ไปเที่ยวทะเลกับป้าเลตี้

ครั้งแรกเลยนะเนี่ยกับการนั่งรถคอมบี้เก่าๆ ไปทะเลกับเพื่อนๆที่รัฐวาฮาก้า ประเทศเม็กซิกัน(เอ้ย! เม็กซิโก) เฉลี่ยเวลาไปประมาณ 12 ชั่วโมง ส่วนขากลับอะเหรอแอบนานหน่อยเพราะจอดบ่อย รถคอมบี้คันที่ว่านี้เป็นรถของเพื่อนของนิคคะชื่อ แอนโทนีโอ้ แต่คนที่นี้เรียกเขาง่ายๆว่า ตอนโญ่ Toño

We were traveling to the beach with this combi. Her name is Lety.
More than 12 hours to go and 12 hours to come back home. Thanks all companions!
It was a great trip! ไปทะเลด้วยรถคอมบี้ (รถแก่กว่าแพมอีก) ชื่อป้าเล็ทตี้ … ประสบการณ์อีกแบบ 😀
Thanks Toño for driving!

12238080_10153108728327443_5006728434170404604_oทะเลของวาฮาก้านี้สวยนะ แต่เสียอย่างนึงคลื่นแรงเว่อร์ๆ คือใครที่ไม่เก่งน้ำ แนะนำให้นั่งเล่นอยู่ชายหาดพอ เพราะเวลาลงไปว่ายแล้วว่ายไม่เป็น จะรู้สึกว่าเหมือนทะเลดูดแล้วก็ซัดเขาฝั่งอีกที ดูดดดดและก็ถาโถมซัดเข้าฝั่ง…คือแพมถึงขั้นเซ กลิ้งไปกลิ้งมาเลยคะ

พวกเราไปพักที่นั้น 3 คืน 4 วันด้วยกัน ไปพักบ้านพักตากอากาศของคุณพ่อนิค ซึ่งเขาซื้อที่ดินไว้นานมากๆ สมัยที่นิคเป็นเด็กๆ แพมก็มาครั้งแรกนะ โดยรวมถือว่าประทับใจมากๆ วิวสวย อากาศร้อนได้ใจ…แต่ขากลับเท่านั้นแหละ หนาวมากกก ยิ่งเข้าใกล้เมืองพวยบร้า(เมืองที่พ่อนิคอยู่) ยิ่งหนาว จับใจ …ปรับตัวตามอากาศแทบจะไม่ทัน

โพสนี้เป็นโพสที่ใช้เวลาเขียนานมาก แอบยืดเยื้อเพราะมัวแต่ทำอะไรอย่างอื่น หรือแอบหาข้ออ้างเพื่อทำอย่างอื่น ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เรซิสแท่น แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เลยลากตัวเองเข้ามาเขียนต่อให้เสร็จกับโพสๆนี้คะ

ตอนนี้แพมกับนิคอยู่ที่เมืองซีเอตเทิล รัฐวอชิงตันกับน้องสาวของนิคและชอน แฟนของนิค  ช่วงนี้ที่ซีเอตเทิลอากาศหนาวมาก มีวันนึงที่หมอกลงจัด นึกในใจว่า เฮ้ย ตอนนี้ฉันกำลังแสดงนั่งเรื่องแฮรี่พอตเตอร์รึเปล่า สลัวๆ มองไม่ค่อยเห็นอะไรเลย และอุณหภูมิ ไม่อยากจะพูด ติดลบสององศาเซลเซียสค่าาา ป๊าดดดดด! คืนนั้นไม่อยากออกไปไหนเลย อยากแค่จะหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน อุ่นๆกับน้องหมาเท่านั้น…

IMG_5772 Continue reading →

สงสารเด็กเสริฟที่กัวนาคาโต้แต่พี่เขาก็ทำเกินไปจริงๆ!

11143254_1062066500476633_5485915722729979331_n

เซ็ทมื้อเย็นของแพมและนิคคะ

มื้อเย็นที่กัวนาคาโต้
พวกเราเดินเที่ยวรอบเมืองกัวนาคาโต้ทั้งวันเลยคะ เหนื่อยแต่สนุกมาก ช่วงนี้อย่างที่แพมบอกไปในโพสแรกของทริปกัวนาคาโต้ เป็นช่วงเทศกาลวันหยุดของคนเม็กซิกัน นักท่องเที่ยวเยอะจริงๆคะ แต่ก็เป็นสีสรรอีกแบบนึงนะ
โรงแรมของพวกเราตั้งอยู่บนยอดเขา เวลาจะขึ้นลงทีนึงเล่นเอาเหนื่อยหอบเลยนะคะ ทางโรงแรมจึงมีบริการรถรางรับส่ง เซฟแรงไปเยอะเลย เย็นวันเดียวกันหลังจากที่เดินเล่นทั้งวัน พวกเราก็เดินกลับโรงแรม อาบน้ำอาบท่า แต่งตัวเพื่อที่จะไปหาอะไรกินสำหรับมื้อเย็น..

