Sachuest Beach ตอน ยายหายไปไหนแล้ว!?

FullSizeRenderช่วงนี้ที่อเมริการ้อนมากๆเลยคะ โดยเฉพาะทางตะวันออกของประเทศ ร้อนถึงกับบางวันคิดว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ที่ไทย เหงื่อโชกๆ จักกะแร้เปียก เหนียวเนื้อเหนียวตัว แต่ถ้าให้แพมเลือก แพมก็คงจะเลือกหน้าร้อนอยู่ดีคะ เพราะแพมเป็นคนไม่ชอบอากาศหนาวโดยเฉพาะหนาวแบบเข้ากระดูก หนาวจับใจ แพมขอบั๊ยบายอากาศแบบนี้เลยจริงๆ แต่แพมคิดว่าหลายคนก็คงจะชอบหน้าหนาวกันมากกว่าเพราะเหงื่อไม่ค่อยออก แต่งหน้าแล้วติดทนทานไปถึงเย็น หน้าไม่มัน…

เพราะการที่อากาศร้อนเนี่ยแหละคะ พวกเราทั้งบ้าน คุณป้าไมก้า ลุงจิม นิคและแพมเลยจัดทริปไปเที่ยวทะเล ทะเลสวยๆไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านมาก เดินทางแค่สองชั่วโมงครึ่งโดยรถยนต์ ทะเลที่พวกเราไปเที่ยวในครั้งนี้ก็คือ NEWPORT รัฐโรดไอแลนด์(Rhode Island) ประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเองคะ ครั้งนี้เป็นการไปเยือนครั้งแรกของแพมเลยนะ ตื่นเต้นสุดๆ และดีใจสุดๆอีกด้วย เพราะทั้งทริปแทบไม่ต้องควักกระเป๋าสตางค์ตัวเองจ่ายเพราะคุณป้าและคุณลุงจัดการให้เรียบร้อย (คุณป้ากับคุณลุงเข้าใจเราสองคนเป็นอย่างดี เราสองคนงานการช่วงนี้ก็ไม่ได้ทำเพราะกำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้และหาประสบการณ์(เที่ยวดะ) ประหยัดได้ประหยัดไปคะ แหะๆ) พวกเราพักอยู่ที่โรงแรม WYNDHAM HOTEL ซึ่งอยู่ติดกับทะเลเลย ห้องพักสามารถเห็นวิวของทะเลอยู่ใกล้ๆ เห็นเรือยอร์ชเข้ามาเทียบฝั่งอยู่เนืองๆ เห็นนกบินล่อนไปมาระหว่างหัวเรือและที่สำคัญคือเห็นนักท่องเที่ยวขร่ะ! เดินว่อนไปว่อนมาแถวๆท่าเทียบเรือ มันเป็นอะไรที่สนุกไปอีกแบบนะในการนั่งดูคนเนี่ย ดูแฟชั่นของแต่ละคนที่แต่ง แอบวิจารณ์กันเบาๆ หัวเราะคิกๆคักๆ พี่นิคก็นั่งสเก็ทภาพคนไป…เพลินเลย ชีวิต….

IMG_3185FullSizeRender-3เมื่อพวกเรามาถึงนิวพอร์ท ที่แรกที่พวกเราไปก็คือ ชายหาดใช่คะ ไปชายหาดเพื่อไป “อาบแดด” ขอเน้นตรงคำข้างหลังเลย ใช่คะ “อาบแดด” ไอ่เราคนไทยเป็นคนเฉยๆกับแดดนะ ไม่ค่อยกลัวเพราะเป็นคนที่ถ้าดำเพราะแดดก็จะดำมาก ขนาดที่ทาครีมกันแดดทบไปสิบยี่สิบครั้งก็ยังดำ แต่ดำอยู่ซักพัก(ประมาณ 3 เดือน) ผิวของแพมก็จะกลับเข้าสู่โหมดปกติคะ สีผิวเดิมๆ เป็นคนที่ไม่ได้ดำโดยกำเนิดอยู่แล้ว แต่ฝรั่งโดยเฉพาะพี่นิค ทาครีมกันแดดทาแล้วทาอีก ทาหลายรอบด้วยและแต่ละยี่ห้อ SPF สูงมาก ผลลัพธ์คือ ฮีไม่ดำ แต่ฮีแดงไปทั้งตัวและแสบร้อนเพราะการอาบแดด…เฮ้ออออ…ฝรั่งเนี่ยน้าาา…มีดีอย่าง มีเสียอย่าง..แต่ขอเลือกแบบคนเอเชียละกันนะคะ ดำได้ดำไปเล๊ย แต่อย่าแดงแบบแสบร้อนละกันนะคะ…ทรมาน!!

