่)
Photo by Wow Pam!,All rights reserved and recipe from Allrecipes.com{as usual}

Leave a Reply