มาเยี่ยมเพื่อน พบสัจธรรมชีวิต

IMG_0158การมาเที่ยวหามาร์โค้ครั้งนี้ทำให้แพมค้นพบสัจธรรมบางอย่างในชีวิต อย่างที่แพมเคยโพสไป แพมกับนิคมีเพื่อนคนเม็กซิกันชื่อมาร์โค้ เขาเป็นศิลปินเช่นกัน เรียนและทำงานอยู่ที่รัฐเวราครูซ ประเทศเม็กซิโก การไปเที่ยวหาเขาเป็นอะไรที่พวกเราไม่ได้แพลนไว้เลยในตอนแรก พอดีมาร์โค้และแฟน(ซอชิตึล)จะมาดูคอนเสริตของนักดนตรีแจซ จากประเทศบราซิล เขามาแสดงโชว์ที่เมือง Puebla (เมืองที่พ่อนิคอาศัยอยู่) ขากลับไปเวราครูซ มาร์โค้จึงชวนนิคให้ไปเยี่ยมบ้านเขาและสามารถเข้าทำเวิร์คช็อปได้ที่ Ceiba Grafica

เพื่อนๆรู้มั้ยว่า การไปทริปครั้งนี้ เป็นทริปที่มีความสุขมากในชีวิตแพม พวกเราขับรถไปกันเอง เปิดเพลงดังๆ จังหวะมันส์ๆ ดูวิวไปรอบๆขณะเดินทาง มันเป็นอะไรที่สนุกมาก และไปกับคนที่คิดเหมือนเรา คือคิดแบบศิลปินเหมือนกัน พวกเราไม่ได้มีเงินมากมาย (ค่อนข้างไปในทางติดลบ) แต่เชื่อมั้ยว่า การไปทริปนี้ทำให้แพมไม่ได้กังวลอะไรซักอย่างเกี่ยวกับเงิน กินเท่าที่มีและสามารถซื้อได้…และมีดนตรีฟังแบบมันส์จนลืมโลก

