การกลับไปเยือน Ixhuacan de Reyes อีกครั้ง

เมื่อสามปีที่แล้วแพมมีโอกาสมาอยู่ที่เม็กซิโกประมาณ 6-7 เดือน แต่อยู่หลายๆเมืองค่ะ แต่หนึ่งในนั้นคือ Ixhuacan de Reyes ณ ตอนนั้นแพมจำได้ว่า แพมอยากเรียนรู้เรื่องการทำชีสไตล์เม็กซิกัน ชีสเม็กซิกันมีหลากหลายชนิดนะคะ ไอ่ตัวที่แพมปลื้มมากที่สุดก็คือชีสวาฮาก้า (Oaxaca Cheese) เป็นชีสที่ละลายเมื่อถูกความร้อนและมีขั้นตอนที่ทำยากกว่าชีสชนิดอื่นๆซักหน่อย ตอนนั้นจำได้ว่าไปตามตื้อเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านของพ่อสามีในรัฐพวยบร้า(Puebla) เขารับปากเราเป็นดิบเป็นดีค่ะ แต่พอถึงเวลานัดจริงๆ เขากลับไม่อยู่บ้าน บ้านปิดสนิท เงียบกริบ ตอนที่แพมเจอครั้งแรกแบบนี้ แพมก็มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนนะ ” อ่อออ ก็เป็นเพราะเขาไม่ว่างจริงๆหรือเขามีธุระด่วน” แต่พอเจอแบบนี้เข้าบ่อยๆ รวมแล้ว 3 ครั้งรวด จนเราท้อเลยค่ะและรู้สึกไม่ดีเลยกับคนเม็กซิกัน (เพราะเขารับปากเราเป็นหมั้นเป็นเหมาะ บอกเวลาเป๊ะๆด้วย) และด้วยความใจดีของเรา ทุกๆครั้งที่เขาบอกว่า “เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้เช้านะ เวลาเก้าโมง” เราก็เตรียมอบขนมเค้ก คุกกี้ ทำของหวานไปให้เขาตลอดแต่วันนั้นไม่เคยมาถึง

“ทำไมคนเม็กซิกันส่วนใหญ่ถึงเป็นแบบนี้…ไม่จริงใจเอาซะเลยหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Flakey

เดินย่อยอาหารรอบๆหมู่บ้าน

เรามีท้อนะ ณ ตอนนั้น แต่ก็บอกกับตัวเองว่า ไหนๆเราก็มาถึงที่นี้ ถ้าไม่ได้ความรู้อะไรติดตัวไปเลย ทริปนี้มันก็ไม่คุ้มสำหรับเราซิ (ค่าตั๋วเครื่องบินก็แพงและไหนเรายังต้องเสียสละอะไรหลายๆอย่าง) หลังจากคิดได้แบบนี้แล้ว ความกล้ามันมาเลยค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าๆ….เราก็ไปถามคนทำชีสอีกเจ้านึง ซึ่งไม่ไกลจากบ้านของพ่อสามีมากนัก ลุงคนนี้ชื่อลุงชโยค่ะ แพมเรียกเขาว่า Señor Chaiyo ลุงเขาชวนเรามาดูการทำชีสที่บ้านเขาตั้งแต่ขั้นตอนแรกๆ ลุงชโยซื้อน้ำนมดิบมาจากอีกหมู่บ้านนึงแล้วค่อยเอามาทำชีสที่บ้านเอง เราทำเค้กช็อกโกแลตแลกเปลี่ยนกับความรู้ของลุงค่ะ เราใช้เวลาทั้งวันที่บ้านลุง เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเพราะไปคนเดียว(80% คือไม่เข้าใจ) ไม่มีใครช่วยแปลภาษาสเปนให้เลยยย (ตอนนั้นแพมไม่เข้าใจภาษาสเปนเลยค่ะ เข้าใจแบบพื้นฐานจริงๆ เช่น กินข้าว,ทักทาย เป็นต้น)

ผลลัพธ์ของคลาสวันนั้นคือ 6/10 พื้นฐานจริงๆ เน้นดูว่าลุงและคนงานลุงกำลังทำอะไรและเขามีเทคนิคอะไร แต่ถ้าให้เจาะลึกว่า อัตราส่วนเท่าไหร่และขั้นตอนเน้นคืออะไรนั้น เป็น 0 ค่าาาา ฮ่าฮ่าฮ่าๆ ถือว่าสนุกละกันนะคะ

