Mexican Cheese

Hello everyone,
I want to tell you know that I succeeded making Mexican Cheese in Chiangmai!!!(One step) YAY!!  I’m so so happy and it’s very difficult for me to explain how I feel right now. This time,I experimented 3 types of Mexican Cheese which were Quesillo or Oaxaca cheese, Quesos Fresco and Quesos Panela. I used local milk from อ.ค.ส.(Red Cow) opposite Chiangmai zoo.

Thanks so much for all my mentors (“BIG THANKS” to Señora Elia and the family) ,Thanks for Señor Chaiyo and his family too who shown in the beginning how to make it , Thanks Señora Carmen (Toño’s Mom who taught me how to make homemade Quesos Fresco and Quesos Panela at her house) and Gracias para mi amigos (Amaury & Kevin),my buddies for this memorable experience.

Last but not least,THANKS MY MUFFIN HUSBAND for all supports and love <3

THANK YOU!  MUCHAS GRACIAS!

ในที่สุด แพมก็สามารถทำชีสเม็กซิกันในเชียงใหม่ได้คะ จากที่ลองผิดลองถูกมาระยะหนึ่ง ชีสที่แพมลองทำครั้งนี้มีทั้งหมด 3 ประเภทคะได้แก่ ชีสปาเนล่า, ชีสเฟรซโก้ และชีสวาฮาก้าหรือที่เรียกกันว่า “เกซิโย่”

นมวัวที่แพมใช้ครั้งนี้เป็นนมวัวจาก อ.ค.ส. (นมวัวแดง)ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่สูตรและวิธีการทำชีสจากประเทศเม็กซิโก

แพมต้องขอขอบคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ประเทศเม็กซิโกที่สอนแพมทำทุกขั้นตอนในการทำชีส โดยเฉพาะคุณป้าเอเลียและครอบครัว,ลุงไชโย~เพื่อนบ้าน,ป้าคาร์เมน แม่ของแอนโทนีโอ้และ อเมารี่ & เควิ้น เพื่อนคู่หูในการเดินทางและให้คำแนะนำต่างๆ

ขอบคุณมากๆนะคะ

1.ชีสเฟรซโก้ (Fresco Cheese) ~ mild taste ..a little bit salty from the outside

ชีสสด เนื้อนิ่มกึ่งแข็งเล็กน้อย รสชาดมัน,เค็มนิดๆและมีความหวานอ่อนๆจากนมวัว ชีสตัวนี้จะไม่ละลายเมื่อถูกความร้อน

คนเม็กซิกันนิยมใส่ชีสชนิดนี้ลงไปในสลัดหรือไม่ก็ซุปถ้วยโตๆคะ  หรือบางครั้งจะใช้ไส้ยัดลงไปในตัวพริกฮาลาเปนโย่ราดด้วยซอสมะเขือเทศ เป็นอาหารจานพิเศษที่เรียกกันว่า ……. (เดี๋ยวขอไปถามสามีแปบบบบ จำชื่อไม่ได้ ^^) Continue reading →

First Time Making Mexican Cheese!

IMG_0082

วันพุธที่ 29 เมษายน 2558

เมื่อวานที่ผ่านมาแพมมีโอกาสได้เรียนทำชีสเม็กซิกันจากคนเม็กซิกันแท้ๆ ดีใจมากกกกกก เพราะการทำชีสเม็กซิกันเป็นสิ่งที่แพมจดไว้ในลิสสำหรับการมาเยือนเม็กซิโกในครั้งนี้(TO DO LIST) คนเม็กซิกันกินชีสกันเป็นว่าเล่นเลยคะ แต่ชีสเม็กซิกันจะแตกต่างจากชีสทางยุโรปมาก โดยเฉพาะรสชาด ชีสเม็กซิกันจะออกในแนวจืดๆ ไม่เค็มจัดและกลิ่นไม่ shape จะมีรสชาดเหมือนชีสโมซาเรลล่าที่มีขายทั่วไป(นิ่มๆ มันๆ) ครั้งนี้แพมเรียนการทำชีสสองชนิด ได้แก่ชีสพาเนล่า(Panela) และชีสเฟรชโก้(Fresco)(หรือเข้าใจง่ายๆ โฟรชโก้ก็คือชีสสด Fresco) เอาจริงๆแล้วชีสทั้งสองชนิดมีความคล้ายคลึงกันมากๆและขั้นตอนวิธีการทำก็เหมือนกันเป๊ะๆ ที่จะต่างเห็นจะเป็นที่เนื้อสัมผัส ชีสเฟรชโก้จะมีความแน่นและแข็งกว่าชีสพาเนล่า (ชีสพาเนล่าสามารถบิออกได้เป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนเต้าหู้สดที่ถูกบี้ออกจากกัน) Continue reading →