พวกเราใช้เวลาขับรถจากเมืองพวยบร้าไปยังเมืองกัวเตเป็ก รัฐเวราครูซ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง พอถึงบ้านมาร์โค้ปุ๊ป แพมก็ต้องตกใจเพราะช่วงหลังๆแพมไม่ได้คลุกคลี่อยู่ในบ้านแบบนี้มานานแล้ว ซึ่งตั้งแต่พวกเราออกเดินทางท่องเที่ยว เดือนแรกๆพวกเราก็ไปพักอยู่ที่ซีเอตเทิล สหรัฐอเมริกา บ้านเมืองแถวนั้น เพื่อนๆก็รู้กันอยู่ว่าสะอาดเนอะ หลังจากซีเอตเทิลพวกเราก็มาพักบ้านคุณย่าในเมืองเคเรกตาโร่ บ้านคุณย่าของนิคใหญ่และสะอาดมาก มีแม่บ้านคอยทำความสะอาดให้อยู่ตลอดเวลา แทบจะกลิ้งเกลือกพื้นห้องน้ำได้เลย แต่เมื่อมาถึงบ้านมาร์โค้ เป็นอะไรที่แตกต่างจากที่พูดมามากๆ มาร์โค้เช่าบ้านอยู่เล็กๆ เดือนละ 1,600 บาทไทย มีห้องน้ำและห้องนอนแยกกันโดยสิ้นเชิง ห้องนอนของมาร์โค้จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจะเป็นห้องนอนและตู้เสื้อผ้า ส่วนอีกฟากนึงจะเป็นห้องทำงานที่มีตู้เย็น โต๊ะทำงานและอ่างล้างจาน ฟังดูเหมือนอะไรธรรมดานอะ แต่มันสกปรก คือไม่ได้เหม็นสกปรก แต่มันเป็นอะไรที่แพมไม่ได้เห็นมานานแล้ว ตอนอยู่ไทย บ้านของแพมและบ้านของพ่อแม่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนี้ แพมยอมรับว่าครั้งแรก แพมแทบไม่กล้านั่งปลดทุกข์ที่ห้องน้ำบ้านมาร์โค้ เพราะมันสกปรกมาก ดินแดงเกลอะเต็มห้องน้ำเลย แต่ไม่มีกลิ่นเหม็นนะ เวลาแพมอยากปลดทุกข์หนัก นู้นเลย…ห้องน้ำที่สถาบัน Ceiba Grafica ที่นิคเข้าร่วมทำเวิร์คช็อป ไม่ได้ดีมาก แต่พอทนได้ (ถ้าอยากใช้ห้องน้ำที่ Ceiba Grafica ต้องวิ่งจากบ้านมาร์โค้ไปประมาณ 800 เมตร เป็นเนินเขาด้วย) ช่วงวันแรกที่มาถึง หนักเอาการเลย แพมรับไม่ค่อยได้เลย และต้องนอนอยู่ในห้องของเขาด้วย เตียงที่แพมกับนิคนอนเป็นเตียงเดี่ยวของมาร์โค้ เขายอมสละเตียงให้พวกเรา ส่วนเขาจะนอนกับโซฟา ตอนที่พวกเราช่วยกันปูที่นอน มาร์โค้ก็ปัดฝุ่น ตีฟูกที่นอน ป๊าดดดดด ฝุ่นที่นอนมันฟุ้งเต็มห้องเลยคะ ตอนกลางคืน ไม่มีใครสังเกตนอะ แต่แพมเห็นฝุ่นมันลอยฟูฟ่องผ่านแสงไฟสีเหลืองในห้องนอน โอ้พระเจ้า! ตอนนั้นรู้อย่างเดียวว่าไม่อยากหายใจเลยแหละ แพมพยายามกลั้นหายใจ แล้วเดินออกไปนอนห้อง ไปสูดอากาศนอกห้อง พอพวกผู้ชายช่วยกันปูผ้าปูที่นอนเสร็จ ก็ถึงเวลานอนแล้ว หมอนที่พวกเราใช้หนุน คือแบบว่า ดำมากและสภาพเหมือนไม่ได้ซักมาเป็นปีๆ (จริงๆอาจจะซักแล้วก็ได้นะคะ แต่ดูจากสภาพเฉยๆ) แพมใช้ชุดเดรสที่แพมพกมาด้วยห่อหมอนของแพมอีกรอบ ไม่งั้นแพมนอนไม่หลับและแพมต้องพยายามบอกนิคว่า อย่าดิ้นมาก เพราะเดี๋ยวฝุ่นของผ้ามันปลิวฟ่อง ไม่อยากสูดดมเลย(คือแพมเข้าใจนะว่า มาร์โค้เขาคงส่งซักทำความสะอาดก่อนหน้านี้แล้ว แต่แค่แพมไม่ชินเฉยๆ) ตอนนี้ทุกคนอ่าน คงจะรู้สึกกระแดะแพม แต่ทำยังไงได้ แพมไม่ชอบฝุ่นเลยจริงๆ ถ้าเห็นปลิ่วมา ไม่อยากที่จะหายใจเลย

