อ่อ…พึ่งรู้ว่าเขาขายต้นไม้กันแบบนี้ที่เม็กซิโก

หลังจากที่พวกเราไปเยี่ยมชมโบสถ์ข้างๆร้านอาหาร พ่อของนิคนึกอะไรไม่รู้ เค้าอยากให้แพมและนิคปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้นที่สวนหน้าบ้าน(เพื่อเป็นที่ระลึก) เค้าบอกว่าดีออกถ้ามีต้นไม้สองคนช่วยกันปลูก ตลาดที่ขายต้นไม้นั้นอยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้านที่เราอยู่ประมาณ 30 นาทีคะ เป็นเมืองที่ชื่อ Atlixco พื้นที่ของเมืองๆนี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร ตลอดทางที่เราขับเราเข้าไปในตัวเมืองจะพบเจอทุ่งข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราคงเห็นเป็นทุ่งนา คนที่นี่กินข้าวโพดเป็นอาหารหลักคะ คือเค้าจะปลูกข้าวโพดหลากหลายสายพันธุ์มาก มีตั้งแต่ข้าวโพดสีเหลือง สีขาว สีน้ำเงิน(จริงๆนะ) เป็นต้น ซึ่งหลักคือเค้าจะนำมาทำเป็นแผ่นตอติญ่า นอกจากข้าวโพดแล้วชาวนาที่นี่ยังปลูกต้นกระบองเพชรหูมิกกี้เม้าท์ เป็นฟาร์มเลยคะ เยอะมากกกก คือถือว่ากินกันเป็นล่ำป็นสันเลยที่เดียว เมือง Atlixco เป็นเมืองเล็กๆคะ แต่เค้ามีตลาดดอกไม้และต้นไม้ประดับที่ใหญ่มาก ถ้าใครเคยมาเชียงใหม่แล้วมีโอกาสไปกาดคำเที่ยง ตลาดขายดอกไม้ ต้นไม้รายใหญ่ของเชียงใหม่ ตลาดที่ Atlixco มีขนาดใหญ่กว่ากาดคำเที่ยงประมาณ 10 เท่าได้ ขับรถไปทางไหนก็เป็นร้านขายดอกไม้ ต้นไม้ ขนาดบ้านหลังเล็กๆ หลังบ้านเค้ายังเพาะพันธุ์ต้นไม้กล้าเล็กๆไว้เลยPicture 371เราขับรถออกจากสถานที่แรกก็คือโบสถ์มาทาถนนหลวง ถือว่าถนนแถวนี้ดีนะคะ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าเป็นถนนสายเล็กๆหรือในตัวเมือง เป็นหลุมเป็นบ่อเยอะมากกกกก แบบว่า ขับผ่านเวลาฝนตกเหมือนรถกำลังว่ายน้ำอยู่ นอกจากหลุมที่มากบนถนนแล้ว ที่เม็กซิโกจะมีลูกกระโดด เพื่อป้องกันไม่ให้รถขับเร็ว แต่ไม่ใช่มีนิดเดียวนะ ถนน 100 เมตร จะเจอลูกกระโดดประมาณ 5-6 อัน ขับไปเบรคไป ถ้าไม่เบรคและชะลอ รับประกันเลยคะว่าท้องรถของคุณบุบไปเยอะเลย คนที่นี่เค้าจะเรียกลูกกระโดดนั้นว่า “โตเปส”  Yo no gusto topes en Mexico …mucho mucho hahaha

