Pan de muerto ขนมปังเม็กซิกันในวันไหว้ผี

ตอนที่แพมกับนิคอยู่ที่เม็กซิโกเมื่อปี 2015 พวกเราอยู่กันที่นู้นประมาณ 6-7 เดือนๆ สนุกดีคะ เพราะเม็กซิโกเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายมากและค่อนข้างเด่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร (อาหารเม็กซิกัน ทาโก้ ตอติญ่า เตกีร่า ข้าวโพด) เรื่องศิลปะ เรื่องภาษา เยอะแยะมากมายคะ แต่ที่แพมสนใจเป็นพิเศษน่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน หนึ่งในนั่นก็คือ ” ขนมปัง “

คนเม็กซิกันกินขนมปังรองๆจากแป้งตอติญ่าเลยนะคะ (แป้งตอติญ่า ถ้าจะให้เปรียบเทียบ คงจะเป็นเหมือนข้าวบ้านเรา คือถ้าไม่มีตอติญ่าในมื้ออาหาร คนเม็กซิกันจะบอกว่า ฉันกินข้าวไม่ค่อยอิ่ม…เหมือนมันไม่สมบูรณ์แบบ ไม่อยู่ท้อง ฮ่าฮ่าๆ ) ขนมปังที่เม็กซิโกมีหลากหลายสไตล์ ทั้งขนมปังจืดและขนมปังหวาน ซึ่งคนที่นี่จะเรียกว่า ปัน ดุลเซ่ (Pan Dulce) ร้านขนมปังที่ขายในเมืองมีเยอะมาก มีทุกๆบล็อกของถนนที่เดิน แต่เรื่องคุณภาพคงเป็นอีกเรื่องนึง เพราะขนมปังที่ขายตามข้างทางนั้นจะเป็นขนมปังที่ราคาถูก ใครๆก็ซื้อได้ ดังนั้นเนื้อขนมปังก็จะฟูๆ เบาๆ ถ้าอันไหนที่มีครีม ก็จะเป็นครีมเทียม จำพวกเนยขาวและมาร์การีน(คิดแล้วเลี่ยนสุดๆ)

ร้านขนมปังอายุมากกว่าร้อยปีที่เมืองCoatepec,Mexico ยังใช้ฟืนอบขนมอยู่เลยคะ

แต่ถ้าขนมปังร้านที่หรูมาอีกระดับนึง หรือร้านที่ขายแนวโฮมเมดจริงๆ คุณภาพของขนมปังเขาก็จะดีมาก แต่ก็นะ ราคาก็จะสูงตามมาด้วย (แต่ถ้าให้เลือกกิน คนเราก็ต้องเลือกอะไรที่อร่อยและดีต่อร่างกายนอะ) อย่างที่เกริ่นๆไป ขนมปังที่นู้นจะมีหลากหลาย แต่จะมีขนมปังอีกชนิดนึงซึ่งจะทำเฉพาะในช่วงเทศกาล Day of The Dead or Día de Muertos เป็นขนมปังที่คนเม็กซิกันนิยมทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ควบคู่กับอาหารอื่นๆที่คนตายชอบกินตอนยังมีชีวิต เทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่มาก ทุกๆรัฐจะจัดงานกันครื้นเครงเลย โดยเฉพาะรัฐวาฮาก้า(จัดแบบไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน สนุกในงานหามรุ่งหามค่ำ) ทุกๆก็จะแต่งตัว แต่งหน้าให้เหมือนผี (ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะแต่งเป็นผีสวย ฮ่าฮ่าๆ สไตล์ Frida Khalo แต่ถ้าใครแต่งไม่เป็น ก็จะออกมาเหมือนหมีแพนด้า 555+ ) ถ้าจะเปรียบเปรย Day of The Dead  คงจะเหมือนเทศกาลฮาโลวีนของคนเม็กซิโกคะ Continue reading →

Mexican Cheese

Hello everyone,
I want to tell you know that I succeeded making Mexican Cheese in Chiangmai!!!(One step) YAY!!  I’m so so happy and it’s very difficult for me to explain how I feel right now. This time,I experimented 3 types of Mexican Cheese which were Quesillo or Oaxaca cheese, Quesos Fresco and Quesos Panela. I used local milk from อ.ค.ส.(Red Cow) opposite Chiangmai zoo.