IMG_0287 IMG_0148-2พอตื่นมาตอนเช้าปุ๊ป ต้องอาบน้ำ น้ำที่บ้านมาร์โค้ไม่มีน้ำอุ่น มีแต่น้ำเย็นล้วนๆ(เย็นจัดด้วยนะ เหมือนน้ำเย็นตอนช่วงหน้าหนาว) อาบน้ำเย็นแพมไม่ค่อยหวั่นนะ เพราะตอนอยู่ไทยก็อาบน้ำเย็น แต่ถ้าห้องน้ำสกปรกนี้ซิ แทบจะหลับตาอาบน้ำเลยทีเดียว ส่วนน้ำที่ใช้แปรงฟันอีก ปัญหาใหญ่ละทีนี้ น้ำไม่ค่อยไหล ถ้าจะไหลจะไหลในช่วงเย็นๆ และน้ำจะออกแดงๆนิดๆ (น้ำจากลำธาร) แพมโคตรอยากจะใช้น้ำดื่มแปรงฟัน แต่ต้องประหยัด อดทนใช้น้ำจากก็อกแปรงฟันไป ให้มันเสร็จๆแบบขอไปที อ่างล้างจานบนบ้าน เนื่องจากมาร์โค้เป็นศิลปิน เวลาเขาทำงาน เขาก็จะล้างและทำความสะอาดอุปกรณ์ก็จะทำที่อ่างล้างจานข้างบนบ้าน แปรงฟันก็จะแปรงบนบ้าน ล้างจาน ล้างคราบอะไรมันๆก็จะล้างด้วยอ่างล้างจานบนบ้าน ดังนั้นก้นของอ่างล้างจานก็จะเป็นคราบหนาๆ เขียวๆ ดำๆ แพมจำได้ว่า ครั้งแรกที่แพมล้างแก้วกาแฟ เล็บของแพมไปขูดใส่คราบหนาๆของอ่างล้างจาน(แพมเป็นคนไม่ไว้เล็บนะคะ แค่ตอนนั้นเล็บแพมยาวออกมานิดนึง พอให้เห็นเล็บสีขาวๆ) โอ้โห้!นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางเต็มไปด้วยไอ่คราบที่ว่า ไม่รู้ว่าเป็นคราบสะสมอะไรมาแล้วบ้าง(แค่พูดแทบจะอ้วก)

คืนที่สองที่เวราครูซ เพื่อนอีกคนนึงของนิคชื่อ ดาเนียล ได้ชวนพวกเราไปนอนบ้านเขา บ้านของดาเนียลอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของมาร์โค้คะ ในคืนนั้นมาร์โค้ ซอชิตึลและฮาบี้ได้ขับรถไปส่งพวกเราที่บ้านของดาเนียล พอถึงบ้านดาเนียลปุ๊ป พวกเราทั้งหมดก็จะดื่มเบียร์ นั่งสนทนาด้วยกันเล็กน้อยก่อนที่มาร์โค้จะขับรถกลับบ้านเขา บ้านดาเนียลจริงๆแล้วไม่ใช่บ้านของเขาหรอกคะ แต่เป็นบ้านของแฟนของเขา  บ้านของแฟนดาเนียลเป็นบ้านชั้นครึ่ง ไม่เล็ก ไม่ใหญ่มาก มีต้นไม้เยอะแยะเต็มไปหมดรอบตัวบ้าน มีหมาพันธุ์โกเด้นท์ 4 ตัว และบ้านเขาก็สะอาดใช้ได้ แต่ไม่ได้ถึงสะอาดมากๆเท่ากับบ้านของพ่อแม่แพมที่เมืองไทยนะ แต่เพื่อนๆรู้มั้ยคะว่า การพักบ้านแฟนของดาเนียล เป็นอะไรที่อึดอัดมาก ถึงแม้ว่าบ้านของเขาจะใหญ่ สะอาดและมีห้องนอนสำหรับแขกที่มาพักโดยเฉพาะ แต่ความรู้สึกไม่สบายเหมือนพักอยู่กับมาร์โค้ ถูกที่บ้านของมาร์โคนั้นสกปรกและเล็กกว่าบ้านของแฟนดาเนียลมากๆ แต่มาร์โค้ทำให้พวกเรารู้สึก welcome ต้อนรับขับสู้ด้วยความสามารถและสถานะของเขาที่มีอยู่ การพักบ้านดาเนียลเหมือนมีเส้นบางๆกั้นอยู่ ระหว่างคนพักและ host แพมรู้สึกว่าแฟนของดาเนียลเขาไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ ส่วนดาเนียล ด้วยความที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจึงไม่มีสิทธิ์ออกเสียงอะไรได้มาก….นี่แหละน้า ที่สำนวนไทยเขาพูดไว้ว่า ” คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ” การอยู่บ้านคุณย่าของนิคก็ทำให้แพมมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน บ้านใหญ่ก็จริงๆ สองชั้น ห้าห้องนอน  ห้าห้องน้ำ มีแม่บ้านทำความสะอาดให้ตลอด จับต้องอะไรในบ้านไม่มีฝุ่นติดมือมาเลยคะ มีคนซักผ้า ทำอาหารให้ แต่…อึดอัด จบ!