Broccoli Quiche with Panela Cheese

IMG_0908สำหรับแพม คีช(Quiche) เหมือนกับพายทั่วไปแตกต่างตรงที่ไส้พายจะไม่หวาน เป็นพายสำหรับของคาว แป้งพายสำหรับคีชที่แพมเคยทานมา(แบบอร่อย) มี 2 ประเภทใหญ่ๆ แบบที่หนึ่งคือ แป้งพายร่วนกรอบ และแบบที่สองคือ แป้งพัฟเป็นชั้นๆ แป้งพายแบบแรกจะทำง่ายกว่าและเซฟเวลาอีกด้วยคะ วันนี้แพมขอแชร์สูตรแป้งพายแบบกรอบร่วน หอมเนยสดสุดๆก่อนละกันเนอะ(เพราะมันง่ายและไม่ซับซ้อนเนี่ยแหละ เหมาะสำหรับมือใหม่ทุกๆคน) กับเมนูนี้ “คีชมังสวิรัติ Homemade Broccoli Quiche with Panela Cheese” (ถ้าใครหาชีสพาเนล่าไม่ได้ สามารถใช้ชีสสดหรือเฟต้าชีสก็ได้คะ ยิ่งอร่อยนะ ขอบอกๆ)IMG_0892 Continue reading →

มุดโบสถ์เม็กซิกันเพื่อภูเขาไฟ!

เพิ่งกลับมาถึงประเทศไทยคะ jet lag อยู่ประมาณ 2-3 วัน ถือว่าไม่มากนะคะถ้าเทียบกับคนอื่นๆ บางคนกินเวลาไปเกือบเดือนเลย(แม่ของนิคเป็นคะหลังจากมาเที่ยวที่ประเทศไทย 2 อาทิตย์) กว่าที่ร่างกายจะฟื้นคืนสภาพเข้าสู่โหมดเดิม แพมไม่ได้เขียนอัพเดทบล็อคเกี่ยวกับเม็กซิโกมานานมากแล้วคะ เป็นเพราะช่วงเวลาที่อยู่ที่นั่นแทบจะไม่มีเวลาเลยคะ ไปนู้นไปนี่อยู่ตลอดเวลา พอกลับมาถึงบ้านมันก็เพลียแล้วก็อยากนอนเลย เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันเลยกับวันที่ 3 ในประเทศเม็กซิโก

————————————————————————————————-

วันที่ 3 ในประเทศเม็กซิโก พวกเราทั้งสองคนตื่นนอนกันในเวลาประมาณ 9 โมงเช้าคะ วันนี้ตื่นเช้าหน่อยเพราะคุณพ่อของนิคมาปลุก(คือคุณพ่อหิวข้าว) พวกเรามีนัดไปกินข้าวกันนอกบ้านคะสำหรับมือเช้า ร้านอาหารที่เราไปกินก็ใช่ว่าจะอยู่ไกลจากบ้านมากนะ ขับรถไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้วคะ เป็นร้านเล็กๆที่ขายอาหารจำพวกทาโก้ ตอติญ่า อาหารเม็กซิกันทั่วไป และน้ำผลไม้ปั่น ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราคงเหมือนร้านอาหารตามสั่งหรือไม่ก็ร้านก๋วยเตี๋ยว