ชายหาดที่มาอาบแดดในครั้งนี้ชื่อ  Sachuest Beach  คนเยอะ ฝรั่งแต่ละคนที่มาอาบแดดส่วนใหญ่พร็อบเยอะนะ แพมคิดในใจว่า “เห้ย ป้า! มาทะเลหรือป้ามาตั้งแคมป์คะ” บางนางพกค้อนมาด้วยค่าาา เอามาทำม้ายยย? เอามาตั้งร่ม ใส่เสาลงไปในดินจากนั้นตอกคะตอก “โป๊กๆๆ” ได้ยินกันทั้งชายหาดเลย …..ฮ่าฮ่าๆ ตลกอะ มนุษย์ป้า!

บางรายมีรถเข็นสำหรับชาดหาดโดยเฉพาะ ซึ่งล้อของรถลากออกแบบสำหรับชายหาด ทรายไม่ติด ลากได้สบายๆ

บางรายถึงขั้นตั้งเต้นท์เหมือนงานกาชาด แต่เป็นเต้นท์สำหรับชายหาด นั่งได้ 4-5 คนเลย มีหลังคาที่คอยบังแดดได้และส่วนที่ไม่มีหลังคา คือกะเอาไว้นอนอาบแดด

ชายหาดที่นี่ต้องระวังนกนางนวล เหยี่ยว เป็นพิเศษคะ เพราะมีเยอะ เวลากินแซนวิช กินเพลิน อ่านหนังสือไปด้วย นกอาจจะมาฉกแซนวิชจากมือเราไปแบบไม่ทันตั้งตัวเลยคะ…คุณป้าเจนนิกโดนไปแล้ว แซนวิชชิ้นใหญ่ซะด้วย

คนแก่บางคนเดินแทบไม่ไหวแล้ว ถึงขั้นต้องใช้ไม้เท้าค้ำเวลาเดินบนชายหาด สั่นทุกย่างก้าว แต่ชี (ยายน่าจะอายุประมาณ 80-85 ปีได้)ใส่ชุดว่ายน้ำวันพีช ซึ่งชุดไม่รัดเลย ไม่รู้ว่าเพราะยายผอมหรือชุดว่ายน้ำยายเก่า ยางยืดหมดอายุ(รึเปล่า) ยายค่อยๆเดินลงไปในทะเล วางไม้เท้าลงข้างๆชายหาด …”ยายยยยย! ยายจะไหวมั้ยคะ (ตรูแอบตะโกนด้วยเสียงเบาๆ ห่างๆ)” และคลื่นก็แรงนะคะ ขนาดเราคนหนุ่มสาว โดนคลื่นกระทบเข้าฝั่งทีนึง นี่แบบว่าเซเลยคะ….

หันมาอีกที…ยายไปไหนแล้วอะ?  เมื่อกี้เห็นยายเพิ่งลงทะเลไปนิ

ไอ่เราก็แอบเสือก …สาดสายตาดูไปให้ทั่วรอบชายหาด

ยาย ยาย ยายยยย!!!

…..

…..

……

แพมกับนิคมองหน้ากัน ตาโตเลยที่นี้….ยาย!? Where is she?

” นิคๆ ยายคนเมื่อกี้หายไปไหนแล้วอะ ” “เมื่อกี้ยังเห็นยายอยู่แล้ว ” “ไลท์บอดี้การ์ด(พนักงานช่วยชีวิต)ก็ไม่อยู่แถวๆนี้เลย”

คลื่นทะลก็ซัดเข้ามาเรื่อยๆ แรงบ้าง ไม่แรงบ้างแล้วแต่ลม…

ภาพที่เห็นคือ…

ยายเดินเซขึ้นมาจากทะเล หน้าตายิ้มแย้ม แฮปปี้ ค่อยๆจับไม้ค้ำแล้วเดินต่อไปรอบชายหาด…ค่อยๆเดิน สบายๆใจไม่รีบ