Thanks so much for all my mentors (“BIG THANKS” to Señora Elia and the family) ,Thanks for Señor Chaiyo and his family too who shown in the beginning how to make it , Thanks Señora Carmen (Toño’s Mom who taught me how to make homemade Quesos Fresco and Quesos Panela at her house) and Gracias para mi amigos (Amaury & Kevin),my buddies for this memorable experience.

Last but not least,THANKS MY MUFFIN HUSBAND for all supports and love <3

THANK YOU!  MUCHAS GRACIAS!

ในที่สุด แพมก็สามารถทำชีสเม็กซิกันในเชียงใหม่ได้คะ จากที่ลองผิดลองถูกมาระยะหนึ่ง ชีสที่แพมลองทำครั้งนี้มีทั้งหมด 3 ประเภทคะได้แก่ ชีสปาเนล่า, ชีสเฟรซโก้ และชีสวาฮาก้าหรือที่เรียกกันว่า “เกซิโย่”

นมวัวที่แพมใช้ครั้งนี้เป็นนมวัวจาก อ.ค.ส. (นมวัวแดง)ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่สูตรและวิธีการทำชีสจากประเทศเม็กซิโก

แพมต้องขอขอบคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ประเทศเม็กซิโกที่สอนแพมทำทุกขั้นตอนในการทำชีส โดยเฉพาะคุณป้าเอเลียและครอบครัว,ลุงไชโย~เพื่อนบ้าน,ป้าคาร์เมน แม่ของแอนโทนีโอ้และ อเมารี่ & เควิ้น เพื่อนคู่หูในการเดินทางและให้คำแนะนำต่างๆ

ขอบคุณมากๆนะคะ

1.ชีสเฟรซโก้ (Fresco Cheese) ~ mild taste ..a little bit salty from the outside

ชีสสด เนื้อนิ่มกึ่งแข็งเล็กน้อย รสชาดมัน,เค็มนิดๆและมีความหวานอ่อนๆจากนมวัว ชีสตัวนี้จะไม่ละลายเมื่อถูกความร้อน

คนเม็กซิกันนิยมใส่ชีสชนิดนี้ลงไปในสลัดหรือไม่ก็ซุปถ้วยโตๆคะ  หรือบางครั้งจะใช้ไส้ยัดลงไปในตัวพริกฮาลาเปนโย่ราดด้วยซอสมะเขือเทศ เป็นอาหารจานพิเศษที่เรียกกันว่า ……. (เดี๋ยวขอไปถามสามีแปบบบบ จำชื่อไม่ได้ ^^) Continue reading →

ไปเที่ยวทะเลกับป้าเลตี้

ครั้งแรกเลยนะเนี่ยกับการนั่งรถคอมบี้เก่าๆ ไปทะเลกับเพื่อนๆที่รัฐวาฮาก้า ประเทศเม็กซิกัน(เอ้ย! เม็กซิโก) เฉลี่ยเวลาไปประมาณ 12 ชั่วโมง ส่วนขากลับอะเหรอแอบนานหน่อยเพราะจอดบ่อย รถคอมบี้คันที่ว่านี้เป็นรถของเพื่อนของนิคคะชื่อ แอนโทนีโอ้ แต่คนที่นี้เรียกเขาง่ายๆว่า ตอนโญ่ Toño

We were traveling to the beach with this combi. Her name is Lety.
More than 12 hours to go and 12 hours to come back home. Thanks all companions!
It was a great trip! ไปทะเลด้วยรถคอมบี้ (รถแก่กว่าแพมอีก) ชื่อป้าเล็ทตี้ … ประสบการณ์อีกแบบ 😀
Thanks Toño for driving!