Picture 314บรรยากาศร้านอาหารริมทางแถวๆบ้านคะ คนเยอะเลยนะคะ เพราะรสชาดอร่อย ฝีมือดีและราคาไม่แพงมากเลยคะ ถือว่าคุ้ม…ร้านเหมือนเป็นร้านของครอบครัว มี 3 สาวควบคุม คนนึงปั่นน้ำ คนนึงทำตอติญ่าและเมนูอาหารต่าง ส่วนอีกคนเป็นวัยรุ่น เด็กสุดในร้านเป็นเด็กเสริฟ ดูท่าทางจะเหนื่อยเหมือนกันนะเพราะร้านคนเยอะตลอด เห็นเจ้าของร้านเดินกันสาละวนเลย

Picture 316

อันนี้เป็นเมนูคร่าวๆที่ทางร้านนำเสนอให้แก่ลูกค้าคะ ปกติคนเม็กซิกันเวลาเค้ามาสั่งอาหารกินเค้าจะไม่ดูเมนูกันละ เดินตรงไปที่คนขายแล้วบอกเลยว่าอยากกินอะไร จากป้ายราคาจะเห็นว่าถูกมากๆ เริ่มตั้งแต่ราคา 10 เปโซ หรือประมาณ 30 บาทสำหรับทาโก้ 1 อัน (ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราหรือเมกาคงราคาร้อยอัพอ่า)

น้องคนนี้เป็นทั้งเชฟและเป็นทั้งคนเสริฟ เด็กสุดละคะในร้าน ดูจากภายนอกเป็นคนมีสไตล์มาก ผมและเสื้อผ้าแฟชั่นเหมาะสมกันจริงๆ ช่วงนี้นิคบอกว่าเป็นช่วงปิดเทอมของเด็กที่นี่คะ(เราเที่ยวกันเดือนกรกฎาคม)

Picture 321

Picture 322สีขาวๆเป็นเส้นๆ ตอนแรกแพมคิดว่าเป็นเนื้อไก่ฉีก คิดอยู่ในใจคนเดียว อันนี้เป็นทาโก้เนื้อไก่แน่นอน(เห็นอะไรเป็นแผ่นๆ แพมเรียกทาโก้หมดเลยในตอนแรก 555 ) แต่มารู้ทีหลังว่ามันไม่ใช่เนื้อไก่ มันคือชีสเม็กซิกัน (Mexican Cheese) รสชาดคล้ายๆชีสมอซาเรลล่าที่ขายตามซุปเปอร์มาเก็ตบ้านเราแต่มันจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่าคือจะเหนียวและมันกว่า แค่ชีสเพียวๆเหมือนกำลังเคี่ยวหมากฝรั่ง แต่เวลามันโดนความร้อนแล้วอร่อยกว่าเดิมอีกนะ ยืดๆ เหนียวๆ กัดกินกับตอติญ่าอร่อยมากจริงๆคะ

Picture 323น้ำสีชมพูในขวดนี้ไม่ใช่น้ำลิ้นจี่นะคะ มันเป็นน้ำฝรั่งบ้านเค้า ฝรั่งที่นี่ไม่เหมือนบ้านเราที่เป็นลูกสีเขียว กรอบๆ ที่นี่มันจะเป็นลูกสีแดงๆ เนื้อมันจะนุ่มๆ คนที่นี่เค้าจะกินฝรั่งตอนมันสุกเท่านั้น(ถึงว่าเวลาแฟนมากินฝรั่งที่เมืองไทย ไม่ชอบเลย ซื้อมาไม่เคยกินสักคำ เค้าบอกแพมว่า มันไม่สุกนะเนี่ย กินได้ยังไง – -“) คนที่เม็กซิโกจะเอาฝรั่งบ้านเค้ามาปั่นเป็นน้ำผลไม้กิน(น้ำผลไม้ปั่นที่นี่ไม่ใส่น้ำแข็งเลยนะคะ สักก้อนก็ไม่มีเลย…ถ้าแม่แพมมาเที่ยวเม็กซิโก แม่คงจะชอบน้ำปั่นที่นี่มากๆ เพราะแม่แพมไม่ชอบน้ำแข็งเลย ชีบอกว่าไม่ดีต่อสุขภาพ ควรจะกินน้ำอุณหภูมิห้อง)

