Soft sandwich bread(Rye mixed)

ขนมปังแซนวิชสูตรนี้อยากบอกว่าประทับใจมากกกก เพราะมันอร่อย ถูกปากจริงๆนะ ใช้ทำแซนวิชโอเคมาก โทสกินกับเนยจืด แยมโฮมเมดก็แจ่มหรือทำเฟร้นโทส สรุปคือได้หมด คือปกติเป็นคนไม่ค่อยชอบขนมปังนุ่มๆนะ แต่ถ้ามันนุ่มแล้วเหนียวด้วย และถ้ายิ่งรู้ว่าเขานุ่มแบบธรรมชาติก็จะยิ่งหลงรักหัวปลักหัวปลำ 5555+  เราว่าลองเลยเหอะะะ อย่าได้คิดมาก

สูตรนี้เราตั้งชื่อว่าเป็น แป้งไรย์ผสมเพราะ

เราผสมแป้งไรย์ดำไปจริงๆ เป็นเนื้อละเอียดนะ หาซื้อได้ตามห้างร้านทั่วไป ส่วนความหวานในขนมปังถ้าใครไม่ใส่ก็ได้นะ(แต่มันไม่กลมกล่อมอะ) สามารถใช้น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้งก็ได้จ้า

ส่วนเปอร์เซ็นต์ของแป้งไรย์ เราอยากจะแนะนำว่า ไม่ควรเกิน 30% คือจะมากกว่านั้นก็ได้ แต่เชื่อมั้ยว่า หลายคนที่บอกว่า ฉันชอบกินขนมปังโฮลวีท 100% หรือ แป้งไรย์ 100% เอาแบบหนักๆ หยาบๆเลยนะเพราะกากใยเยอะ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขาแทบจะกินไม่ได้ ฮ่าฮ่าๆ (ที่พูดแบบนี้เพราะว่า เราเคยเป็นคนแบบนั้น…จัดหนักๆ แต่มันกลืนลงท้องยากจริงๆ)

  Soft sandwich bread(Rye mixed)

ได้ 1 โลฟใหญ่ๆ (ขนาดพิมพ์(วัดปาก) ยาว 8.5 นิ้ว * กว้าง 4 นิ้ว *สูง 3 นิ้ว)

ประยุกต์กับวิธี Tangzhong เพราะต้องการความนุ่ม ชุ่มชื้นแบบธรรมชาติสำหรับขนมปัง

ใครยังไม่รู้จักวิธีนี้ คลิ๊กคะ ! จากนั้นจัดมา 1 สูตรเลย

ส่วนผสม

แป้งเปียกสูตร Tangzhong 1/2 สูตร

แป้งขนมปัง  350 กรัม

แป้งไรย์ 100  กรัม (เนื้อละเอียด)

ยีสต์แห้งชนิดจืด 1+1/4 ช้อนชา

น้ำตาลทรายแดง 20 กรัม (ใช้น้ำผึ้งหรือเมเปิ้ลไซรัปแทนได้)

เกลือ 1/2+1/4 ชช.

น้ำเปล่า 200-220 กรัม(ไม่ต้องเทใส่ทั้งหมดในรอบเดียว)

เนยจืดละลายหรือน้ำมันดอกทานตะวัน(ในกรณีที่ไม่ทานเนย) 40 กรัม

น้ำมันพืชหรือเนยละลายทาหน้าขนมปังก่อนอบเล็กน้อย 1 ชต.