IMG_0407

ตัวเมืองกัวนาคาโต้,เม็กซิโก

IMG_0422

หน้ามหาวิทยาลัยกัวนาคาโต้

Continue reading →

มาเยี่ยมเพื่อน พบสัจธรรมชีวิต

IMG_0158การมาเที่ยวหามาร์โค้ครั้งนี้ทำให้แพมค้นพบสัจธรรมบางอย่างในชีวิต อย่างที่แพมเคยโพสไป แพมกับนิคมีเพื่อนคนเม็กซิกันชื่อมาร์โค้ เขาเป็นศิลปินเช่นกัน เรียนและทำงานอยู่ที่รัฐเวราครูซ ประเทศเม็กซิโก การไปเที่ยวหาเขาเป็นอะไรที่พวกเราไม่ได้แพลนไว้เลยในตอนแรก พอดีมาร์โค้และแฟน(ซอชิตึล)จะมาดูคอนเสริตของนักดนตรีแจซ จากประเทศบราซิล เขามาแสดงโชว์ที่เมือง Puebla (เมืองที่พ่อนิคอาศัยอยู่) ขากลับไปเวราครูซ มาร์โค้จึงชวนนิคให้ไปเยี่ยมบ้านเขาและสามารถเข้าทำเวิร์คช็อปได้ที่ Ceiba Grafica

เพื่อนๆรู้มั้ยว่า การไปทริปครั้งนี้ เป็นทริปที่มีความสุขมากในชีวิตแพม พวกเราขับรถไปกันเอง เปิดเพลงดังๆ จังหวะมันส์ๆ ดูวิวไปรอบๆขณะเดินทาง มันเป็นอะไรที่สนุกมาก และไปกับคนที่คิดเหมือนเรา คือคิดแบบศิลปินเหมือนกัน พวกเราไม่ได้มีเงินมากมาย (ค่อนข้างไปในทางติดลบ) แต่เชื่อมั้ยว่า การไปทริปนี้ทำให้แพมไม่ได้กังวลอะไรซักอย่างเกี่ยวกับเงิน กินเท่าที่มีและสามารถซื้อได้…และมีดนตรีฟังแบบมันส์จนลืมโลก