Picture 372

นิคบอกว่าเมื่อก่อนพื่นที่แถวนี้เป็นทะเลทรายหมดเลย จะแห้งแล้งมาก ถ้าพูดถึงทะเลทรายที่นี่แพมก็นึกไปนู้นเลย ทะลทราย Sahara แต่นิคบอกว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้น ที่นี่มันแห้ง ต้นกระบองเพชรเยอะ (แห้งแต่ไม่ร้อนเหมือนประเทศไทยเรานะ ที่นี่ร้อนแห้ง) ถ้าจะเอาแบบทะเลทราย Sahara มันจะอยู่ทางทิศหนืองของเม็กซิโก ถ้าเราอยู่เครื่องบินเราจะเห็นชัดมากเลยคะ ใหญ่มาก คนเม็กซิกันสมัยก่อนอยากไปรวยที่ประเทศอเมริกาหรือไปหางานที่นู้นเค้าจะข้ามทะลทรายนั้นไป – -” ทำไปได้นอะ โคตรไกลอะ ใช้เวลาประมาณ 3-4 วันกว่าจะเดินถึงอ่า บางคนตายอยู่กลางทะเลทรายนั้นเลย กระดูกยังกองอยู่ที่นั้น…เม้าท์มอยส์เรื่องอื่นอยู่นาน มาพูดถึงรูปนี้กันต่อ รูปนี้เป็นหนทางไปเมือง Atlixco เมืองนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม ที่เห็นเป็นเต็นท์สีขาวๆนั้น เหมือนเค้าจะเพาะพันธุ์ดอกไม้ และรอบๆสวนเค้าจะปลูกต้นกระบองเพชรหูมิกกี้เม้าท์คะ วิวสวยนอะ ข้างหลังภูเขาลูกนั้นเรายังเห็นภูเขาไฟอยู่เลย :))

ก่อนที่พวกเราจะไปซื้อดอกไม้และต้นไม้ พ่อของนิคพาพวกเรามาดูสปาที่เพิ่งเปิดใหม่ แถวนี้ก่อน…เหมือนจะเป็นแห่งแรกๆของเมืองนี้เลยมั้ง ถนนไปสปาแบบว่า ขึ้นดอยและขรุขระมาก (คิดว่าเจ้าของเค้าคงอยากให้คนที่มาที่ยวได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติและวิถีชีวิตสุดๆอะ) สปาที่นี้เหมือนเค้าจะทำหลายอย่างในพื้นที่เดียว เค้าทำโรงแรม สปา นวด รับจัดงานเลี้ยง ร้านอาหาร เป็นต้น แพมเห็นเค้ายังสร้างไปเรื่อยๆนะ บางส่วนก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว บางส่วนก็กำลังสร้างอยู่เลย

Picture 375

Picture 376มีต้นกล้วยด้วย แต่ไม่รู้ว่าป็นกล้วยพันธุ์อะไร ต้นไม้ที่เค้าในนี้จะเป็นไม้เมืองร้อน เพราะมันร้อนจริงๆนะ กลางแจ้งเลย

Picture 377

ถ้าใครจะมาเปิดธุรกิจสปาที่นี่แพมว่าเป็นไอเดียโคตรเจ๋งเลยนะ ไม่ต้องเปิดถึงขั้นใหญ่โตมโหฬาร แค่เปิดนวดแผนโบราณในตัวเมืองคงโอเคแล้วอ่า เน้น ต้องเป็นนวดไทย แผนโบราณนะ งัดเอาเอกลักษณ์ไทยของเราไปใช้เลยนะคะ แต่อย่าลามปามกลายเป็นพวกนวดไทยเฟค(พวกที่นวดไปนวดมาแล้วตบท้ายด้วยการมีเซ็กส์ ขายชื่อเสียงเปล่าๆคะ เงินเยอะจริง แต่ไม่ดีเลย เสื่อม)

บ้านหลังเล็กๆเอาไว้นั่งดูวิวของลูกค้า หลังคายังใช้หญ้าคามุงอยู่เลย ด้านหลังจะเป็นบ้านที่พักอาศัยของแขกที่เข้ามา หากเราสังเกตดีๆจะพบว่าคนที่นี่จะสร้างบ้านที่มีหลังคาแบนเรียบ ไม่โก่งนูนเหมือนบ้านเรา แพมไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเราสร้างบ้านแบบนี้ที่ไทยมันจะร้อนไปป่าวอ่า ยิ่งบ้านเราร้อนโคตรๆ และที่สำคัญฝนเยอะกว่าบ้านเค้าอีกPicture 379

