ครั้งแรกกับปาท่องโก๋ Chinese Cruller

เพราะช่วงนี้มันร้อนเลยไม่ค่อยอยากอบขนมซักเท่าไหร่ หันมาทำอย่างอื่นแทน (ไม่รู้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดหรือป่าว 5555+ เพราะว่าสรุปร้อนเท่าๆกัน) แต่เอาหน่ะอยากทำอะไรก็ทำนอะ …เลยมาจบอยู่ที่เมนูนี้คะ ปาท่องโก๋กับสังขยาใบเตย ลำลืมแต่ถ้าให้ทำอีกรอบขอทำช่วงเช้าๆหรือค่ำๆแดดร่มๆเพราะมันร้อนมาก(โดยเฉพาะเวลาทอด – -” )

ปาท่องโก๋สูตรนี้เป็นสูตรหาได้ตามอินเตอร์เน็ตแต่แพมเอามาประยุกต์อีกที สูตรเก่ามันจะเค็มไปซักกะหน่อยและทึ่สำคัญกลิ่นแอมโมเนียโคตรจะรุนแรง

ไม่ใส่ได้มั้ยเนี่ย ไอ่เจ้าแอมโมเนียที่ว่า ….

คำตอบคือ แพมก็ไม่รู้ ถ้าไม่ใส่มันจะเป็นยังไงเดี๋ยวขอไปหาข้อมูลและฝึกทำหลายๆสูตรแล้วจะมาแชร์ให้อีกทีนะคะ

หาข้อมูลเบื้องต้นมาละคะ การที่บางสูตรใส่แอมโมเนียเพราะว่าแอมโมเนียจะช่วยเรื่องโครงสร้างขนม(ให้มีรูขนาดใหญ่) ความฟูและเนื้อสัมผัสที่กรอบ แต่ถ้าใส่มากเกินไปจะกินแทบไม่ได้เลยเพราะกลิ่นฉุน ไม่อร่อย…สูตรนี้ใส่แอมโมเนียเล็กน้อย ต้องอาศัยการทอดที่ได้จังหวะเพื่อที่กลิ่นแอมโมเนียจะได้ระเหยออกไปหมด ครั้งหน้าแพมจะไปหาสูตรที่ไม่มีแอมโมเนียมาลองทำดูบ้างแล้วจะคอยรายงานผลให้นะคะ

ปาท่องโก๋หรือภาษาจีนเรียกว่า Youtiao ,ภาษาอังกฤษเรียกว่า Chinese Cruller ,Chinese Oil Stick , Chinese Doughnut , Fried Breadstick นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า

สูตรนี้ใช้ได้เลยนะ ยิ่งทานคู่กับสังขยาใบเตยที่เราทำเอง ไม่แต่งสี ไม่แต่งกลิ่น คั้นน้ำใบเตยสดๆกันเลย อร่อยมากคะ

ปาท่องโก๋สูตรที่ 1 ( Chinese Cruller)

แป้งโดว์

แป้งปาท่องโก๋หรือแป้งเค้กก็ได้คะ 500 กรัม

ยีสต์แห้งชนิดจืด 1/4 ชช.

ผงฟู 1/2 + 1/4 ชช.

แอมโมเนียชนิดเกล็ด 1+1/2 ช้อนชา

น้ำเย็น(ออกจากตู้เย็นใหม่ๆเลย)  325 กรัม

น้ำตาลทราย 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1 ช้อนชา

น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ลิตร

วิธีทำ

1.ร่อนแป้ง ,ผงฟูเข้าด้วยกัน 2 รอบ

2. เทแอมโมเนียและยีสต์ลงไปในแป้งที่ร่อน คลุกเคล้าในแอมโมเนียและยีสต์กระจายทั่วกันกับแป้ง

3.ในถ้วยหรือโถผสม ละลายเกลือ ,น้ำตาลทราย,น้ำมันพืชและน้ำเข้าด้วยกัน4. เทส่วนผสมข้อที่ 3 ลงไปในส่วนผสมของแป้ง เคล้าและนวดพอให้แป้งจับกันเป็นก้อน พักแป้งไว้ 6 ชม. กลับแป้งทุกๆ 2 ชม. ในระหว่างที่พักแป้งให้หาพลาสติกหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆคลุมแป้งโดว์ด้วยนะคะ5. แผ่แป้งเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม หนา 1/2 ซม. จากนั้นตัดแบ่งเป็นเส้นๆให้มีความกว้าง 5 ซม. สุดท้ายตัดแบ่งแป้งเป็นก้อนๆช่วงยาว 1 นิ้ว (หนาเท่าเดิม นั่นก็คือ 1/2 ซม.)