เฮ้อออ…โล่ง โล่งแทนยาย…

แพมยอมรับเลยนะว่าคนแก่ฝรั่งจะคิดแตกต่างจากคนแก่คนไทย(ส่วนใหญ่)ซะเยอะเลย คนไทยถ้าแก่มานิดนึงจะชอบหยุดตัวเองในการเรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ทำอะไรแบบจำเจ ตื่นเช้ากินข้าว ระหว่างวันนอนฟังวิทยุ ดูทีวี ถอนหญ้าหน้าบ้านบ้าง(ซึ่งเป็นอะไรที่ดี) ตกเย็นมา กินข้าวเย็น ดูข่าวในพระราชสำนัก จากนั้นเข้านอน…วนไปวนมาแบบเนี่ยทุกวันและผู้สูงอายุในไทยก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหลงๆลืมๆกันเยอะ ทั้งๆที่ไม่ได้แก่มาก(หกสิบต้นๆก็เริ่มเป็นกันแล้ว) หรือภาษาฝรั่งเรียกว่าโรคอัลไซเม่อร์ เพราะทำอะไรแบบเดิมๆ หัวสมองไม่ได้คิด ไม่ได้ออกกำลังกายและกลัวที่จะทำอะไรใหม่ๆ เหตุผลส่วนใหญ่คือ ยาย/ตาแก่แล้ว ทำไม่ได้หรอก…ซึ่งไม่รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว เหตุผลคืออะไรนะ(ใครรู้ช่วยตอบทีจ้า)

ส่วนคนแก่ฝรั่งอะเหรอ ป๊าดดดด! ฝรั่งจะกลัวกันมาถ้าอายุแก่ขึ้นเรื่อยๆและเมื่อไหร่ที่พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนเดิม เขาจะรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า เป็นภาระของลูกหลาน ชีวิตเบื่อหน่ายเร็ว …คนแก่ฝรั่งที่แพมได้พบได้เจอ ส่วนใหญ่กิจกรรมเยอะนะ เดินป่า ปลูกผัก เข้าคลาสวาดรูป เข้าคลาสเต้นรำ บางคนยังขับรถได้อยู่เลย ปั่นจักรยาน เรียนทำเซรามิก อ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ เล่นไอพ่งไอแพด สมาร์ทโฟนมารุ่นไหนใช้ได้หมด ประยุกต์และเรียนรู้กันเร็วมาก….

เพื่อนๆอยากเป็นคนแก่ประเภทไหนดีคะ ? 

เดี๋ยวโพสหน้า แพมจะพาไปเที่ยวบ้านคนรวยในสมัยโบราณที่นิวพอร์ท อายุมากกว่าร้อยปี ถ้าเทียบกับความรวยของคนในสมัยนี้ น่าจะติดอันดับหนึ่ง สอง สาม ของโลกเลยทีเดียวคะ ….เขาทำอะไร? ขายยาบ้ารึเปล่า ? บ้านเขาเป็นยังไง? ในบ้านเขายังมีคนอาศัยอยู่หรือไม่? โพสหน้าเจอกันคะ ^^FullSizeRender-2

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

Amaury และ Kevin อาสาพาเที่ยวฟาร์ม

Amaury และ Kevin อาสาพาเที่ยวฟาร์ม

When Rice meets Corn… #Mexicojourney2015 พวกเรามาพักอยู่ที่นี่ บ้านพักของมาร์โค้เป็นบ้านหลังเล็กๆ ไม่ใหญ่และไม่มีอะไรที่แฟนซีเลย มาร์โค้อาศัยอยู่คนเดียวกับน้องแมวชื่อว่า วิชชี่ …ส่วนแฟนมาร์โค้(ซึ่งตอนนี้เป็นภรรยาแล้ว)ก็จะมาเยี่ยมหาเขาเป็นพักๆแต่ไม่บ่อย เพราะบ้านของเธออยู่ในเมือง เราสองคนพักอยู่ด้านล่างของบ้านซึ่งจริงๆแล้วอยู่ยากมาก ฮ่าฮ่าๆ ไม่มีอะไรเลย เตียงธรรมดาๆและห้องที่อับๆมืดๆ มีหน้าต่างแค่บานเล็กๆ บานเดียว ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆยกเว้นเตาแก๊สเก่าๆและวิทยุที่มาร์โค้ชอบเปิดฟังเพลงเวลาเขาทำงานศิลปะ . ช่วงแรกๆแพมอยู่ไม่ได้เลยนะเพราะเป็นคนที่ไม่ชอบห้องที่อับๆเหม็นๆ ไม่มีแสงลอดผ่านเข้ามา แต่พวกเราสองคนก็บริหารจัดการจนอยู่ครบเดือนนึงและสุดท้าย ที่นี่ ตรงนี้กลับเป็นที่ที่พวกเราสองคนชอบที่สุดเพราะมันสบายใจและรู้สึกมีอิสรภาพกับชีวิต ไม่ต้องมีใครมาคอยกดดันหรือไม่ต้องพยายามทำให้ใครรักหรือยอมรับในสิ่งที่พวกเราเป็น… . หมู่บ้านที่มาร์โค้อยู่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ ออดูญ่า (Orduña) เล็กจริงๆนะ เดินไปไหนก็มีคนรู้จัก หมู่บ้านนี้จะโด่งดังในเรื่องของกาแฟ คือเขาจะปลูกกาแฟเยอะมาก […]

