Classic Apple Pie พายแอ๊ปเปิ้ลคลาสสิค

10689470_10152422379632443_8313917718955228414_n1525414_10152422379757443_211300060393397876_n
Thanksgiving ปีนี้ เป็นปีที่พิเศษมากสำหรับแพมกับนิค เพราะปีนี้เราสองคนจัดงานที่บ้านสวนของเราทางดอยสะเก็ดคะ แล้วชวนเพื่อนๆชาวไทยและเทศมาร่วมงาน รวมแล้วมีแขกประมาณ 25 คนได้ ลักษณะของงานเลี้ยงแบบนี้ (สไตล์อเมริกัน) คือทุกคนจะเอาอาหารและเครื่องดื่มมาแชร์กันที่เรียกว่า Potluck Party ซึ่งงานนี้แพมได้ทำพายแอ๊ปเปิ้ลและพายฟักทองโฮมเมดไปจอยคะ
ขอพูดถึง Apple Pie หรือคนไทยจะเรียกว่า  พายแอ๊ปเปิ้ลก่อนละกันนะคะ พายแอ๊ปเปิ้ลถ้าจะทำให้อร่อยมาก(ถึงมากที่สุด) มี 2 เทคนิคหลักๆ (จากประสบการณ์โดยตรง) คือ
1. แอ๊ปเปิ้ล ต้องเกรดดี เช่น พันธุ์ แกรนนี่สมิธ สีเขียว หวานอมเปรี้ยวกำลังดี ส่วนแอ๊ปเปิ้ลแถวตลาดนัด เกรดต่ำลงมาหน่อย (ประมาณ 3-4 ลูก 20 บาท) เนื้อจะไม่ค่อยอร่อยเลย(ขอบายของแบบนี้) เนื้อออกมาเหมือนทราย พอเราเลือกมาทำพายแอ๊ปเปิ้ลปุ๊บ เนื้อแอ๊ปเปิ้ลจะหยุ่ยแตก ไม่มีรสชาดเลยคะ ดังนั้น เลือกแอ๊ปเปิ้ลเกรดดีๆหน่อย ยอมจ่าย รับรองว่า ได้พายแอ๊ปเปิ้ลที่อร่อยเยี่ยมยอดสุดๆไปเลย 🙂
2. แป้งพายต้องอร่อย กรอบ ร่วน ไม่แข็ง หอมเนยสด ซึ่งในสูตรนี้แพมอยากจะมาแชร์สูตรและเทคนิคน้อยๆที่ทุกคนไม่ควรพลาดลองเอาไปทำดู…เหมือนจะง่ายๆแค่แป้งพาย(จิ๊บๆ) แต่จะทำให้อร่อยนี่ซิ…ต้องอาศัยฝีมือนิดนึงคะ และความอดทน (ที่จะไม่นวดแป้งพายนานจนเกินไป!)
สูตร Classic Apple Pie
แป้งพาย (Crust) สูตรประยุกต์จากหนังสือ Flour Bakery + Cafe ในหนังสือจะเรียกว่า PATE SUCRE หรือแป้งพายแบบหวานนั้นเอง
ตัวแป้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพายตัวอื่นๆได้อีก หรือทาร์ตก็ได้คะ
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์  280 กรัม
2. ไข่แดง  2 ฟอง
3. นมจืดเย็น  2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทรายขาว  100 กรัม
5. เกลือ 1 ช้อนชา
6. เนยจืด  228    กรัม