พวกเราใช้เวลาขับรถจากเมืองพวยบร้าไปยังเมืองกัวเตเป็ก รัฐเวราครูซ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง พอถึงบ้านมาร์โค้ปุ๊ป แพมก็ต้องตกใจเพราะช่วงหลังๆแพมไม่ได้คลุกคลี่อยู่ในบ้านแบบนี้มานานแล้ว ซึ่งตั้งแต่พวกเราออกเดินทางท่องเที่ยว เดือนแรกๆพวกเราก็ไปพักอยู่ที่ซีเอตเทิล สหรัฐอเมริกา บ้านเมืองแถวนั้น เพื่อนๆก็รู้กันอยู่ว่าสะอาดเนอะ หลังจากซีเอตเทิลพวกเราก็มาพักบ้านคุณย่าในเมืองเคเรกตาโร่ บ้านคุณย่าของนิคใหญ่และสะอาดมาก มีแม่บ้านคอยทำความสะอาดให้อยู่ตลอดเวลา แทบจะกลิ้งเกลือกพื้นห้องน้ำได้เลย แต่เมื่อมาถึงบ้านมาร์โค้ เป็นอะไรที่แตกต่างจากที่พูดมามากๆ มาร์โค้เช่าบ้านอยู่เล็กๆ เดือนละ 1,600 บาทไทย มีห้องน้ำและห้องนอนแยกกันโดยสิ้นเชิง ห้องนอนของมาร์โค้จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจะเป็นห้องนอนและตู้เสื้อผ้า ส่วนอีกฟากนึงจะเป็นห้องทำงานที่มีตู้เย็น โต๊ะทำงานและอ่างล้างจาน ฟังดูเหมือนอะไรธรรมดานอะ แต่มันสกปรก คือไม่ได้เหม็นสกปรก แต่มันเป็นอะไรที่แพมไม่ได้เห็นมานานแล้ว ตอนอยู่ไทย บ้านของแพมและบ้านของพ่อแม่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนี้ แพมยอมรับว่าครั้งแรก แพมแทบไม่กล้านั่งปลดทุกข์ที่ห้องน้ำบ้านมาร์โค้ เพราะมันสกปรกมาก ดินแดงเกลอะเต็มห้องน้ำเลย แต่ไม่มีกลิ่นเหม็นนะ เวลาแพมอยากปลดทุกข์หนัก นู้นเลย…ห้องน้ำที่สถาบัน Ceiba Grafica ที่นิคเข้าร่วมทำเวิร์คช็อป ไม่ได้ดีมาก แต่พอทนได้ (ถ้าอยากใช้ห้องน้ำที่ Ceiba Grafica ต้องวิ่งจากบ้านมาร์โค้ไปประมาณ 800 เมตร เป็นเนินเขาด้วย) ช่วงวันแรกที่มาถึง หนักเอาการเลย แพมรับไม่ค่อยได้เลย และต้องนอนอยู่ในห้องของเขาด้วย เตียงที่แพมกับนิคนอนเป็นเตียงเดี่ยวของมาร์โค้ เขายอมสละเตียงให้พวกเรา ส่วนเขาจะนอนกับโซฟา ตอนที่พวกเราช่วยกันปูที่นอน มาร์โค้ก็ปัดฝุ่น ตีฟูกที่นอน ป๊าดดดดด ฝุ่นที่นอนมันฟุ้งเต็มห้องเลยคะ ตอนกลางคืน ไม่มีใครสังเกตนอะ แต่แพมเห็นฝุ่นมันลอยฟูฟ่องผ่านแสงไฟสีเหลืองในห้องนอน โอ้พระเจ้า! ตอนนั้นรู้อย่างเดียวว่าไม่อยากหายใจเลยแหละ แพมพยายามกลั้นหายใจ แล้วเดินออกไปนอนห้อง ไปสูดอากาศนอกห้อง พอพวกผู้ชายช่วยกันปูผ้าปูที่นอนเสร็จ ก็ถึงเวลานอนแล้ว หมอนที่พวกเราใช้หนุน คือแบบว่า ดำมากและสภาพเหมือนไม่ได้ซักมาเป็นปีๆ (จริงๆอาจจะซักแล้วก็ได้นะคะ แต่ดูจากสภาพเฉยๆ) แพมใช้ชุดเดรสที่แพมพกมาด้วยห่อหมอนของแพมอีกรอบ ไม่งั้นแพมนอนไม่หลับและแพมต้องพยายามบอกนิคว่า อย่าดิ้นมาก เพราะเดี๋ยวฝุ่นของผ้ามันปลิวฟ่อง ไม่อยากสูดดมเลย(คือแพมเข้าใจนะว่า มาร์โค้เขาคงส่งซักทำความสะอาดก่อนหน้านี้แล้ว แต่แค่แพมไม่ชินเฉยๆ) ตอนนี้ทุกคนอ่าน คงจะรู้สึกกระแดะแพม แต่ทำยังไงได้ แพมไม่ชอบฝุ่นเลยจริงๆ ถ้าเห็นปลิ่วมา ไม่อยากที่จะหายใจเลย

IMG_0287 IMG_0148-2พอตื่นมาตอนเช้าปุ๊ป ต้องอาบน้ำ น้ำที่บ้านมาร์โค้ไม่มีน้ำอุ่น มีแต่น้ำเย็นล้วนๆ(เย็นจัดด้วยนะ เหมือนน้ำเย็นตอนช่วงหน้าหนาว) อาบน้ำเย็นแพมไม่ค่อยหวั่นนะ เพราะตอนอยู่ไทยก็อาบน้ำเย็น แต่ถ้าห้องน้ำสกปรกนี้ซิ แทบจะหลับตาอาบน้ำเลยทีเดียว ส่วนน้ำที่ใช้แปรงฟันอีก ปัญหาใหญ่ละทีนี้ น้ำไม่ค่อยไหล ถ้าจะไหลจะไหลในช่วงเย็นๆ และน้ำจะออกแดงๆนิดๆ (น้ำจากลำธาร) แพมโคตรอยากจะใช้น้ำดื่มแปรงฟัน แต่ต้องประหยัด อดทนใช้น้ำจากก็อกแปรงฟันไป ให้มันเสร็จๆแบบขอไปที อ่างล้างจานบนบ้าน เนื่องจากมาร์โค้เป็นศิลปิน เวลาเขาทำงาน เขาก็จะล้างและทำความสะอาดอุปกรณ์ก็จะทำที่อ่างล้างจานข้างบนบ้าน แปรงฟันก็จะแปรงบนบ้าน ล้างจาน ล้างคราบอะไรมันๆก็จะล้างด้วยอ่างล้างจานบนบ้าน ดังนั้นก้นของอ่างล้างจานก็จะเป็นคราบหนาๆ เขียวๆ ดำๆ แพมจำได้ว่า ครั้งแรกที่แพมล้างแก้วกาแฟ เล็บของแพมไปขูดใส่คราบหนาๆของอ่างล้างจาน(แพมเป็นคนไม่ไว้เล็บนะคะ แค่ตอนนั้นเล็บแพมยาวออกมานิดนึง พอให้เห็นเล็บสีขาวๆ) โอ้โห้!นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางเต็มไปด้วยไอ่คราบที่ว่า ไม่รู้ว่าเป็นคราบสะสมอะไรมาแล้วบ้าง(แค่พูดแทบจะอ้วก)