6.จับแป้ง 2 ชิ้น ใช้ปลายนิ้วทั้งสามตบเบาๆ ยืดออกเล็กน้อย แตะน้ำตรงกลาง ก่อนที่จะประกบเข้าด้วยกัน จากนั้นลงทอดในน้ำมันร้อน(ไฟแรงปานกลาง) หมั่นกลับไปมาจนพองสีเหลืองอ่อนๆ นำขึ้นสะเด็ดน้ำมัน(รองด้วยกระดาษไขหรือกระดาษซับน้ำมัน)

สังขยาใบเตย

น้ำตาล 150 กรัม

น้ำใบเตยคั้นสด 250 กรัม (ใบเตย 15 ใบต่อน้ำ 1 ถ้วย)

แป้งข้าวโพด 40 กรัม

กะทิ 250 กรัม

ไข่แดงไข่ไก่ 2 ฟอง เบอร์สอง (*ถ้าอยากได้เนื้อสังขยาแบบไหลเยิ้มๆเลย ให้ใช้ไข่ทั้งฟอง)

เกลือ 1/8 ช้อนชา

เนยจืด 30 กรัม

วิธีทำสังขยาใบเตย

เริ่มจากผสมส่วนผสมทุกอย่างสำหรับทำไส้สังขยาในหม้อยกเว้นเนยจืด ใช้ตระกร้อมือคนทุกอย่างให้เข้ากันจนเนียน(ไม่มีเม็ดแป้งสีขาวหลงเหลือให้เห็น) นำขึ้นตั้งไฟโดยวิธีตุ๋น(ใช้หม้อสองใบซ้อนกัน ใบล่างสุดใส่น้ำ) ตุ๋นจนส่วนผสมข้นและสุก (สังเกตได้จากส่วนผสมมันจะเดือดปุดๆ) ปิดแก๊ส ใส่เนยจืด คนให้เข้ากันอีกครั้ง ใช้ได้โดยตรงเลย ใครจะราดนมสดหรือกะทิเพิ่มตอนเสริฟก็ได้นะคะ ยิ่งมันส์และเนื้อสังขยาไม่แห้งอีกด้วย 

Where there is a Whisk,there is a Way. 🙂

Happy Songkran Festival Everyone !

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

ขนมปังเนยสด ทิ้งไว้ 3-4 วันก็ยังนุ๊มนุ่ม

ขนมปังเนยสด ทิ้งไว้ 3-4 วันก็ยังนุ๊มนุ่ม

สูตรขนมปังเนยสดสูตรนี้ แพมว่าเป็นสูตรที่ปิดฉากขนมปังเนยสดอร่อยหลายๆเจ้าเลยนะ เพราะสูตรนี้อร่อยและแจ่มที่สุดในโลก ขอโทษใครต่อหลายคนด้วยที่คุยเว่อร์ไปหน่อย …แต่ว่ามันอร่อยจริงๆเด้อออ ก่อนหน้านี้ ขนมปังเนยสดสูตรแรก ของแพมก็ถูกอกถูกใจใครต่อใครไปแล้ว…ขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคนที่ถ่ายรูป ส่งผลงานมาให้แพมได้เชยชมนะคะ (และยั้วน้ำลายไปเป็นยกๆ) แต่แพมอยากให้ทุกๆคนลองสูตรใหม่นี้กันดู มันแจ่มและดียังไง? ♥ ไม่มีสารเสริม สารให้นุ่ม สารกันรา สารอิมัลซิไฟเอ่อร์ สารอีซีเค เอบีซีดี สารต่างๆนานา ชื่อสารบางตัวยังออกเสียงลำบาก ชื่อวิทยาศาสตร์ทั้งน้านนนน… ♥ ทิ้งไว้นอกตู้เย็นเนื้อก็ยังนุ่ม เอาหัวเป็นประกัน (เพราะหลายๆคนคงรู้ว่า ขนมปังโฮมเมดแบบที่ไม่ได้ใส่สารอะไรเลย เวลาอบเสร็จแล้วทิ้งไว้นอกตู้เย็นซักวันสองวัน เนื้อขนมปังมันก็แห้งซะแล้ว แต่ตัวนี้ไม่เลย! คอนเฟริม) ♥ ไม่ใช่แค่นุ่ม แต่เหนียว นิ่ม […]