12238080_10153108728327443_5006728434170404604_oทะเลของวาฮาก้านี้สวยนะ แต่เสียอย่างนึงคลื่นแรงเว่อร์ๆ คือใครที่ไม่เก่งน้ำ แนะนำให้นั่งเล่นอยู่ชายหาดพอ เพราะเวลาลงไปว่ายแล้วว่ายไม่เป็น จะรู้สึกว่าเหมือนทะเลดูดแล้วก็ซัดเขาฝั่งอีกที ดูดดดดและก็ถาโถมซัดเข้าฝั่ง…คือแพมถึงขั้นเซ กลิ้งไปกลิ้งมาเลยคะ

พวกเราไปพักที่นั้น 3 คืน 4 วันด้วยกัน ไปพักบ้านพักตากอากาศของคุณพ่อนิค ซึ่งเขาซื้อที่ดินไว้นานมากๆ สมัยที่นิคเป็นเด็กๆ แพมก็มาครั้งแรกนะ โดยรวมถือว่าประทับใจมากๆ วิวสวย อากาศร้อนได้ใจ…แต่ขากลับเท่านั้นแหละ หนาวมากกก ยิ่งเข้าใกล้เมืองพวยบร้า(เมืองที่พ่อนิคอยู่) ยิ่งหนาว จับใจ …ปรับตัวตามอากาศแทบจะไม่ทัน

โพสนี้เป็นโพสที่ใช้เวลาเขียนานมาก แอบยืดเยื้อเพราะมัวแต่ทำอะไรอย่างอื่น หรือแอบหาข้ออ้างเพื่อทำอย่างอื่น ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เรซิสแท่น แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เลยลากตัวเองเข้ามาเขียนต่อให้เสร็จกับโพสๆนี้คะ

ตอนนี้แพมกับนิคอยู่ที่เมืองซีเอตเทิล รัฐวอชิงตันกับน้องสาวของนิคและชอน แฟนของนิค  ช่วงนี้ที่ซีเอตเทิลอากาศหนาวมาก มีวันนึงที่หมอกลงจัด นึกในใจว่า เฮ้ย ตอนนี้ฉันกำลังแสดงนั่งเรื่องแฮรี่พอตเตอร์รึเปล่า สลัวๆ มองไม่ค่อยเห็นอะไรเลย และอุณหภูมิ ไม่อยากจะพูด ติดลบสององศาเซลเซียสค่าาา ป๊าดดดดด! คืนนั้นไม่อยากออกไปไหนเลย อยากแค่จะหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน อุ่นๆกับน้องหมาเท่านั้น…

IMG_5772 Continue reading →

First time in Mexico!

หลังจากที่พวกเราสองคนท่องเที่ยวอยู่ใน LA อยู่สักพักนึง (ประมาณ 5 วัน) ก็ถึงเวลาที่เราต้องบินไปเม็กซิโกแล้วจ้า ตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย(สำหรับแพม ครั้งนี้ครั้งแรกเลย)…พวกเราออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติในกรุง LA โดยใช้บริการสายการบิน Alaska Airline ออกเดินทางจากสนามบินประมาณ 11.00 ตอนเช้าของวันที่ 5 ก.ค. 2555 ใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมงถึงเม็กซิโก ซิตี้ พอพวกเราถึงเม็กซิโกก็เย็นซะแล้ว คือเวลาที่เม็กซิโกจะเร็วกว่าเวลาที่เมกาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนประเทศไทยนั้น เม็กซิโกจะช้าไปประมาณ 12 ชั่วโมงกับอีก 15 นาที เครื่องบินของพวกเราไปลงจอดที่สนามบินนานาชาติในกรุงเม็กซิโกซีตี้ จากนั้นพวกเราสองคนก็ต้องนั่งรถต่อไปอีกเมืองนึงซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงของเม็กซิโกประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองนั้นชื่อเมื่อง Puebla คะ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก สวยงามมากเลยคะ เป็นหุบเขา เหมือนไปเชียงใหม่ คือระหว่างทางจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ไปเมืองเพียวบรานั้นจะเป็นเขา เป็นเนิน ถนนหนทางจะขึ้นดอย ลงดอยตลอด รถบัสส่งพวกเราไปยังในตัวเมืองเพียวบร่าในที่สุด อากาศที่นั้นถือว่าเย็นนะสำหรับแพมซึ่งมาจากประเทศไทย…คือพูดง่ายๆอากาศเย็นกว่าหน้าหนาวบ้านเราที่เชียงใหม่ ขนาดเป็นช่วงหน้าฝนของเค้า…พอรสบัสไปถึงยังสถานี พ่อของนิคก็รอพวกเราอยู่ที่นั้นแล้วคะ …สวมกอดและทักทายแบบคนเม็กซิกันแล้ว(เรายืนอยู่ด้านหลัง ทำไรไม่ถูกเลย เขินแทนวะ) พวกเราก็ขับรถกลับบ้านกัน…เหนื่อยจริงๆวันนี้