คืนที่สองที่เวราครูซ เพื่อนอีกคนนึงของนิคชื่อ ดาเนียล ได้ชวนพวกเราไปนอนบ้านเขา บ้านของดาเนียลอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของมาร์โค้คะ ในคืนนั้นมาร์โค้ ซอชิตึลและฮาบี้ได้ขับรถไปส่งพวกเราที่บ้านของดาเนียล พอถึงบ้านดาเนียลปุ๊ป พวกเราทั้งหมดก็จะดื่มเบียร์ นั่งสนทนาด้วยกันเล็กน้อยก่อนที่มาร์โค้จะขับรถกลับบ้านเขา บ้านดาเนียลจริงๆแล้วไม่ใช่บ้านของเขาหรอกคะ แต่เป็นบ้านของแฟนของเขา  บ้านของแฟนดาเนียลเป็นบ้านชั้นครึ่ง ไม่เล็ก ไม่ใหญ่มาก มีต้นไม้เยอะแยะเต็มไปหมดรอบตัวบ้าน มีหมาพันธุ์โกเด้นท์ 4 ตัว และบ้านเขาก็สะอาดใช้ได้ แต่ไม่ได้ถึงสะอาดมากๆเท่ากับบ้านของพ่อแม่แพมที่เมืองไทยนะ แต่เพื่อนๆรู้มั้ยคะว่า การพักบ้านแฟนของดาเนียล เป็นอะไรที่อึดอัดมาก ถึงแม้ว่าบ้านของเขาจะใหญ่ สะอาดและมีห้องนอนสำหรับแขกที่มาพักโดยเฉพาะ แต่ความรู้สึกไม่สบายเหมือนพักอยู่กับมาร์โค้ ถูกที่บ้านของมาร์โคนั้นสกปรกและเล็กกว่าบ้านของแฟนดาเนียลมากๆ แต่มาร์โค้ทำให้พวกเรารู้สึก welcome ต้อนรับขับสู้ด้วยความสามารถและสถานะของเขาที่มีอยู่ การพักบ้านดาเนียลเหมือนมีเส้นบางๆกั้นอยู่ ระหว่างคนพักและ host แพมรู้สึกว่าแฟนของดาเนียลเขาไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ ส่วนดาเนียล ด้วยความที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจึงไม่มีสิทธิ์ออกเสียงอะไรได้มาก….นี่แหละน้า ที่สำนวนไทยเขาพูดไว้ว่า ” คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ” การอยู่บ้านคุณย่าของนิคก็ทำให้แพมมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน บ้านใหญ่ก็จริงๆ สองชั้น ห้าห้องนอน  ห้าห้องน้ำ มีแม่บ้านทำความสะอาดให้ตลอด จับต้องอะไรในบ้านไม่มีฝุ่นติดมือมาเลยคะ มีคนซักผ้า ทำอาหารให้ แต่…อึดอัด จบ!