ท้องฟ้าและอากาศในวันนั้นเหมือนจะเป็นใจ สวยงามมากเลยคะ เป็นริ้วเลย

Picture 385

ตรงกลางของสปาจะมีสระว่ายน้ำคะ เป็นสระเหมือนเอาไว้นอนแช่เฉยๆ ไม่ลึกนะคะ รอบๆสระก็จะรายล้อมไปด้วยตัวบ้าน ที่นอนอาบแดด และบาร์น้ำและเครื่องดื่ม วันนั้นที่แพมไปเห็นมีคนแช่น้ำอยู่ 4-5 คน แพม นิคและคุณพ่อนั่งดื่มอะไรเย็นๆแถวๆบาร์น้ำ วิวดี จำได้ว่าวันนั้นยังรู้สึกเพลียๆอยู่เลย แพมเป็นคนไม่ชอบกาแฟอีกด้วยเลยสั่งน้ำโค้กใส่น้ำแข็งเย็นๆมาดื่ม ไม่ตื่นเหมือนกาแฟ แต่อย่างน้อยโค้กก็มีคาเฟอีนนอะ เวลาเราจังสั่งน้ำโค้กกับน้ำแข็งให้บอกคนขายว่า ” โย เกเอโร่ โค้ก  อี เยลโล่ ,โปรฟาโว่ร ” อย่าลืมประโยคสุดท้ายนะคะที่ว่า ” โปรฟารโว่ร์ (Por Favor) ” เหมือนภาษาอังกฤษที่แปลว่า Please ….

Picture 392

อันนี้เป็นสระวงกลม เอาไว้นั่งคุยกัน ถ้ามาเป็นครอบครัวก็ดีเลยนะ นั่งด้วยกันทั้งหมดเลย

Picture 397

หลังจากที่พสกเรานั่งจิบอไรที่สปานั่นแล้ว ถึงเวลาแล้วค่าาา ไปซื้อดอกไม้กันนน ร้านแรกที่ผ่าน “ร้าน Gardenias” ชื่อร้านเค้าเป็นชื่อของดอกไม้สีขาวๆ กลิ่นหอมมาก คนเหนือจะเรียกว่าดอก “เกล็ดถะวา” เอาไว้ไปวัดทำบุญ จากที่แพมสังเกตนะ ร้านดอกไม้ที่นี้จะเน้นดอกไม้แบบมีสีสรรสุดๆ แดง ขาว ชมพู แบบว่าขอสีแบบแจ่มๆไว้ก่อน ราคาดอกไม้ 1 กระถางที่นี่ไม้แพงเลยคะ แค่ 3 เท่าจากราคาบ้านเรา เช่น ดอก 1 กระถาง(พลาสติก) บ้านเรา 10 บาท บ้านเค้าจะขาย 10 เปโซ หรือประมาณ 30 บาท

Picture 399เวลาเราเดินซื้อดอกไม้อยู่ ก็มักจะมีคนมาขายไอติมแบบโฮมเมด คนขายชอบเอามาให้เราชิมฟรีก่อน ชิมฟรีแต่ให้เยอะมากอะ บางครั้งเราบอกเค้าว่าเราอิ่มมากเลย เพิ่งกินข้าวเที่ยงมา เค้าก็จะบอกเราว่าไม่เป็นไรครับ ให้กินฟรีเลย – -” แล้วใบหน้าของเค้าก็จะน่าส่งสาร เหนื่อยๆ เราก็อยากจะซื้ออยู่นะ แต่อิ่มมากเลยจริงๆวันนั้น …ไอติมโฮมเมดที่นี่จะเน้นไอติมรสชาดเปรี้ยวนำไว้ก่อน เป็นไอติมที่ทำมาจากผลไม้เป็นหลักๆ เช่น ส้ม มะม่วง พีช แพร มะนาว มะพร้าว เป็นต้น ใครเป็นแฟนไอติมประเภทเชอเบเปรี้ยวๆคิดว่าน่าจะชอบมาเที่ยวที่นี่นะ ได้กินไอติมฟรีแน่นอน