วิธีทำ

  • ทำแป้งเปียกเตรียมไว้ ทิ้งไว้จนเย็นก่อนใช้ 
  • เตรียมกะละมังใหญ่ๆเอาไว้ ใส่ส่วนแป้งทุกชนิดที่ตวงไว้แล้ว เกลือ น้ำตาล ยีสต์(เทยีสต์ให้ห่างๆกับเกลือนะคะ เพราะมันไม่ถูกกันคะ ขนมปังมันไม่ขึ้น) คนให้เข้ากัน….ถ้าไม่แน่ใจว่ายีสต์เก่ามั้ย ให้เอาไปเทสกับน้ำเปล่าอุ่นๆก่อน)
  • ใส่น้ำลงไป แต่ยังไม่ต้องใส่หมดนะคะ เหลือไว้เล็กน้อย ค่อยๆเติมได้ทีหลัง นวดพอให้เข้ากัน ตามด้วยแป้งเปียก 1/2 สูตร
  • ใส่น้ำมันหรือเนยลงไป จากนั้น >>>> วัดพลังแขนกันหน่อยนะฮะ นวดดดดดด นวดดดคะนวด ถ้าแป้งแห้งก็สามารถเติมน้ำเปล่าลงไปได้อีก แต่แนะนำให้เติมครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ แต่ถ้าแป้งแฉะก็สามารถเติมแป้งขนมปังลงไปได้เหมือนกัน ครั้งละ 1 ชต. ออกแรงนวดจนขนมปังเริ่มเนียนและไม่ติดกะละมัง
  • โรยนวลแป้งเล็กน้อยบนโต๊ะ นวดบนโต๊ะได้เลยคะ จับเวลานวดให้เนียน ไม่ควรเกิน 20 นาทีนะคะ ไม่จำเป็นต้องนวดจนคลึงเป็นฟิมล์ได้ นวดพอที่แป้งจับกันเป็นก้อน ไม่ค่อยติดมือ เหนี่ยวและยืดหยุ่น
  • ทาเนยหรือน้ำมันบางที่กะละมังคะ คลึงหน้าแป้งโดว์ให้เนียนจากนั้นใส่ลงไปในกะละมังเพื่อพรูฟครั้งที่ 1 คลุมหน้าโดว์ด้วยพลาสติกแรปหรือผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ พักให้ขึ้นเป็น 2 เท่า
  • เมื่อโดว์พรูฟเป็นสองเท่าแล้ว ชกไล่ลมคะ คลึงหน้าให้เนียน คลึงเป็นก้อนยาวๆขนาดประมาณพิมพ์ขนม ใส่ก้อนโดว์ลงไปในพิมพ์ ใช้มือกดให้เรียบ
  • คลุมด้วยพลาสติด พรูฟครั้งที่ 2 ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องให้โดว์ขยายเป็นสองเท่านะคะ เพราะเราพรูฟครั้งที่ 1 ไปแล้ว ถ้าเรายังฝืนหมักขนมปังให้ขึ้นเป็นสองเท่า อ้วนๆ บวมๆ ใหญ่ๆ เนื้อขนมปังเวลาอบเสร็จมันจะยุ่ยและไม่แน่นคะ (เป็นปัญหาของแพมในการทำครั้งแรกเลย) พยายามเช็คให้โดว์ขยายตัวออกมาประมาณ 1 เท่าก็พอคะ (เวลาไม่ควรเกิน 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของห้องครัวที่พรูฟขนมปังไว้)
  • เมื่อการพรูฟครั้งที่ 2 ใกล้จะเสร็จลง (เหลือประมาณ 20 นาที) เริ่มวอมเตาอบได้เลย อุณหภูมิ 180 c ไฟบนล่างและควรวางถาดอบไว้ล่างสุดของเตาอบนะคะ ถ้าขณะอบ ด้านบนของตัวขนมปังของใครเริ่มออกสีน้ำตาลเข้มๆ(กำลังจะไหม้ :D) ควรจะคลุมตัวขนมด้วยฟลอยอะลูมิเนียม
  • ทาหน้าขนมปังที่พร้อมจะอบแล้วด้วยน้ำมันพืชหรือเนยบางๆ จากนั้นอบขนมเป็นเวลา 30-45 นาที ไฟบนล่าง 180 C ไม่ต้องเปิดพัดลม
  • แกะขนมปังออกจากพิมพ์ ผึ่งไว้บนตะแกรงจนเย็น

วิธีการเก็บรักษา

∼ การทาเนยหรือน้ำมันบางๆบนขนมปังก่อนอบเพราะจะทำให้เปลือกขนมปังสวย(ออกน้ำตาลอ่อนๆ)และไม่แข็งโป๊ะคะ

∼ขนมปังตัวนี้จะเก็บได้ประมาณ 4-7 วัน (ณ อุณหภูมิห้อง จริงๆผ่านไปซัก 5 วันก็ไม่อร่อยละคะ สำหรับแพมนะ) เวลาเก็บควรหาถุงผ้าหรือถุงกระดาษใส่ไว้ ไม่แนะนำถุงพลาสติกเพราะจะทำให้ขนมปังเสียเร็ว แต่ถ้าอยากเก็บไว้นานๆ สามารถสไลด์เป็นชิ้นๆ ห่อด้วยแรปพลาสติกและฟลอยรอบสุดท้าย แช่ไว้ในฟรีซ วิธีนี้จะเก็บได้ประมาณ 1 เดือนจ้า

∼ไม่แนะนำให้เอาขนมปังใส่ตู้เย็นช่องธรรมดานะคะ เพราะว่าเนื้อขนมปังจะแห้ง

Enjoy!

Leave a Reply