IMG_0347เช้าวันต่อมา แฟนของดาเนียลและพี่สาวของเธอได้มาส่งเราที่ปั๊มน้ำมันเพราะมาร์โค้จะมาคอยรับเราที่นั้น พอพวกเราเจอมาร์โค้ปุ๊ป…แพมนิ ดีใจสุดๆเลย เหมือนตัวเองได้รับความเป็นอิสรภาพอีกครั้ง ระหว่างกลับบ้านมาร์โค้ พวกเราแวะทานอาหารเช้าด้วยกัน อาหารเช้าครั้งนี้เป็นสไตล์เวราครูซแท้ๆ รสชาดอร่อยและไม่แพงมากอีกด้วย

การกลับมาพักบ้านมาร์โค้ครั้งนี้ แพมรู้สึกตัวเองเริ่มชินกับวิถีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่แบบนี้ไปแล้ว แพมรู้สึกดีใจและชอบที่จะอยู่แบบนี้มากกว่า เพราะบางครั้งการที่เราอยู่อาศัยในบ้านใหญ่ๆ ใช่ว่าเราจะมีความสุขเสมอไป ความสุขและการมีอิสรภาพมันขึ้นอยู่กับคนที่อาศัยอยู่ด้วยต่างหากหล่ะ เพราะถึงแม้ว่าคนที่เราอยู่อาศัยด้วยจะรวยล้นฟ้าแค่ไหน บ้านใหญ่โต แต่การอยู่กับเขาทำให้เราไม่เป็นของตัวเอง  อึดอัด คงเป็นอะไรที่ทรมานสุดๆ เหมือนหายใจไม่ออก จะเดินเหินในบ้านต้องคิดแล้วคิดอีก ถ้าทำแบบนี้ในบ้านเขา เขาจะโกรธมั้ย? ถ้าเดินไปทางนี้ จะรบกวนเขารึเปล่า? ถ้าเปิดตู้เย็น จะกินอันนี้ได้มั้ย?(ทั้งๆที่เขาบอกว่ากินได้…ถ้าอยากกิน) แต่มันเกร็ง แพมขอเลือกอยู่กับคนที่ทำให้แพมเป็นตัวของตนเองและมีอิสระในทุกอย่างก้าวของแพม และตัวเขาเองก็รู้สึกสบายเมื่อแพมอาศัยอยู่กับเขาด้วย และสัจธรรมอีกอย่างในชีวิตที่แพมพบเจอจากทริปนี้ คือ คนเราไม่ต้องติดหรูมากก็ได้ เพราะตอนเราเกิดมา เรามีแค่ตัวเปล่าๆเท่านั้น อะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องสรรหาเอามาอุปโภค บริโภค และต้องระลึกอยู่ทุกวินาทีว่า ทำในสิ่งที่เรารักและทำให้เรามีความสุข ถ้าสิ่งใดที่ทำให้เราทุกข์ พยายามอยู่ห่างๆเข้าไว้หรือไม่ต้องสนใจมัน(จริงๆทำยากนะ แพมกำลังฝึกฝนกับจิตของแพม)

เพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน เห็นด้วยกับแพมมั้ยคะ

IMG_0423

OUR 1st ADVENTURE!

photo 2กว่าจะมีเวลาอัพเดทบล็อคของตัวเอง…ก็หลังคริสมาสแล้วคะทุกคน ดีใจมากๆที่มีเวลามานั่งเขียน(ผิงไฟ เปิดฮีตเตอร์) นั่งอยู่กับตัวเองเงียบๆอีกครั้ง Merry Christmas Everyone!…แต่การเขียนโพสครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งอื่นๆ เพราะแพมอัพเดทจากวอชิงตันคะ ใช่แล้ว พวกเราสองคนย้ายมาอยู่ที่อเมริกาแว้ววววว ยูฮู้!

การย้ายมาอยู่อีกประเทศอื่นครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งแรก เพราะปกติพวกเราไปเมืองนอก พวกเราจะไปแค่ประมาณหนึ่งเดือน แพมเคยไปเวิร์คแอนด์ทราเวลมาก่อนตอนปีหนึ่ง ตอนนั้นไปสามเดือนที่เมืองโอไฮโอ้(Ohio)นานสุดละมั้ง แต่ถือว่าครั้งนั้นไป คือ มีอะไรที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว มีเอเจนซี่ มีงานรองรับ และที่สำคัญไปกันเป็นก็กกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ดังนั้นไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเลย ปัญหาเดียวที่มี เห็นจะเป็นที่ภาษา (สมัยนั้นภาษาอังกฤษของแพมถือว่าโง่มาก งูๆปลาๆ พูดไม่เป็นคำ ฟังไม่ออก ย้อนไปเวลานั้นแล้วตลกตัวเองสุดๆ แต่ก็ดีใจที่สามารถข้ามจุดนั้นมาได้ คริคริๆ) Continue reading →

First time in Mexico!