DSC00228เมืองหลวงของประทศเม็กซิโก “กรุงเม็กซิโกซิตี้” ใหญ่มาก อยู่บนเครื่องบินแล้วมองลงมา ดูแออัดยังไงไม่รู้ แต่ยอมรับนะว่าประเทศนี้สีสรรเยอะ…ฝาผนังบ้านแต่ละหลัง ไม่ใช่สีโทนอ่อนๆเลย สีแจ่มๆ สดๆ จ้า เช่น สีส้ม สีเหลือง สีแดง สีเขียว สีน้ำตาล เป็นต้น ถนนหนทางในเมืองเม็กซิโก ซิตี้ถือว่าโอเคเลยนะคะ ไม่มีหลุม ไม่มีบ่อ

DSC00245ทางไปเมือง Puebla เมืองทางตอนใต้ของเม็กซิโก้ เป็นป่าเป็นดอย แต่วิวสวยงามมากกก เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปประมาณชั่วโมงครึ่ง โดยสารด้วยรถยนต์ ถนนหลวงของเมืองนี้ดีมากๆ เรียบ สมูธ แต่พอเข้าลึกๆไปถนนสายย่อย หรือในตัวเมือง จะพบว่า หลุมเยอะมาก ขับไปต้องหลบหลุมไม่พอต้องระวังลูกกระโดด มันเยอะ คนที่นู้นเรียกลูกกระโดดว่า โตเปส (Topez) แล้วสร้างไว้สูงด้วยนะ คือรถเก่งที่ช่วงล่างต่ำๆอะ ระวังเลย บอบช้ำหมดแน่นอนช่วงล่างของรถ …ยิ่งถ้าหน้าฝน ทำใจเลยนะคะ เหมือนน้ำท่วมเลยถนนแต่ละสาย ย้ำนะคะ แค่ถนนเส้นเล็กๆ ไม่ใช่ถนนสายหลักหรือถนนหลวง

DSC00249บางคนอาจจะคิดว่าเม็กซิโกเป็นประเทศที่ร้อน เราขอบอก ณ.ที่นี่เลยว่า ไม่จริง!! หนาวกว่าเชียงใหม่บ้านเราหลายเท่า ต้องใส่เสื้อหนาวตลอดเวลา ยิ่งเวลากลางคืนเย็นมาก ไม่อยากอาบน้ำเลยDSC00251ร้านค้าทั่วไปหลักๆของประเทศนี้ ชื่อร้าน OXXO ออกเสียงว่า อ็อกโซ่ คล้ายๆกับเซเว่นบ้านเรา ซึ่งเค้าผูกขาดกับปั๊มน้ำมันประเทศเค้า ยี่ห้อปั๊มมียี่ห้อเดียวคือ PEMEX ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของ คือพูดง่ายๆถ้าเจอปั๊มน้ำมัน ก็จะเจอร้านนี้…นิคจอดซื้อซิมที่ร้านนี้ก่อนเข้าบ้าน 

 บ้านของนิคอยู่ห่างจากตัวเมือง Puebla ไปประมาณ 20 นาที ถือว่าเป็นชานเมือง…รถไม่ติดเลย เพราะเป็นเวลาที่ค่อนข้างดึกแล้ว พอถึงบ้านปุ๊บแพมก็เจอคุณป้า Alicia และคุณป้าฮวนน่า ยืนตอนรับอยู่หน้าปากประตูบ้าน ป้าอลิเซียเป็นแฟนใหม่ของคุณพ่อนิค ส่วนป้าฮวนน่าเป็นแม่บ้านของบ้านนิคคะ ป้าเค้าเป็นทั้งแม่บ้าน แม่นม พี่เลี้ยงของนิคและน้องสาวตั้งแต่เด็กๆเลยคะ ดังนั้นนิคจีงนับถือเค้าเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเค้า นิคบอกว่าเดี๋ยวอยู่ๆกันไปแพมกับเค้าก็จะชินและไม่เขินอายกันอย่างแน่นอน สบายใจได้ หน้าตาของคนเม็กซิกันในความคิดเรานะ เหมือนผสมผสานหลายเชื้อชาติอยู่(ในอดีตนมนามมาแล้ว) หน้าตาของคนแถวนี้จะคล้ายๆญี่ปุ่นนิดๆ อินเดียหน่อยๆ ที่เหลือก็จะเป็นสเปน จมูกโด่งๆ คนเม็กซิกันแท้จริงแล้ว จะเตี้ยต่ำ ผิวคล้ำPicture 306บ้านของคนที่นี้ส่วนใหญ่จะมีหลังคาเรียบ บนหลังคามีท่อน้ำระบายน้ำออกจากหลังคาเวลาฝนตกหนักๆ เป็นการป้องกันหลังคารั่วและน้ำขัง นอกจากนี้คนแถวนี้นิยมสร้างบ้านจากดิน หรือพูดง่ายๆคือบ้านดิน มีสไตล์ของตัวเอง ชอบทาสีผนังบ้านด้วยสีฉูดฉาด เช่น สีแดง สีเขียว สีส้ม เป็นต้น ไม่ค่อยเห็นใครทำสีเรียบๆเช่นสีขาว ถ้ามีก็จะมีน้อยมาก เช่นบ้านของพ่อนิค หลังนี้