Natural Yeast from local tea ยีสต์ธรรมชาติจากใบชา

Natural Yeast from local tea ยีสต์ธรรมชาติจากใบชา

นอกจากแพมจะลองทำยีสต์จากแป้งสาลีออแกร์นิกแล้ว แพมยังได้ทดลองทำยีสต์จากใบชามะลิ,ชาเขียว,ชาเจียวกู่หลัน,มะตูม,ชากุหลาบ,ลำไย,ชาจีนและกระเจี๊ยบแดงอินทรีย์ แต่ละตัวจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปคะโดยเฉพาะกลิ่นอ่อนๆที่ได้ออกมาเวลาอบขนมปังหรือสีที่สอดแทรกออกมาให้เห็นเล็กน้อย เช่นยีสต์กระเจี๊ยบแดงและมะตูม สีของเขาจะสวยมากและขนมปังกลิ่นก็ห๊อมหอม แต่ที่แพมไม่ปลื้มเป็นที่สุด น่าจะเป็นยีสต์จากชาจีนนะคะ ชาจีนทำปฏิกิริยาเร็วมาก ได้ผลเร็วสุดๆ ยิ่งถ้าเป็นชาที่มีคุณภาพ ปลอดสารเคมี แต่ข้อเสียคือ ยีสต์กลิ่นแรงและเหม็นฝาด ขนมปังที่อบออกมาสีสวยจริงแต่กลิ่น เฮ้ออออ…ไม่อยากจะกลืนกิน บะลำเจ้า! การทำยีสต์จากใบชาและวัตถุดิบตัวอื่นๆ แพมคิดว่าทำงานกว่าการทำยีสต์จากแป้งสาลีออแกร์นิกนะคะ เพราะด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองตัวก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป… คร่าวๆนะคะ (ในความคิดแพมนะ) ข้อดีของยีสต์ใบชา(และวัตถุดิบตัวอื่นๆ) ยีสต์จากใบชาทำง่ายกว่ายีสต์ที่ทำจากแป้ง เพราะได้ผลชัวร์กว่าและแอกทีฟดีมาก มีหลายอย่างมากที่เราสามารถเลือกนำมาทำยีสต์ได้  …มีความหลากหลาย ราคาถูก ประหยัดเวลา ขนมปังอร่อย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว(ตามกลิ่นใบชาที่ใช้…แต่ไม่มากนะ) ข้อดีของยีสต์จากแป้งสาลีอินทรีย์ 1.รสชาดขนมปังที่ออกมานั้นจะซับซ้อนมากกว่ายีสต์จากใบชา มีความเปรี้ยวหน่อยๆถึงมาก […]

Taro Bread ขนมปังเผือกนุ่มๆ

Taro Bread ขนมปังเผือกนุ่มๆ

เป็นคนที่ชอบกินเผือกมากกก ชอบความมันของเผือกคะ ยิ่งถ้าเผือกที่แก่ๆนะยิ่งอร่อย เนื้อมันฟูดีเวลาเราเอามานึ่งกิน และยิ่งเอามากวนทำไส้ขนมอีก เอาเนียนๆ ละมุนลิ้น เน้นเผือกไม่เน้นแป้งนะ ตายๆๆ หยุดกินไม่ได้คะ อร่อยมากกกก ไอเดียที่เลือกเอาเผือกมาทำขนมปังในครั้งนี้ไม่มีอะไรมาก  คือแพมกับนิคไปเดินตลาดเมืองใหม่ (จ.เชียงใหม่) ก็เดินไปงั้นแหละ หาซื้อวัตถุดิบทำยำไข่ดาว ระหว่างที่เดินเลือกซื้อของอยู่นั้นเองก็เห็นแม่ค้าเขาขายฟักทอง มันเทศ ฟักเขียว หัวมันและหัวเผือก ราคาไม่แพงคะเลยซื้อมาก่อน 555+ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไร ซื้อมาสองหัวเล็กๆ พอกลับมาถึงบ้าน คิดไม่ตกว่าจะทำไรกับไอ่เจ้าเผือกนี้ดีน้าาา เลยของนึ่งไว้ก่อนละกัน นึ่งเสร็จ กินเพียวๆก็จัดมาแล้ว และยังเหลืออออ ชั่งน้ำหนักได้คือประมาณ 180 กรัม แพมเลยบดหยาบๆด้วยส้อมไม่ต้องใช้เครื่องมือหรู ใส่ให้หมดเลยในขนมปังของแพม(ตอนทำไม่รู้หรอกว่ามันจะออกมาเป็นยังไง […]