Picture 400

ร้านนี้เน้นต้นไม้เป็นหลัก พืชใบทั้งนั้น…เขียวชะอุ่มไปหมด

พวกเราจอดรถซื้อต้นไม้กันที่ร้านนี้คะ พ่อนิคบอกแพมว่าเข้าไปเลือกเลยว่าอยากได้ต้นไม้ต้นไหน แพมเลือกมา 2 ต้นคะ(จริงๆเค้าให้โควต้าคนละ 1 ต้น อิอิ เพราะเอารถก่งมาซื้อต้นไม้ ) แพมเลือกเอาต้นปาล์มกับต้นฝรั่งเม็กซิกัน(เวลามันสุกเค้าจะเอามาปั่นทำเป็นน้ำผลไม้ หอม อร่อยมาก) ตอนซื้อต้นไม้ทุกคนก็เดินไปไหนหมดไม่รู้ ทิ้งให้แพมอยู่กับคนขาย 2 คน สื่อสารกันก็แทบจะไม่รู้เรื่อง ภาษามือมาเลยคร้าาา แพมบอกเค้าว่า อยากได้ต้นฝรั่ง

Picture 408สีส้มๆเวลามันสุกมันจะหอมด้วย เวลาพูดภาษามันก็ดูง่ายนอะ แต่เวลาสื่อสารกับเค้าดิ ป๊าดดด เลือดตาแทบจะกระเด็น ….แต่ก็ไม่เลวนะ เค้าเข้าใจได้รวดเร็วแหะ …นึกว่าจะจบแล้ว คนขายถามแพมต่ออีก  คุณจะเอาไปปลูกที่ไหนครับ ? คุณอยู่ที่นี่เลย? เอาละ เอาละๆ งานเข้าอีกแล้ววววว…. วันนั้นจำได้ว่าประมาณ 10 นาทีอ่ากว่าจะอธิบายทุกอย่างให้คนขายฟัง 5555+ ในรูป คนที่แบกต้นไม้ไม่ใช่คนขายนะคะ เป็นคุณพ่อนิคคะ กำลังแบกต้นฝรั่งเม็กซิกันของแพม(ตอนซื้อลืมนึกว่ามันใหญ่เกิน เพราะในใจบอกอย่างเดียวว่า “ตูอยากได้ๆ” )

ระหว่างที่เราซื้อต้นไม้กัน มีเด็กขายมาน้ำผลไม้ นิคบอกแพมว่าจริงๆเค้าอิ่มแล้วแต่เค้าสงสารเด็ก นิคสั่งน้ำกระเจี้ยบ (กระเจี๊ยบที่นี่เค้าเรียกว่า ฮาไมก้า ) 1 แก้วใหญ่ราคาแค่ 15 เปโซ ประมาณ 45 บาท ถ้ามานั่งคิดเป็นราคาก็ดูแพงนะ แค่น้ำกระเจี๊ยบ(ซื้อแถวบ้านเรา แพงสุดถุงละ 10 บาท) แต่สำหรับที่นี่เค้าถือว่าถูกสุดๆอ่ะPicture 409

หลังจากที่พวกเราพยายามยัดดอกไม้และต้นไม้ทุกต้นเข้าไปในรถได้แล้ว พวกเรามีนัดกับเพื่อนของนิคและครอบครัวของเค้า เพื่อนคนนั้นชื่อ “Tiago” โพสหน้าตามเข้ามาอ่านกันเยอะๆนะคะ บ้านของเทียเอโก้เหมือนสวนสัตว์เลย เลี้ยงสัตว์เกือบทุกอย่างและพ่อแม่ของเค้าปลูกต้นไม้ขายด้วย ^^ แพมยอมรับเลยคะว่าวันที่ 3 ในเม็กซิโกนี้แพมทำอะไรเยอะมากๆ ไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี้มากกว่า 3 ที่ใน 1 วัน มันเลยเล่าให้จบภายในโพสเดียวคงไม่ได้ มันไม่ได้อรรถรสจ้าาา  ไม่พอแน่นอน เจอกันโพสหน้าละกันนอะ!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