Picture 327อันนี้คือหน้าตาของเมนูที่แพมสั่งคะ ชื่อ “เกเซดีย่า” เป็นแผ่นตอติญ่าข้าวโพด สอดไส้ชีสเม็กซิกัน เห็ด หอมหัวใหญ่นิดนึง แล้วราดด้วยซอสซัลซ่าสีเขียวและสีแดง(ถ้าใครไม่ชอบเผ็ด ก็บอกเค้าว่าไม่เอาซอสซัลซ่า) สำหรับแพมคำแรกที่กัด แพมว่ามันขาดเค็มไปหน่อย แพมเลยเหยาะเกลือไปเยอะเลย แต่รสชาดดีขึ้นมากๆ(สงสัยคนที่นี่ไม่ชอบอาหารรสเค็ม) มันส์ๆจากชีสและเห็ดผสมผสานเข้ากันอย่างดี เมนูนี้ใครจะเปลี่ยนจากเห็ดเป็นเนื้อสัตว์ก็ได้ เช่น ไก่ หมู เนื้อวัว เป็นต้น พอดีวันนั้นพ่อของนิคสั่ง(พ่อเค้าเป็นคนกินมังสวิรัต) สั่งมาเป็นไส้เห็ดเหมือนกันหมด O.o

น้ำผลไม้ปั่นที่แพมสั่งคะ เป็นมะม่วงกับส้ม Picture 329โคตรเปรี้ยววววววววววววววว คือคนที่นี่ปั่นน้ำคือหนึ่งไม่ใส่น้ำแข็งละนะ และสองคือไม่ใส่น้ำตาลอีก ยอมรับเลยว่าคุณค่าทางสารอาหารเยอะมาก ไม่มีน้ำเปล่าปนเลยสักนิด วิตามินสูงจริงๆ ใครลองไปกินรับรองไม่มีปัญหาเลือดออกตามไรฟันแน่นอน ดูดเข้าปากปุ๊บตื่นปั๊บเลย  ^0^ เปรี้ยวววววววเว้ยยย ซี๊ดซ้าดPicture 332เมนูนี้ดูจากภายนอกเหมือนธงชาติประเทศเค้าเลยนอะ ลืมไปแล้วว่าชื่ออะไร มันก็เหมือนเกเซดีย่าที่แพมสั่งตอนแรกนั้นแหละ แต่จานนี้ตัดเห็ดออกไปและใส่ชีสให้น้อยลง เป็นแผ่นตอติญ่าข้าวโพดแบบธรรมดาคะ ด้านหน้าของตอติญ่า(ที่เห็นมันๆ)เค้าทาน้ำมันหมูลงไป (เหมือนเราสเปรดเนยลงบนขนมปัง) จากนั้นก็ราดด้วยซอสซัลซ่าสีเขียวและสีแดง และโรยด้วยชีสเม็กซิกันเหมือนเดิม สำหรับซอสซัลซ่าแพมชอบสีเขียวนะ มันให้ความรู้สึกเหมือนกินน้ำจิ้มซีฟู้ดบ้านเรา เปรี้ยวๆ เผ็ดๆ มีกลิ่นพริกเขียวๆ