Picture 607เย็นนี้ป้าอะลิเซียโชว์ฝีมือทำอาหารง่ายๆสำหรับพวกเรา เป็นอาหารท้องถิ่นเลยก็ว่าได้ เป็นตอติญ่าข้าวโพดกับสลัดต้นกระบองเพชรหูมิกกี้เม้าท์ ผสมกับผักนานาชนิด เช่น ผักชี หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศและน้ำมะนาวนิดนึง รสชาดของสลัดต้นกระบองเพชร ถ้าถามว่าอร่อยมั้ย สำหรับแพมคือมันแปลกๆอ่า คืออยู่ที่ไทยเราไม่กินกันนอะ พอมาที่นี่เลยกลืนไม่ค่อยลง รสชาดมันจะเหมือนถั่วฝักยาว กรุบๆ แต่ไม่มาก และจะเมือกมากเลยที่เดียว ส่วนอาหารอีกอย่างที่ป้าเค้าทำให้พวกเรา คือ ผัดฟังค์ไจของข้าวโพด มันเป็นฟังค์ไจสีดำๆของข้าวโพดที่เสียแล้ว คือเค้าจะแกะฟังค์ไจของมันมากิน ลักษณะเป็นสีดำๆขาวๆเหมือนดอกตูมๆอะไรสักอย่าง ในห้างสรรพสินค้าแถวๆนี้มีขายเยอะแยะ ราคาก็ถือว่าปานกลางถึงแพงมาก รสชาดของผัดฟังค์ไจข้าวโพดนั้นมันจะออกขมๆนิดนึง ไม่มาก เวลาคนที่นี้ผัดเขาจะใส่เกลือแทนน้ำปลาหรือซีอิ๊วขาว  และหั่นพริกฮาลาเปนโย่ลงผัดด้วยกัน อร่อยเหมือนกันนะเมนูนี้หรือเพราะว่าพวกเราหิวไม่รู้ กินเกือบหมดจาน จานนี้กินคู่กับข้าวเม็กซิกัน ไม่ใช่ข้าวสีแดงๆที่ใส่ซอสซัลซ่านะคะ แต่เป็นข้าวหุงสไตล์เม็กซิกันธรรมดาๆ สีขาว แต่ต่างจากข้าวหุงที่ไทยนะ คือเวลาคนที่นี้เขาหุ่งข้าว เขาจะใส่น้ำมันลงไปด้วย ใส่กระเทียม -ข้าวโพด บล็อคคลอลี่ แครอท ลงไป ดังนั้นเวลาหุ่งเสร็จออกมาข้าวจะมันๆลื่นๆหอมกระเทียมและผักที่เราใส่ลงไป แต่แพมว่ากินแบบนี้ทุกวันก็ไม่ดีนะ แคลอรี่สูงเพราะขนาดหุงข้าวเฉยๆยังใส่น้ำมัน แต่ก็ได้วิตามินจากผัก