IMG_0347เช้าวันต่อมา แฟนของดาเนียลและพี่สาวของเธอได้มาส่งเราที่ปั๊มน้ำมันเพราะมาร์โค้จะมาคอยรับเราที่นั้น พอพวกเราเจอมาร์โค้ปุ๊ป…แพมนิ ดีใจสุดๆเลย เหมือนตัวเองได้รับความเป็นอิสรภาพอีกครั้ง ระหว่างกลับบ้านมาร์โค้ พวกเราแวะทานอาหารเช้าด้วยกัน อาหารเช้าครั้งนี้เป็นสไตล์เวราครูซแท้ๆ รสชาดอร่อยและไม่แพงมากอีกด้วย

การกลับมาพักบ้านมาร์โค้ครั้งนี้ แพมรู้สึกตัวเองเริ่มชินกับวิถีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่แบบนี้ไปแล้ว แพมรู้สึกดีใจและชอบที่จะอยู่แบบนี้มากกว่า เพราะบางครั้งการที่เราอยู่อาศัยในบ้านใหญ่ๆ ใช่ว่าเราจะมีความสุขเสมอไป ความสุขและการมีอิสรภาพมันขึ้นอยู่กับคนที่อาศัยอยู่ด้วยต่างหากหล่ะ เพราะถึงแม้ว่าคนที่เราอยู่อาศัยด้วยจะรวยล้นฟ้าแค่ไหน บ้านใหญ่โต แต่การอยู่กับเขาทำให้เราไม่เป็นของตัวเอง  อึดอัด คงเป็นอะไรที่ทรมานสุดๆ เหมือนหายใจไม่ออก จะเดินเหินในบ้านต้องคิดแล้วคิดอีก ถ้าทำแบบนี้ในบ้านเขา เขาจะโกรธมั้ย? ถ้าเดินไปทางนี้ จะรบกวนเขารึเปล่า? ถ้าเปิดตู้เย็น จะกินอันนี้ได้มั้ย?(ทั้งๆที่เขาบอกว่ากินได้…ถ้าอยากกิน) แต่มันเกร็ง แพมขอเลือกอยู่กับคนที่ทำให้แพมเป็นตัวของตนเองและมีอิสระในทุกอย่างก้าวของแพม และตัวเขาเองก็รู้สึกสบายเมื่อแพมอาศัยอยู่กับเขาด้วย และสัจธรรมอีกอย่างในชีวิตที่แพมพบเจอจากทริปนี้ คือ คนเราไม่ต้องติดหรูมากก็ได้ เพราะตอนเราเกิดมา เรามีแค่ตัวเปล่าๆเท่านั้น อะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องสรรหาเอามาอุปโภค บริโภค และต้องระลึกอยู่ทุกวินาทีว่า ทำในสิ่งที่เรารักและทำให้เรามีความสุข ถ้าสิ่งใดที่ทำให้เราทุกข์ พยายามอยู่ห่างๆเข้าไว้หรือไม่ต้องสนใจมัน(จริงๆทำยากนะ แพมกำลังฝึกฝนกับจิตของแพม)

เพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน เห็นด้วยกับแพมมั้ยคะ

IMG_0423

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

อ่อ…พึ่งรู้ว่าเขาขายต้นไม้กันแบบนี้ที่เม็กซิโก

อ่อ…พึ่งรู้ว่าเขาขายต้นไม้กันแบบนี้ที่เม็กซิโก

หลังจากที่พวกเราไปเยี่ยมชมโบสถ์ข้างๆร้านอาหาร พ่อของนิคนึกอะไรไม่รู้ เค้าอยากให้แพมและนิคปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้นที่สวนหน้าบ้าน(เพื่อเป็นที่ระลึก) เค้าบอกว่าดีออกถ้ามีต้นไม้สองคนช่วยกันปลูก ตลาดที่ขายต้นไม้นั้นอยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้านที่เราอยู่ประมาณ 30 นาทีคะ เป็นเมืองที่ชื่อ Atlixco พื้นที่ของเมืองๆนี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร ตลอดทางที่เราขับเราเข้าไปในตัวเมืองจะพบเจอทุ่งข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราคงเห็นเป็นทุ่งนา คนที่นี่กินข้าวโพดเป็นอาหารหลักคะ คือเค้าจะปลูกข้าวโพดหลากหลายสายพันธุ์มาก มีตั้งแต่ข้าวโพดสีเหลือง สีขาว สีน้ำเงิน(จริงๆนะ) เป็นต้น ซึ่งหลักคือเค้าจะนำมาทำเป็นแผ่นตอติญ่า นอกจากข้าวโพดแล้วชาวนาที่นี่ยังปลูกต้นกระบองเพชรหูมิกกี้เม้าท์ เป็นฟาร์มเลยคะ เยอะมากกกก คือถือว่ากินกันเป็นล่ำป็นสันเลยที่เดียว เมือง Atlixco เป็นเมืองเล็กๆคะ แต่เค้ามีตลาดดอกไม้และต้นไม้ประดับที่ใหญ่มาก ถ้าใครเคยมาเชียงใหม่แล้วมีโอกาสไปกาดคำเที่ยง ตลาดขายดอกไม้ ต้นไม้รายใหญ่ของเชียงใหม่ ตลาดที่ Atlixco มีขนาดใหญ่กว่ากาดคำเที่ยงประมาณ […]

กินหมึกปากดำที่ Alixco

กินหมึกปากดำที่ Alixco

My 3rd day in Mexico is still exist. It was really good day for me because I have learnt many things from Mexico. I was so tired last time. I told myself I wanted to […]

แบกหมูในงานเลี้ยงเม็กซิกัน

แบกหมูในงานเลี้ยงเม็กซิกัน

ทิ้งช่วงไปนานเลยกับการเขียนทริปเม็กซิโก…มันก็หลายๆอย่างที่ทำให้ไม่มีเวลาเขียน หลักๆคือจำไม่ค่อยได้ว่าตัวเองทำอะไรไปแล้วบ้างที่นั้น ต้องกลับไปค้นไดอารี่ที่เคยเขียนไว้ตอนไปอยู่ที่นั้น ส่วนเหตุผลที่สำคัญสุดๆคือ ไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะช่วงนี้ (วันนี้โดดเรียนนวดแผนไทย เพราะปวดข้อมือมากๆ หลังจากเมื่อวานออกไปทำบุญเป็นอาสาสมัครนวดฟรีที่วัดบ้านท่อกับโรงเรียน)วันนี้เลยขอพักผ่อนร่างกาย ทำขนมอยู่บ้านสักวันน้าา คริคริๆ  —- จากโพสที่แล้วเกี่ยวกับเม็กซิโกแพมยังคุยเกี่ยวกับวันที่ 3 ยังไม่จบเลย เป็นเพราะวันนั้นเป็นวันที่พวกเราทำกิจกรรมมากที่สุดโดยเฉพาะการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง —————————————– หลังจากที่พวกเราทางข้าวเย็นเสร็จที่ร้านอาหารในตัวเมืองแอทลิสโก้(Atlixco,Mexico) ทุกคนก็แยกย้ายกับบ้านกันโดยเฉพาะพวกผู้ใหญ่ แพม นิคและเทียเอโก้เพื่อนของนิคยังมีนัดกันต่ออีก ซึ่งวันนั้นพวกเราต้องไปงานเลี้ยงที่บ้านของแม่บ้านของนิคคะ ชื่อ ฮวนน่า ที่บ้านของฮวนน่าวันนี้มีงานพิธีกรรม  Baptism คือพิธีที่เด็กตัวเล็กๆในบ้านที่เกิดเข้ารับการเป็นชาวคริสต์ (บ้านเราคงเหมือนการแสดงตนเป็นพูทธมามะกะ) เรื่องของเรื่องคือฮวนน่ามีหลานชายเกิดใหม่ 1 คนตัวเล็กๆ เป็นเบบี้อยู่เลย อายุประมาณ 10 เดือนได้มั้ง ดังนั้นที่บ้านของเธอเลยต้องจัดงานเลี้ยงกันแบบว่าครึกครื่นมากสำหรับพิธีนี้