หลังจากที่พวกเรากินข้าวเช้ากันเสร็จ พวกเราก็เดินไปเที่ยวโบสถ์ข้างๆร้าน ลืมชื่ออีกแล้ว แหะๆ(คือมันจำยาก ภาษาสเปนอีก – -“) คล้ายๆเป็นโบสถ์ประจำหมู่บ้าน อายุของโบสถ์นี้เก่าแก่มาก (ห้าร้อยกว่าปี) ข้างในโบสถ์มีสถาปัตยกรรมที่ละเอียดละออ ขอบของสิ่งปลูกปั้นเกือบทั้งหมดจะเคลือบด้วยทองคำ วันนั้นที่เราไปมีคนมาใช้สถานที่ของโบสถ์เพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนา เหมือนได้ยินมาว่าเป็นวันครบ 100 วันของผู้ชายในหมู่บ้าน ซึ่งตายด้วยโรคอะไรสักอย่าง ตอนแรกนึงว่าเค้าจัดงานแต่งงานกัน เพราะตอนพวกเราเดินเข้าไปในบริเวณด้านใน เจอผู้หญิงสวยๆงามๆ แต่งตัวใส่ชุดราตรีสีแดง สีม่วง สีเขียว สีขาว ยืนถ่ายรูปกันหน้าโบสถ์ ยิ้มแฉ่งด้วยนะ (ดีใจกันเหลือเกิน ไม่แน่ใจว่ามาผิดงานรึป่าว)

Picture 369ทีแรกพวกเราทั้ง 4 คน (คุณพ่อ แพม นิค และแฟนคุณพ่อ) กำลังจะเข้าไปเยี่ยมชมด้านในของตัววิหารเลย แต่เข้าไปไม่ได้ เพราะเข้ากำลังทำพิธีกรรมทางศาสนา พอดีหน้าปากประตูของตัววิหารมีไกด์ของโบสถ์ยืนเฝ้าอยู่ เค้าบอกว่าวันนี้ยังเข้าไปเยี่ยมชมข้างในไม่ได้ แต่เค้าจะพาพวกเราไปเยี่ยมชมอีกข้างบนของตัววิหารแทน ซึ่งมีทางเข้าที่สลับซับซ้อนมาก อยู่ด้านหลังของตัววิหาร

Picture 338

ถ้าเดินไปด้านหลังของโบสถ์แล้วขึ้นไปบันไดไปประมาณ 5 ขั้น เราจะเห็นสถาปัตยกรรมส่วนบนของวิหาร ช่วงนั้นที่เราไปมีคนงานประมาณ 3 คน กำลังช่วยกันซ่อมส่วนบนของวิหาร สงสัยชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ด้านหลังตัววิหารจะมีต้นส้มเยอะแยะมากมาย แรกๆไม่เข้าใจทำไมคนที่นี่เค้าไม่เก็บเอามาคั้นกินน้ำกัน(ว่ะ!) ถามไปถามมา คนที่นี่เค้าบอกว่ามันมีเยอะเกิน(คงเหมือนบ้านเราที่บางบ้านมีต้นมะม่วงเยอะเว่อร์ๆอ่า จนไม่อยากกิน) และอีกอย่างนึงส้มบางชนิดของที่นี่มันไม่อร่อยคือมันจะเปรี้ยวมากๆ และขม ดังนั้นจึงไม่เหมาะเอามาคั้นดื่ม

Picture 342ข้างในตัววิหาร ชั้น 2 สีทองๆสีเห็นข้างหน้านี้ไม่ใช่ทาสีทองนะคะ แต่มันเป็นทองล้วนๆ พวกเราอยูด้านบนนี้เห็นหมดเลยว่าข้างล่างเค้าทำอะไรกัน ชั้นที่เราอยู่กันนี้คือชั้น 2 จะมีคนเล่นเปียโนอยู่ข้างบนชั้นนี้ด้วย พี่ผู้ชายนักดนตรีจะฟังเสียงคนข้างล่างเค้าพูดกัน พอถึงจังหวะที่คนพูดพูดจบ เค้าก็จะบรรเลงเพลงเลย ดังกังวานในโบสถ์มาก