หลังจากที่พวกเราสองคนท่องเที่ยวอยู่ใน LA อยู่สักพักนึง (ประมาณ 5 วัน) ก็ถึงเวลาที่เราต้องบินไปเม็กซิโกแล้วจ้า ตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย(สำหรับแพม ครั้งนี้ครั้งแรกเลย)…พวกเราออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติในกรุง LA โดยใช้บริการสายการบิน Alaska Airline ออกเดินทางจากสนามบินประมาณ 11.00 ตอนเช้าของวันที่ 5 ก.ค. 2555 ใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมงถึงเม็กซิโก ซิตี้ พอพวกเราถึงเม็กซิโกก็เย็นซะแล้ว คือเวลาที่เม็กซิโกจะเร็วกว่าเวลาที่เมกาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนประเทศไทยนั้น เม็กซิโกจะช้าไปประมาณ 12 ชั่วโมงกับอีก 15 นาที เครื่องบินของพวกเราไปลงจอดที่สนามบินนานาชาติในกรุงเม็กซิโกซีตี้ จากนั้นพวกเราสองคนก็ต้องนั่งรถต่อไปอีกเมืองนึงซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงของเม็กซิโกประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองนั้นชื่อเมื่อง Puebla คะ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก สวยงามมากเลยคะ เป็นหุบเขา เหมือนไปเชียงใหม่ คือระหว่างทางจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ไปเมืองเพียวบรานั้นจะเป็นเขา เป็นเนิน ถนนหนทางจะขึ้นดอย ลงดอยตลอด รถบัสส่งพวกเราไปยังในตัวเมืองเพียวบร่าในที่สุด อากาศที่นั้นถือว่าเย็นนะสำหรับแพมซึ่งมาจากประเทศไทย…คือพูดง่ายๆอากาศเย็นกว่าหน้าหนาวบ้านเราที่เชียงใหม่ ขนาดเป็นช่วงหน้าฝนของเค้า…พอรสบัสไปถึงยังสถานี พ่อของนิคก็รอพวกเราอยู่ที่นั้นแล้วคะ …สวมกอดและทักทายแบบคนเม็กซิกันแล้ว(เรายืนอยู่ด้านหลัง ทำไรไม่ถูกเลย เขินแทนวะ) พวกเราก็ขับรถกลับบ้านกัน…เหนื่อยจริงๆวันนี้

DSC00228เมืองหลวงของประทศเม็กซิโก “กรุงเม็กซิโกซิตี้” ใหญ่มาก อยู่บนเครื่องบินแล้วมองลงมา ดูแออัดยังไงไม่รู้ แต่ยอมรับนะว่าประเทศนี้สีสรรเยอะ…ฝาผนังบ้านแต่ละหลัง ไม่ใช่สีโทนอ่อนๆเลย สีแจ่มๆ สดๆ จ้า เช่น สีส้ม สีเหลือง สีแดง สีเขียว สีน้ำตาล เป็นต้น ถนนหนทางในเมืองเม็กซิโก ซิตี้ถือว่าโอเคเลยนะคะ ไม่มีหลุม ไม่มีบ่อ

DSC00245ทางไปเมือง Puebla เมืองทางตอนใต้ของเม็กซิโก้ เป็นป่าเป็นดอย แต่วิวสวยงามมากกก เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปประมาณชั่วโมงครึ่ง โดยสารด้วยรถยนต์ ถนนหลวงของเมืองนี้ดีมากๆ เรียบ สมูธ แต่พอเข้าลึกๆไปถนนสายย่อย หรือในตัวเมือง จะพบว่า หลุมเยอะมาก ขับไปต้องหลบหลุมไม่พอต้องระวังลูกกระโดด มันเยอะ คนที่นู้นเรียกลูกกระโดดว่า โตเปส (Topez) แล้วสร้างไว้สูงด้วยนะ คือรถเก่งที่ช่วงล่างต่ำๆอะ ระวังเลย บอบช้ำหมดแน่นอนช่วงล่างของรถ …ยิ่งถ้าหน้าฝน ทำใจเลยนะคะ เหมือนน้ำท่วมเลยถนนแต่ละสาย ย้ำนะคะ แค่ถนนเส้นเล็กๆ ไม่ใช่ถนนสายหลักหรือถนนหลวง