หลักจากเมืองพวยบร้า พวกเราสองคนย้ายไปอยู่ที่รัฐออดูญ่า (Orduña) และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพดีๆ(ดีที่สุด)ในเม็กซิโกของแพมค่ะและเป็นที่แรกที่แพมเข้าใจการทำชีสเม็กซิกันแบบเจาะลึกถึงพริกถึงขิง…เข้าใจแบบถ่องแท้จริงๆ กลับไปประเทศไทยก็ทำได้โดยที่ไม่มีปัญหาใดๆ

ต้องขอขอบคุณเหล่าเพื่อนๆสนิท,ล่ามแปลภาษาและบอดี้การ์ด Amaury และ Kevin เพราะถ้าไม่มีสองคนนี้ แพมคงไม่มาถึงจุดนี้ค่ะเวลาผ่านไปเกือบสามปี

ปีนี้แพมกลับไปเยี่ยมทุกๆคนอีกครั้ง มันตื่นเต้นมาก ใจเต้นตุ๊บๆเลยเมื่อเจอเพื่อนเก่าและทุกๆอย่างก็ยังสวยงามเหมือนเดิม เมืองเล็กๆ โด่งดังเรื่องกาแฟ ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ ผู้คนดูมีความสุขมากกว่า ไม่ค่อยเร่งรีบ ชีวิตดี สโลว์ไลฟ์ ชอบสุดๆ ถ้าต้องซื้อบ้านที่เม็กซิโกคงเลือกเมืองนี้ค่ะ (Coatepec / Orduña / Ixhuacan) ทั้งสามเมืองที่ว่านี้ล้วนอยู่ใกล้ๆกันและอยู่ในรัฐเบลาครูซ (Veracruz)

เด็กน้อยกับลูกแพะเกิดใหม่(ขนนุ่มมาก) ยายของเด็กน้อยคนนี้ทำชีสนมแพะขายค่ะ
ตัวเมืองของหมู่บ้าน ล้อมรอบด้วยภูเขาและธรรมชาติ
ชีสสดจากฟาร์มวัวนมบ้านคุณป้า

รอบนี้กลับไปที่นั่นกับเพื่อนๆชาวอเมริกันและเม็กซิกันค่ะ ไปแปบเดียวเพราะว่ามีเพื่อนหลายๆคนที่ต้องกลับมาทำงาน รูปด้านล่างนี้เป็นป้าเอเลีย(ขวามือ)และพี่สาว คนที่เคยสอนแพมทำชีสเมื่อสามปีที่แล้วและเป็นคนที่ให้ที่อยู่อาศัยกับแพมค่ะ ทั้งสองคนใจดีมากกกก เปรียบเสมือนญาติแท้ๆของแพมคนนึงเลยค่ะ
ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน…ลุง Justo เป็นคนอาสาพาแพมกับเพื่อนๆกลับบ้านเอง หนทางเป็นดอยหมดเลยค่ะ มืดมากกกกก ไม่เห็นอะไรเลย แต่จู่ๆลงก็จอดรถ …ตอนนั้น งงมาก ลุงจอดทำไม มืดมากและแอบน่ากลัว
.
ลุงจอดเพราะอยากให้แพมทักทายซูเล่ หลานของลุง ซึ่งแพมนับถือเขาเหมือนพี่ชาย ซูเล่เพิ่งเดินทางกลับมาจากอีกเมืองนึงค่ะโดยม้า!
.
แพมลงจากรถทักทายกันสไตล์เม็กซิกัน พร้อมกับแซวเขาเล่นๆว่า “ม้าจะหลงมั้ยนี่ มืดมาก” ซูเล่ตอบมาว่า ” ไม่หรอก ม้ามันจำทางได้…เดินทางมาได้เกือบๆสองชม.แล้ว …ใกล้ถึงบ้านละ”
.
ม้าแมร่งฉลาด…ขนาดคนจอดพูดคุยกันยังนิ่ง
See you in a month 
 