Picture 345หลังจากที่พวกเราอยู่บนชั้น 2 ได้ประมาณ 15-20 นาที ก็ได้เวลาลงไปข้างล่างละ พอพวกเรากำลังจะลงไปชั้น 1 นิคก็เหลือบเห็นทางเป็นอุโมงค์เล็กๆ ไต่ขึ้นไปชั้นข้างบนอีก พวกเราขอให้ไกด์ช่วยนำทางไปที (ไกด์ไม่ค่อยอยากไป เพราะทางที่ขึ้นไปมันแคบ เป็นคล้ายๆทางบันไดวนขึ้นไป) คนในสมัยก่อนก็สร้างกันเก่งเนอะ เครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักรก็ใช่ว่าจะมี พอพวกเราเดินวนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดก็จะเจอทางออกดาดฟ้าเป็นรูเล็กๆแบบนี้เลย คนตัวเล็กๆจะออกไปได้ง่ายอยู่นะ แค่นั่งยองๆแล้วค่อยๆกระดืบๆออกไป ส่วนคนตัวใหญ่ต้องสอดหัวเข้าไปก่อนหรือตูดเข้าไปก่อนก็ได้แล้วแต่สะดวก ฮ่าฮ่าๆ มั่นใจหน่อย ว่าจะไม่ติดตูด

 

Picture 352

Picture 364

ดูนิคกับรูที่ลอดมา มีขนาดต่างกันมากเลย แต่เค้าก็สามารถลอดออกมาได้แบบทุลักทุเลเหมือนกันนะ นึกว่าจะติดพุ่งนะ(แต่ถ้ากลับไปลอดตอนนี้คงจะเหนื่อยกว่าหน่อยนะฮะ…พุงคุณชายนิคเปลี่ยนไป…เปลี่ยนไปยังไงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจนะฮะ ฮ่าฮ่าฮ่าๆ)

Picture 358

ถือว่าคุ้มคะกับการเดินไต่ขึ้นมาในทางที่แคบๆแล้วต้องลอดผ่านรูเล็กๆอีก วิวข้างบนสวยมาก เราจะเห็นหมู่บ้านของคนที่นี่ว่าเป็นอย่างไร เหนือสุดจะเป็นภูเขาไฟ Popocatépetl  ที่มีหิมะปกคลุมอยู่ด้านบน หลายคนคงจะคิดว่าเม็กซิโกเป็นประเทศที่น่าจะร้อน คิดถึงเม็กซิโกจะคิดถึงต้นกระบองเพชร ทะเลทราย คาวบอย แต่แพมอยากบอกว่ามันไม่จริงเลยคะ จริงที่ว่าประเทศเค้ามีต้นกระบองเพชร ทะเลทรายหรือคาวบอย แต่ภูมิอากาศของที่นี่ยังหนาวกว่าเมืองไทยหลายเท่าเลยนะคะ คือต้องใส่เสื้อหนาวตลอดเวลา ยิ่งตอนกลางคืนไม่ต้องพูดถึงเลย หนาวมากเลยคะ คือมันเป็นอากาศของทะเลทราย ที่กลางวันจะร้อนแห้ง ไม่มีไอน้ำเลย ส่วนกลางคืนจะเย็นมากๆ

Picture 362

Picture 367ตึกที่เห็นข้างหน้านี้เป็นสิ่งก่อสร้างอีกอย่างหนึ่งในบริเวณด้านในของโบสถ์ คาดว่าน่าจะทำจากดินและหิน  สีที่ทาคงจะเป็นดินจากธรรมชาติ ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าสร้างไว้เพื่ออะไร (เพราะไกด์เดินจากไปแล้ว) การมาเที่ยวโบสถ์ครั้งนี้ไม่เสียเงินค่าเข้าก็จริง แต่เวลาไกด์เค้าพาเราเที่ยวชมสถานที่เสร็จ จะมีคนยืนรอหน้าประตูทางออกกับตะกร้าทิป ประเด็นคือเราสามารถให้ทิปเค้าเท่าไหร่ก็ได้ตามจิตศรัทธาของเรา ควรจะให้นะเพราะไกด์เข้าทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ วันนั้นแพมให้ทิปเขาไปประมาณ 150 บาท หรือประมาณ 50 เปโซ เค้าไม่บังคับให้มากให้น้อยแล้วแต่เรา

** จริงๆวันนี้กิจกรรมยังไม่หมด ไปเที่ยวหลายที่มาก แต่ขอพอเท่านี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวโพสหน้าจะมาเล่าต่อเกี่ยวทริปวันที่ 3 ในเม็กซิโกคะ คอยติดตามกันเน้อออเจ้า ^ ^