DSC00249บางคนอาจจะคิดว่าเม็กซิโกเป็นประเทศที่ร้อน เราขอบอก ณ.ที่นี่เลยว่า ไม่จริง!! หนาวกว่าเชียงใหม่บ้านเราหลายเท่า ต้องใส่เสื้อหนาวตลอดเวลา ยิ่งเวลากลางคืนเย็นมาก ไม่อยากอาบน้ำเลยDSC00251ร้านค้าทั่วไปหลักๆของประเทศนี้ ชื่อร้าน OXXO ออกเสียงว่า อ็อกโซ่ คล้ายๆกับเซเว่นบ้านเรา ซึ่งเค้าผูกขาดกับปั๊มน้ำมันประเทศเค้า ยี่ห้อปั๊มมียี่ห้อเดียวคือ PEMEX ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของ คือพูดง่ายๆถ้าเจอปั๊มน้ำมัน ก็จะเจอร้านนี้…นิคจอดซื้อซิมที่ร้านนี้ก่อนเข้าบ้าน 

 บ้านของนิคอยู่ห่างจากตัวเมือง Puebla ไปประมาณ 20 นาที ถือว่าเป็นชานเมือง…รถไม่ติดเลย เพราะเป็นเวลาที่ค่อนข้างดึกแล้ว พอถึงบ้านปุ๊บแพมก็เจอคุณป้า Alicia และคุณป้าฮวนน่า ยืนตอนรับอยู่หน้าปากประตูบ้าน ป้าอลิเซียเป็นแฟนใหม่ของคุณพ่อนิค ส่วนป้าฮวนน่าเป็นแม่บ้านของบ้านนิคคะ ป้าเค้าเป็นทั้งแม่บ้าน แม่นม พี่เลี้ยงของนิคและน้องสาวตั้งแต่เด็กๆเลยคะ ดังนั้นนิคจีงนับถือเค้าเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเค้า นิคบอกว่าเดี๋ยวอยู่ๆกันไปแพมกับเค้าก็จะชินและไม่เขินอายกันอย่างแน่นอน สบายใจได้ หน้าตาของคนเม็กซิกันในความคิดเรานะ เหมือนผสมผสานหลายเชื้อชาติอยู่(ในอดีตนมนามมาแล้ว) หน้าตาของคนแถวนี้จะคล้ายๆญี่ปุ่นนิดๆ อินเดียหน่อยๆ ที่เหลือก็จะเป็นสเปน จมูกโด่งๆ คนเม็กซิกันแท้จริงแล้ว จะเตี้ยต่ำ ผิวคล้ำPicture 306บ้านของคนที่นี้ส่วนใหญ่จะมีหลังคาเรียบ บนหลังคามีท่อน้ำระบายน้ำออกจากหลังคาเวลาฝนตกหนักๆ เป็นการป้องกันหลังคารั่วและน้ำขัง นอกจากนี้คนแถวนี้นิยมสร้างบ้านจากดิน หรือพูดง่ายๆคือบ้านดิน มีสไตล์ของตัวเอง ชอบทาสีผนังบ้านด้วยสีฉูดฉาด เช่น สีแดง สีเขียว สีส้ม เป็นต้น ไม่ค่อยเห็นใครทำสีเรียบๆเช่นสีขาว ถ้ามีก็จะมีน้อยมาก เช่นบ้านของพ่อนิค หลังนี้

Picture 607เย็นนี้ป้าอะลิเซียโชว์ฝีมือทำอาหารง่ายๆสำหรับพวกเรา เป็นอาหารท้องถิ่นเลยก็ว่าได้ เป็นตอติญ่าข้าวโพดกับสลัดต้นกระบองเพชรหูมิกกี้เม้าท์ ผสมกับผักนานาชนิด เช่น ผักชี หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศและน้ำมะนาวนิดนึง รสชาดของสลัดต้นกระบองเพชร ถ้าถามว่าอร่อยมั้ย สำหรับแพมคือมันแปลกๆอ่า คืออยู่ที่ไทยเราไม่กินกันนอะ พอมาที่นี่เลยกลืนไม่ค่อยลง รสชาดมันจะเหมือนถั่วฝักยาว กรุบๆ แต่ไม่มาก และจะเมือกมากเลยที่เดียว ส่วนอาหารอีกอย่างที่ป้าเค้าทำให้พวกเรา คือ ผัดฟังค์ไจของข้าวโพด มันเป็นฟังค์ไจสีดำๆของข้าวโพดที่เสียแล้ว คือเค้าจะแกะฟังค์ไจของมันมากิน ลักษณะเป็นสีดำๆขาวๆเหมือนดอกตูมๆอะไรสักอย่าง ในห้างสรรพสินค้าแถวๆนี้มีขายเยอะแยะ ราคาก็ถือว่าปานกลางถึงแพงมาก รสชาดของผัดฟังค์ไจข้าวโพดนั้นมันจะออกขมๆนิดนึง ไม่มาก เวลาคนที่นี้ผัดเขาจะใส่เกลือแทนน้ำปลาหรือซีอิ๊วขาว  และหั่นพริกฮาลาเปนโย่ลงผัดด้วยกัน อร่อยเหมือนกันนะเมนูนี้หรือเพราะว่าพวกเราหิวไม่รู้ กินเกือบหมดจาน จานนี้กินคู่กับข้าวเม็กซิกัน ไม่ใช่ข้าวสีแดงๆที่ใส่ซอสซัลซ่านะคะ แต่เป็นข้าวหุงสไตล์เม็กซิกันธรรมดาๆ สีขาว แต่ต่างจากข้าวหุงที่ไทยนะ คือเวลาคนที่นี้เขาหุ่งข้าว เขาจะใส่น้ำมันลงไปด้วย ใส่กระเทียม -ข้าวโพด บล็อคคลอลี่ แครอท ลงไป ดังนั้นเวลาหุ่งเสร็จออกมาข้าวจะมันๆลื่นๆหอมกระเทียมและผักที่เราใส่ลงไป แต่แพมว่ากินแบบนี้ทุกวันก็ไม่ดีนะ แคลอรี่สูงเพราะขนาดหุงข้าวเฉยๆยังใส่น้ำมัน แต่ก็ได้วิตามินจากผัก