วิธีทำ
1.ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน นวดพอให้ทุกอย่างเข้ากัน”แต่ไม่เนียนเหมือนดินน้ำมัน” ขั้นตอนนี้ควรจะใช้เวลาสั้นๆ ไม่เกิน 3 นาที จากนั้นให้ห่อแป้งพายด้วยพลาสติกแรป แช่ตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมงหรือข้ามคืนไปเลย
2.วันต่อมาก่อนอบ นำแป้งพายออกจากตู้เย็น  ทิ้งไว้ให้นิ่มนิดนึง(20-30 นาที)เพื่อเป็นการง่ายต่อการคลึง แบ่งโดว์เป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน ครึ่งแรกเก็บไว้ทำฐานพาย ส่วนอีกครึ่งที่เหลือเก็บไว้สานหน้าพาย คลึงแป้งให้มีความหนาประมาณ 1/2 ซม. หรือจนสามารถคลุมถาดพายให้ได้ทั้งหมดเท่าๆกัน
3.ใช้ส้อมจิ้มตัวฐานและด้านข้างของพายให้แป้งมีอากาศหายใจ เพื่อที่เวลาอบแป้งพายจะได้ไม่โก้งตัวขึ้น
4.นำแป้งพายที่คลึงในถาดแล้ว แช่ตู้เย็นอีกครั้ง เป็นเวลา 25-30 นาที (ป้องกันไม่ให้แป้งพายหดตัวลงขณะอบ เพราะแป้งพายทำจากแป้งสาลีฯ ซึ่งมีกลูเตนเป็นส่วนประกอบ)
5.อบแป้งพายโดยตรงที่ อุณหภูมิ 180 C เป็นเวลา 15-25 นาที(ขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละบ้านนะคะ) หรือจนกว่าขนมจะสุกเหลือง ครึ่งแรกให้ใส่ Baked Beans (ถ้าไม่มี สามารถใช้เมล็ดถั่วหรือข้าวสารแทนก็ได้คะ) ลงไปด้วยเผื่อป้องกันไม่ให้แป้งพายโก้งตัวขึ้นมาเวลาอบ ส่วนครึ่งหลัง ให้เอา Baked Beans ออกได้แล้วทำการอบต่อไปจนหมดเวลา เมื่ออบเสร็จทิ้งตัวครัชท์ไว้จนเย็นก่อนใส่ไส้แอ๊ปเปิ้ลเพื่อทำการอบครั้งที่สอง
image image image image image
ใช้สันมือนวดแป้ง ขูดแป้งไปๆมาๆ พยายามนวดให้น้อยที่สุด พอแค่ให้เนยสอดแทรกเข้าไปในตัวแป้ง
ถ้านวดมากในขั้นตอนนี้จะทำให้แป้งพายเหนียวและแข็งคะ
image
image
ไส้แอ๊ปเปิ้ล (Apple Filling) สูตรประยุกต์จากเว็บไซต์ Allrecipes.com สูตรนี้ใช้ได้เลย
1. แอ๊ปเปิ้ลเขียว แกรนนี่สมิธ  8 ลูก
2. น้ำตาลทรายขาว 1/2  ถ้วย
3. น้ำตาลทรายแดง  1/2  ถ้วย
4. น้ำเปล่า   1/4  ถ้วย
5. เนยจืด  1/2   ถ้วย
6. อบเชยป่น   1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ละลายเนยและน้ำตาลด้วยไฟปานกลาง(ไม่ต้องกังวลว่าทำไมน้ำตาลละลายไม่หมดนะคะ เดี๋ยวเราเอาใส่เตาอบ ละลายหมดแน่นอนคะ)
2.เติมน้ำเปล่า เกลือ และอบเชย ใช้ตระกร้อมือคนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
3.วางเรียงแอ๊ปเปิ้ลที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆลงในแป้งพายที่อบไว้แล้ว
3.ราดน้ำเชื่อมที่เราผสม(ในขั้นตอนที่ 1+2) ลงบนตัวแอ๊ปเปิ้ลให้ทั่ว
4.วอมเตาอบที่อุณหภูมิ 200 C
5. สานหน้าพายหรือใครจะคลึงแป้งคลุมหน้าพายเฉยๆด้วยแป้งครัชท์เลยก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนนะคะ ทาหน้าขนมด้วยนมจืดบางๆ จากนั้นโรยหน้าด้วยน้ำตาลทรายแดงเล็กน้อย
6. อบพายที่ อุณหภูมิ 200 C เป็นเวลา 15 นาทีแรก จากนั้นลดอุณหภูมิมาที่ 170 C แล้วทำการอบไปอีก 40 -45 นาที
10645011_10152419206562443_3373290955491856426_n image image imageก่อนอบ ด้านขวามือเป็นพายฟักทอง อร่อยมากๆเหมือนกันคะ(ทำเอง ชมเอง เอ่อออ) เหมือนกินคัสตาร์ทกับแป้งพายไปพร้อมๆกัน
10449519_797847146927687_8591721206450586337_nหลังอบ …ฮ่าฮ่าๆ เหมือนแอบไหม้ แต่จริงๆไม่ได้ไหม้นะคะ สีมันเข้มขึ้นเฉยๆ
ลองเอาไปทำดูนะจ๊ะและขอให้มีความสุขกับการเข้าครัว!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