♥ ขอบคุณชีวิต ♥

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

อ่อ…พึ่งรู้ว่าเขาขายต้นไม้กันแบบนี้ที่เม็กซิโก

อ่อ…พึ่งรู้ว่าเขาขายต้นไม้กันแบบนี้ที่เม็กซิโก

หลังจากที่พวกเราไปเยี่ยมชมโบสถ์ข้างๆร้านอาหาร พ่อของนิคนึกอะไรไม่รู้ เค้าอยากให้แพมและนิคปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้นที่สวนหน้าบ้าน(เพื่อเป็นที่ระลึก) เค้าบอกว่าดีออกถ้ามีต้นไม้สองคนช่วยกันปลูก ตลาดที่ขายต้นไม้นั้นอยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้านที่เราอยู่ประมาณ 30 นาทีคะ เป็นเมืองที่ชื่อ Atlixco พื้นที่ของเมืองๆนี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร ตลอดทางที่เราขับเราเข้าไปในตัวเมืองจะพบเจอทุ่งข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราคงเห็นเป็นทุ่งนา คนที่นี่กินข้าวโพดเป็นอาหารหลักคะ คือเค้าจะปลูกข้าวโพดหลากหลายสายพันธุ์มาก มีตั้งแต่ข้าวโพดสีเหลือง สีขาว สีน้ำเงิน(จริงๆนะ) เป็นต้น ซึ่งหลักคือเค้าจะนำมาทำเป็นแผ่นตอติญ่า นอกจากข้าวโพดแล้วชาวนาที่นี่ยังปลูกต้นกระบองเพชรหูมิกกี้เม้าท์ เป็นฟาร์มเลยคะ เยอะมากกกก คือถือว่ากินกันเป็นล่ำป็นสันเลยที่เดียว เมือง Atlixco เป็นเมืองเล็กๆคะ แต่เค้ามีตลาดดอกไม้และต้นไม้ประดับที่ใหญ่มาก ถ้าใครเคยมาเชียงใหม่แล้วมีโอกาสไปกาดคำเที่ยง ตลาดขายดอกไม้ ต้นไม้รายใหญ่ของเชียงใหม่ ตลาดที่ Atlixco มีขนาดใหญ่กว่ากาดคำเที่ยงประมาณ […]

กินหมึกปากดำที่ Alixco

กินหมึกปากดำที่ Alixco

My 3rd day in Mexico is still exist. It was really good day for me because I have learnt many things from Mexico. I was so tired last time. I told myself I wanted to […]

แบกหมูในงานเลี้ยงเม็กซิกัน

แบกหมูในงานเลี้ยงเม็กซิกัน

ทิ้งช่วงไปนานเลยกับการเขียนทริปเม็กซิโก…มันก็หลายๆอย่างที่ทำให้ไม่มีเวลาเขียน หลักๆคือจำไม่ค่อยได้ว่าตัวเองทำอะไรไปแล้วบ้างที่นั้น ต้องกลับไปค้นไดอารี่ที่เคยเขียนไว้ตอนไปอยู่ที่นั้น ส่วนเหตุผลที่สำคัญสุดๆคือ ไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะช่วงนี้ (วันนี้โดดเรียนนวดแผนไทย เพราะปวดข้อมือมากๆ หลังจากเมื่อวานออกไปทำบุญเป็นอาสาสมัครนวดฟรีที่วัดบ้านท่อกับโรงเรียน)วันนี้เลยขอพักผ่อนร่างกาย ทำขนมอยู่บ้านสักวันน้าา คริคริๆ  —- จากโพสที่แล้วเกี่ยวกับเม็กซิโกแพมยังคุยเกี่ยวกับวันที่ 3 ยังไม่จบเลย เป็นเพราะวันนั้นเป็นวันที่พวกเราทำกิจกรรมมากที่สุดโดยเฉพาะการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง —————————————– หลังจากที่พวกเราทางข้าวเย็นเสร็จที่ร้านอาหารในตัวเมืองแอทลิสโก้(Atlixco,Mexico) ทุกคนก็แยกย้ายกับบ้านกันโดยเฉพาะพวกผู้ใหญ่ แพม นิคและเทียเอโก้เพื่อนของนิคยังมีนัดกันต่ออีก ซึ่งวันนั้นพวกเราต้องไปงานเลี้ยงที่บ้านของแม่บ้านของนิคคะ ชื่อ ฮวนน่า ที่บ้านของฮวนน่าวันนี้มีงานพิธีกรรม  Baptism คือพิธีที่เด็กตัวเล็กๆในบ้านที่เกิดเข้ารับการเป็นชาวคริสต์ (บ้านเราคงเหมือนการแสดงตนเป็นพูทธมามะกะ) เรื่องของเรื่องคือฮวนน่ามีหลานชายเกิดใหม่ 1 คนตัวเล็กๆ เป็นเบบี้อยู่เลย อายุประมาณ 10 เดือนได้มั้ง ดังนั้นที่บ้านของเธอเลยต้องจัดงานเลี้ยงกันแบบว่าครึกครื่นมากสำหรับพิธีนี้