คนที่นี่จะกินข้าวสามมื้อเหมือนบ้านเรา แต่ต่างกันที่เวลา ข้าวเช้าคือจะตามเวลาปกติ เหมือนบ้านเรา ประมาณแปดโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมง บางบ้านอาจจะกินเวลาเที่ยงวันก็เป็นไปได้ ส่วนอาหารจานหลัก และมื้อใหญ่สำหรับคนที่นี้จะเป็นมื้อเที่ยงคือประมาณ บ่ายสองโมงเป็นต้นไป ร้านค้า ร้านอาหารแถวนี้จะปิดเวลานี้หมด บริษัทจะให้พนักงานพักกินข้าวเวลานี้ บางคนบ้านใกล้ที่ทำงานก็จะไปกินข้าวที่บ้านกัน ส่วนอาหารมือสุดท้าย มื้อเย็น พูดง่ายๆคือคนที่นี่ไม่ได้กินอาหารเย็นแบบเอาจริงเอาจังเหมือนบ้านเรา เช่นบ้านเราชอบกินหมูกระทะมื้อเย็น อิ่มที่สุดสำหรับมื้อนี้ แต่สำหรับคนที่นี่เค้าจะไม่กินอาหารเย็นกันหนักๆ(ยกเว้นบางคนกระเพาะใหญ่ กินเยอะได้อีก ซึ่งสำหรับแพม แพมว่าเป็นการแบ่งมื้ออาหารที่ไม่ถูกต้องเลย(โดยเฉพาะร่างกายของแพม) เพราะอะไร? เพราะว่าเรามักจะไปหิวตอนใกล้เข้านอน เวลาเราจะนอน ทำให้เราอ้วนง่ายขึ้น เพราะกินแล้วก็นอน คนที่นี่อ้วนเยอะมาก โดยเฉพาะผู้หญิง ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งอ้วน ) อาหารมื้อเย็นของคนที่นี่เค้าจะกินพวกขนม ขนมหวาน ถั่วทุกชนิด ช็อกโกแล๊ต ชา กาแฟ นมอุ่นๆ บางคนออกไปกินนอกบ้านเลยที่เดียว เช่น กินทาโก้ ตอติญ่า สลัด

DSC00289นี่คือตัวอย่างขนมหวานที่คนเม็กซิกันชอบกินกัน ทำจากเมล็ดฟักทองกวนล้วนๆ รสชาดมันส์ หวานอร่อย ถูกปากแพมนะขนมอันนี้ (เหมือนจะมีไม่กี่อย่างที่ถูกปาก) ราคาก็ไม่แพงมากคะ ประมาณ $15 (15 เปโซ หรือประมาณ 45-50 บาท บ้านเรา)

เราสองคนนั่งคุยกันป้าๆ คุณพ่อได้สักพักต้องขอเวลาเข้านอนละคะ ง่วงจริงๆ ตาทั้งสองข้างของแพมเมื่อยมากๆ ปวดตา แต่ประสาทของแพมยังแอคทีพอยู่เลย ไม่ง่วง คิดว่าเป็นเพราะ jet lag แต่ถึงเวลาพักผ่อนแล้ว ยังไงก็มาติดตามโพสหน้านะคะ  เจอกันจ้า…คืนนี้นอนหลับฝันดีคะ Z Z Z zz z…