Devil Chocolate Chip Cookie

Devil Chocolate Chip Cookie

ตั้งแต่ทำช็อกโกแล๊ตชิพคุ้กกี้มา ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะคุกกี้อร่อยมากๆจนแทบจะหยุดกินไม่ได้ (จริงๆนะคะ ไม่ได้โม้) คือช็อกโกแล๊ตชิพคุกกี้ทั่วไปที่แพมเคยทำมาหรือเคยชิมมา ส่วนใหญ่จะกรอบไปเลย หวานเกินไป ช็อกโกแลตน้อยมากๆ ช็อกโกแล๊ตเกรดไม่ดี เป็นต้น แต่สูตรนี้ แพมให้ 5 ดาวเลยคะ ! แพมรับรองว่าถ้าใครทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อร่อยเหาะ ถ้าทำขาย ขายดิบขายดี เทน้ำเทท่าแน่นอน!! เชื่อซิ! สูตรนี้แพมประยุกต์มาจากหนังสือ Sugar Rush: Master Tips, Techniques, and Recipes for Sweet Baking เขียนโดย Pastry Chef Johnny […]

WOWPAM Rosemary Shortbread

WOWPAM Rosemary Shortbread

ว่าจะไม่โพสสูตรนี้ละนะเพราะเอาจริงๆไม่อยากจะแชร์ให้ใครรู้ จะเก็บไว้คนเดียวววว…..(แรงงงงงงส์ มีคนสาปแช่งในใจลึกๆแล้ว ณ ตอนนี้ ) เขาขอโทษษษษ ก็อยากเก็บเอาไว้คนเดียวเพราะมันอร่อย มันฟิน มันเป็นสูตรลับที่แพมเชื่อว่าใครได้ลองทำดูแล้วจะถึงขั้นช็อคและแฮปปี้กับผลลัพธ์ บ้างถึงขั้นเอาไปต่อยอดเพื่อทำธุรกิจเลยทีเดียว! พูดจริงนะ คุกกี้สูตรเนี่ยะ แพมเคยทำขายอยู่ที่วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ช่วงนึง ขายดีมากๆๆและลูกค้าทุกคนที่ซื้อไปต้องกลับมาซื้ออีก พอไปเดินไปเจอเขาที่ไหน เขาเห็นหน้าแพม ชื่อแพมอะเขาจำไม่ได้หรอก จำได้แต่คุกกี้โรสแมรี่ของแพมเสมอ…มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างให้กับแพมไปซะแล้ว… ” Miss Rosemary “ แต่ก็นะ…ไม่อยากจะเก็บไว้คนเดียวอีกแล้ว อยากให้ทุกคนได้ลองทำ ลองชิมกันดูบ้าง (ชาตินี้ แพมก็นอนตายตาหลับแล้ว….มีคนแอบกระซิบว่า…เมิงจะเว่อร์ไปมั้ย แค่คุกกี้!) มันเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆนะ กับการที่ได้กินคุกกี้อร่อย ไม่ใช่แค่กินคุกกี้ คุกกี้ COOKIES […]

ร้านขนมปังที่เป็นมากกว่าการทำธุรกิจ Boulenc

ร้านขนมปังที่เป็นมากกว่าการทำธุรกิจ Boulenc

เมื่อ 3 ปีที่แล้วแพมมีโอกาสมากินครัวซองค์ที่ร้านนี้ค่ะ ตั้งแต่ร้านยังเล็กๆ ไม่มีโต๊ะให้นั่ง มีแค่เก้าอี้ซัก 5-6 ตัวรอบๆบาร์ซึ่งจะกั้นระหว่างลูกค้าและคนทำขนมปังเท่านั้น… ตอนนั้นชอบมากกก ชอบขนมปังที่ร้าน กาแฟเข้มอร่อยดีค่ะและที่สำคัญไปมากกว่านั้น แพมรับรู้ได้ถึงความรัก แรงบันดาลใจของเจ้าของร้านเลยค่ะ “ทำด้วยใจมันเป็นอย่างงี้นั่นเอง” ♥ อ่ออออออออ….. หลังจากนั้น แพมบอกกับตัวเองเสมอว่า “ถ้าฉันได้กลับมาเมืองนี้อีก…ฉันอยากมาฝึกงานที่ร้านนี้จัง” สามปีผ่านไป…แพมกับนิคกลับมาที่เมืองนี้อีกค่ะ เมืองวาฮาก้า(Oaxaca) เมืองแห่งศิลปะ ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม การได้ฝึกงานที่ร้าน Boulenc เป็นหนึ่งในลิสที่แพมเขียนไว้ ฉันต้องทำให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม(ฮ่าฮ่าๆ ขี้เว่อร์มั้ย)! ! ! แพมเริ่มเขียนอิเมล์ไปหาที่ร้าน 3-4 เดือนก่อนหน้าที่จะมาที่เมืองนี้ ปรากฎว่า […]