Coyoacán City

Coyoacán City

การไปเที่ยวเมืองนี้เป็นการไปแบบไม่มีแพลนหรือกำหนดการใดๆ คืองี้คะทุกคน แพม นิคและป้าเดเลีย(ป้าของนิค) ไปเที่ยวเม็กซิโกซิตี้ ค้างคืนอยู่ที่นั้น 2 คืน 3 วัน เหตุผลหลักที่ไปเม็กซิโกซิตี้ นอกจากจะไปเที่ยวแล้ว ยังเป็นการถือโอกาสไปเยี่ยมลูกสาวของคุณป้าเดเลียอีกด้วยคะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของนิค วันสุดท้ายก่อนที่เราสองคนจะขอปลีกตัวกลับเมือง Queretaro ก่อน  ลูกสาวของคุณป้า ซึ่งมีชื่อเดียวกับคุณป้า คือ เดเลีย(คนเม็กซิโก นิยมตั้งชื่อลูกของตัวเองให้เหมือนพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย(สไตล์ศาสนาคริสต์ นิกายคอทอลิก…แพมยังเคยคิดว่า ถ้าแพมมีลูก แพมควรจะตั้งชื่อลูกแพมให้เหมือนคุณย่าแพมดีมั้ยคะ คุณย่าแพมชื่อ เป็ง…น้องเป็ง ลูน่า ฮ่าฮ่าๆ) แต่ทุกคนในครอบครัวนิยมเรียกเธอว่า Nena (เนน่า) มีความหมายว่า […]

Learning to make cheese from Señor Chayo,Puebla,Mexico

Learning to make cheese from Señor Chayo,Puebla,Mexico

When Rice meets Corn… #Mexicojourney2015 เราตามหาคนทำชีสในหมู่บ้านที่เราอยู่ ไม่มีใครว่างเลย ประกอบกับเขาไม่อยากจะแชร์ความรู้ให้เราจริงๆ(เพราะมันเป็นสูตรการทำชีสประจำบ้านเขา…ความลับอะนอะ เหมือนสูตรก๋วยเตี๋ยวบ้านเราที่ใช่ว่าจะให้กันง่ายๆ) เราสอบถามคนทั้งตำบล ,อำเภอ มีคนหยิบยื่นน้ำใจมาให้เราเยอะมาก แต่มันติดตรงที่ว่า พวกเขาไม่ใช่โปรเฟซชั่นนอลจริงๆนะซิ คือพวกเขาทำเป็น พอทำได้ แต่ไม่ได้ทำชีสขายทุกๆวัน ไม่ได้ทำมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ จนกระทั่งมีคุณลุงข้างบ้าน ซึ่งนานๆทีจะเจอกันเพราะเขาจะยุ่งกับงานทั้งวัน คุณลุงชื่อว่า คุณลุงชโย(ชื่อเหมือนคนไทยเลยนอะ) เราไม่รีรอ รีบตรงไปบ้านคุณลุงกับแอลลี่(น้องสาวของสามี) พวกเราพยายามร้องขอว่าให้สอนเราทำชีสเม็กซิกันหน่อยน้าาา เราอยากเรียนมากและมันเป็นหนึ่งในลิสที่เราอยากทำเมื่อมาอยู่ที่เม็กซิโก… คุณลุงคิดอยู่นาน…จนในที่สุดตอบมาในภาษาสเปน ” โอเค๊ มาซิๆ เวลา 9 โมงเช้านะ พวกเราจะเริ่มทำกัน รอบนี้เยอะหน่อย…แต่ลุงรู้ว่าหนูทำขนมเก่งหนิ?” […]