Mexican Cheese

Mexican Cheese

Hello everyone, I want to tell you know that I succeeded making Mexican Cheese in Chiangmai!!!(One step) YAY!!  I’m so so happy and it’s very difficult for me to explain how I feel right now. […]

มุดโบสถ์เม็กซิกันเพื่อภูเขาไฟ!

มุดโบสถ์เม็กซิกันเพื่อภูเขาไฟ!

เพิ่งกลับมาถึงประเทศไทยคะ jet lag อยู่ประมาณ 2-3 วัน ถือว่าไม่มากนะคะถ้าเทียบกับคนอื่นๆ บางคนกินเวลาไปเกือบเดือนเลย(แม่ของนิคเป็นค่ะหลังจากมาเที่ยวที่ประเทศไทย 2 อาทิตย์) กว่าที่ร่างกายจะฟื้นคืนสภาพเข้าสู่โหมดเดิม แพมไม่ได้เขียนอัพเดทบล็อคเกี่ยวกับเม็กซิโกมานานมากแล้วค่ะ เป็นเพราะช่วงเวลาที่อยู่ที่นั่นแทบจะไม่มีเวลาเลยค่ะ ไปนู้นไปนี่อยู่ตลอดเวลา พอกลับมาถึงบ้านมันก็เพลียแล้วก็อยากนอนเลย เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันเลยกับวันที่ 3 ในประเทศเม็กซิโก วันที่ 3 ในประเทศเม็กซิโก พวกเราทั้งสองคนตื่นนอนกันในเวลาประมาณ 9 โมงเช้าค่ะ วันนี้ตื่นเช้าหน่อยเพราะคุณพ่อของนิคมาปลุก(คือคุณพ่อหิวข้าว) พวกเรามีนัดไปกินข้าวกันนอกบ้านค่ะสำหรับมือเช้า ร้านอาหารที่เราไปกินก็ใช่ว่าจะอยู่ไกลจากบ้านมากนะ ขับรถไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ เป็นร้านเล็กๆที่ขายอาหารจำพวกทาโก้ ตอติญ่า อาหารเม็กซิกันทั่วไปและน้ำผลไม้ปั่น ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราคงเหมือนร้านอาหารตามสั่งหรือไม่ก็ร้านก๋วยเตี๋ยว

First time in Mexico!

First time in Mexico!

หลังจากที่พวกเราสองคนท่องเที่ยวอยู่ใน LA อยู่สักพักนึง (ประมาณ 5 วัน) ก็ถึงเวลาที่เราต้องบินไปเม็กซิโกแล้วจ้า ตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย(สำหรับแพม ครั้งนี้ครั้งแรกเลย)…พวกเราออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติในกรุง LA โดยใช้บริการสายการบิน Alaska Airline ออกเดินทางจากสนามบินประมาณ 11.00 ตอนเช้าของวันที่ 5 ก.ค. 2555 ใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมงถึงเม็กซิโกซิตี้ พอพวกเราถึงเม็กซิโกก็เย็นซะแล้ว คือเวลาที่เม็กซิโกจะเร็วกว่าเวลาที่เมกาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนประเทศไทยนั้น เม็กซิโกจะช้าไปประมาณ 12 ชั่วโมงกับอีก 15 นาที เครื่องบินของพวกเราไปลงจอดที่สนามบินนานาชาติในกรุงเม็กซิโกซีตี้ จากนั้นพวกเราสองคนก็ต้องนั่งรถต่อไปอีกเมืองนึงซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงของเม็กซิโกประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองนั้นชื่อเมื่อง […]