Asian Quesadillas

สวัสดีคะพี่น้องแฟนเพลงทั้งหลาย เอ้ย! ไม่ใช่ สวัสดีผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน อาหารเช้าวันนี้ที่แพมอยากนำเสนอขอบอกเลยว่า ง่ายยยยยมากกกกกกก 30 นาทีก็เสร็จ จริงๆเมนูในวันนี้นะคะ เป็นอาหารเม็กซิกัน(ตำราดั้งเดิม) แต่สมัยนี้หากินแบบเม็กซิกันร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ค่อยได้ แต่ถ้าให้ชอบแพมชอบสไตล์อเมริกันนิดนึงนะสำหรับจานนี้ เพราะชอบชีส ส่วนเช้านี้ วันนี้ แพมประยุกต์เอาคะ เป็นสไตล์เม็กซิกัน-อเมริกันแน่นอน (มีไทย,ออสเตเลียและญี่ปุ่นพ่วงมาด้วย อิอิ อินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ดละ) เมนูวันนี้แพมทำกินสำหรับอาหารเช้าคะ ชื่อเมนูว่า Asian Quesadillas คล้ายๆพัฟใส่ต่างๆ แต่ที่เด่นสุดสำหรับเมนูนี้เค้าจะใส่ชีสและครีมร้อนๆข้างในด้วย เวลากินต้องระวัง ร้อนลวกปากเลย แต่สำหรับสูตรของแพม แพมเลือกที่จะประยุกต์เอาคะ(สุดๆ) ดูจากที่ว่าในครัวมีอะไรที่ใช้เก็บๆใส่ๆได้บ้าง ประเด็นคือเมื่อวานแพมไปกินอาหารญี่ปุ่นกับนิคมาคะ สั่งอาหารมาเยอะมากๆ (ปากใหญ่กว่าท้อง สั่งตอนหิวสุดๆ) พอกินไปสักพักมันก็อืดและแน่น ยัดต่อไปไม่ได้แล้ว พวกเราสั่งซูชิ(8 ชิ้น) ยากิโซบะ ยำสาหร่าย และข้าวไข่ไก่ตุ๋น(ยังไม่รวมที่เดินกินอาหารข้างทางก่อนถึงร้านอาหารนะ) กินไม่หมดคะโดยเฉพาะจานสุดท้ายข้าวไข่ไ่ก่ตุ๋น เหลือเป็นครึ่งค่อนจาน เหมือนกินไปแค่สองสามคำ พวกเราเลยขอเค้าแพ็คกลับบ้าน นี่แหละคะเลยเป็นที่มาที่ไปของเมนูในวันนี้

มาดูส่วนผสมกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1. ข้าวไข่ไก่ตุ๋น(เหมือนข้าวผัดกับไข่แล้วใส่ไก่ทอดลงไป ผัดกับโชยุ ไม่มีผัก)

2.แผ่นแป้งตอติญ่าสีขาว(ทำจากแป้งสาลีเอนกประสงค์ธรรมดาๆ ไม่ใช่สีเหลืองที่ทำจากข้าวโพดนะคะ) 3 แผ่น (หาซื้อได้จากริมปิง ท็อปส์ เกษมสโตว์ เชียงใหม่)

3. เชดด้าชีสรสเข้มข้น (ชีสอายุ 2 ปี) จากประเทศออสเตเลีย

4.เนยจืดสำหรับผัดข้าวอีกรอบ ประมาณ 1 ช้อนโตะ เพื่อเพิ่มความหอมมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการทำ 

1. เอาแผ่นแป้งตอติญ่ามาอุ่นกับกระทะเทฟล่อนก่อน ไม่ต้องใช้เวลามากในขั้นตอนนี้นะ เพราะแผ่นแป้งมันจะกรอบและแห้งเกินไป ไม่อร่อย

2.จากนั้นเอาข้าวไข่ไก่ตุ๋นที่ได้มาจากเมื่อวานมาผัดกับเนยให้หอมมมมม

3. ตักข้าวที่เราผัดกับเนยแล้วใส่ในแผ่นแป้งตอติญ่า

4.บิดเชดด้าชีสใส่ (ใครชอบชีสก็ใส่เยอะๆเลยจ้า ใครกลัวอ้วนก็ไม่ใส่ก็ได้นะ แต่ชีสไม่ได้ทำให้อ้วนนะ(อันนั้นมันเนย) ชีสมีแคลเซียมสูง)

5. พับแผ่นแป้งลงมาประกบกัน จากนั้นเอาเข้าไมโครเวฟประมาณ 3 นาที (ไฟสูงสุด)

6.เสริฟเลย

Tips

# คนที่จะผัดข้าวเองก็ได้นะ ทำเหมือนข้าวผัดบ้านเรา แต่แค่เพิ่มเชดด้าชีสลงไป หรือง่ายดีแค่เดินไปซื้อข้าวผัดหน้าปากซอย

# ระวังเวลากิน เพราะชีสที่กำลังเหยิ้มๆ ร้อนๆ มันจะลวกปากเด้อ!

# จะอร่อยมากขึ้นถ้ากินคู่กับซอสพริก หรือซอสซัลซ่าเม็กซิกันจ้า

Picture 181

Picture 176 บิดเชดด้าชีสลงไป จากนั้นเอาไปเข้าไมโครเวฟ 3 นาที ให้ชีสละลาย

***ลองเอาไปทำดูน้า ง่ายมากๆ และอร่อยด้วยจ้า :))