คนที่นี่จะกินข้าวสามมื้อเหมือนบ้านเรา แต่ต่างกันที่เวลา ข้าวเช้าคือจะตามเวลาปกติ เหมือนบ้านเรา ประมาณแปดโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมง บางบ้านอาจจะกินเวลาเที่ยงวันก็เป็นไปได้ ส่วนอาหารจานหลัก และมื้อใหญ่สำหรับคนที่นี้จะเป็นมื้อเที่ยงคือประมาณ บ่ายสองโมงเป็นต้นไป ร้านค้า ร้านอาหารแถวนี้จะปิดเวลานี้หมด บริษัทจะให้พนักงานพักกินข้าวเวลานี้ บางคนบ้านใกล้ที่ทำงานก็จะไปกินข้าวที่บ้านกัน ส่วนอาหารมือสุดท้าย มื้อเย็น พูดง่ายๆคือคนที่นี่ไม่ได้กินอาหารเย็นแบบเอาจริงเอาจังเหมือนบ้านเรา เช่นบ้านเราชอบกินหมูกระทะมื้อเย็น อิ่มที่สุดสำหรับมื้อนี้ แต่สำหรับคนที่นี่เค้าจะไม่กินอาหารเย็นกันหนักๆ(ยกเว้นบางคนกระเพาะใหญ่ กินเยอะได้อีก ซึ่งสำหรับแพม แพมว่าเป็นการแบ่งมื้ออาหารที่ไม่ถูกต้องเลย(โดยเฉพาะร่างกายของแพม) เพราะอะไร? เพราะว่าเรามักจะไปหิวตอนใกล้เข้านอน เวลาเราจะนอน ทำให้เราอ้วนง่ายขึ้น เพราะกินแล้วก็นอน คนที่นี่อ้วนเยอะมาก โดยเฉพาะผู้หญิง ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งอ้วน ) อาหารมื้อเย็นของคนที่นี่เค้าจะกินพวกขนม ขนมหวาน ถั่วทุกชนิด ช็อกโกแล๊ต ชา กาแฟ นมอุ่นๆ บางคนออกไปกินนอกบ้านเลยที่เดียว เช่น กินทาโก้ ตอติญ่า สลัด

DSC00289นี่คือตัวอย่างขนมหวานที่คนเม็กซิกันชอบกินกัน ทำจากเมล็ดฟักทองกวนล้วนๆ รสชาดมันส์ หวานอร่อย ถูกปากแพมนะขนมอันนี้ (เหมือนจะมีไม่กี่อย่างที่ถูกปาก) ราคาก็ไม่แพงมากคะ ประมาณ $15 (15 เปโซ หรือประมาณ 45-50 บาท บ้านเรา)

เราสองคนนั่งคุยกันป้าๆ คุณพ่อได้สักพักต้องขอเวลาเข้านอนละคะ ง่วงจริงๆ ตาทั้งสองข้างของแพมเมื่อยมากๆ ปวดตา แต่ประสาทของแพมยังแอคทีพอยู่เลย ไม่ง่วง คิดว่าเป็นเพราะ jet lag แต่ถึงเวลาพักผ่อนแล้ว ยังไงก็มาติดตามโพสหน้านะคะ  เจอกันจ้า…คืนนี้นอนหลับฝันดีคะ Z Z Z zz z…