Whole Berry Crumble Bars

IMG_1048บางคนสงสัยว่าช่วงนี้แพมหายไปไหนน้าาา? จริงๆไม่ได้หายไปไหนหรอกค่า ยังอยู่ที่เมือง Querectaro ณ ประเทศเม็กซิโกเหมือนเดิมจ้า บ้านคุณย่าของนิค สามีแพมเอง ช่วงนี้แพมงานเยอะมาก ไหนจะต้องช่วยงานที่ร้านอาหารของครอบครัวอีก (แพมมีหน้าที่ดูแลขนมและของหวานคู่กับคุณป้าเดเลียคะ ทำงานทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์) อบขนมไม่พอ ถ้าว่างแพมก็ต้องปลีกตัวไปฝึกเรียนทำอาหารเม็กซิกัน(ครัวใกล้ๆกัน) ซึ่งขั้นตอนทำอาหารมันไม่ได้ยากอะไรมากนะคะ ยากตรงที่คุยกับป้าๆแม่ครัว เชฟไม่รู้เรื่องซักเท่าไหร่ เพราะทุกคนคุยภาษาสเปนกันหมด(ก็ภาษาเค้าอะน้ออออ) ดังนั้นงานนี้ภาษามือจึงจำเป็นมากๆเลยคะ พอจบบทสนทนาปุ๊ป ถึงขั้นเมื่อยเลยคะ เมื่อยมือนะคะ เพราะใช้เยอะมากกกก ฮ่าฮ่าๆ แต่โดยรวมแพมมีความสุขมาก ประสบการณ์แต่ละวันที่ได้รับ หาได้ยากจริงๆ ในทางกลับกัน วันไหนที่ไม่ได้ทำงาน แพมรู้สึกเหมือนเป็นง่อย รู้สึกตัวอืดๆอยู่บ้าน แพมบ้างาน(ที่รัก)มากเลยค่าาา Workaholic ^^

วันนี้กลับมาเลยจะขอมาแชร์อะไรง่ายๆทำไม่ยาก เปรี้ยวอมหวาน หวานมากหวานน้อย ทุกคนสามารถกะได้เองเลยนะคะ เมนูที่ว่าคือ Whole Berry Crumble Bars สูตรนี้แพมประยุกต์จากบาร์เลม่อน จากบล็อกคุณเดวิด http://www.davidlebovitz.com ตอนนี้คุณเดวิดกลายเป็นบล็อกเกอร์ขวัญใจแพมไปอีกคนแล้ว(จดไว้ในลิสเรียบร้อย) และคาดว่า ถ้าแพมได้กลับไปอเมริกาเร็วๆนี้ คงไม่พลาดที่จะขอซื้อหนังสือของเค้าไว้ครอบครอง เฮ้อออ กิเลสๆ ๆ มาซะแล้ว >.< แพมทำบาร์ครั้งนี้เพราะวันเสาร์แพมมีนัดกับครอบครัวทานอาหารไทยและตบท้ายด้วยบาร์เบอรี่ รี่ รี่ หวานๆอมเปรี้ยวเนี่ยแหละค๊าาาา..

** แนะนำให้ทานตอนเอาออกจากตู้เย็นใหม่ๆ นะฮะ เย็นๆ คู่กับชาหรือกาแฟเข้มๆ ร้อนๆสักแก้ว…อืมมมม แจ่มมากกก

IMG_1047

Whole Berry Crumble Bars

ถาดขนาด 8*8 นิ้ว สูงประมาณ 1.5 นิ้วขึ้นไปคะIMG_1010

ฐานบาร์

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 140 กรัม

น้ำตาลทราย 50  กรัม

เกลือ 1/4 ช้อนชา

เนยจืดละลาย ทิ้งให้อุ่น 115 กรัม

วนิลาสกัด 1/2  ช้อนชา

วิธีทำ

– เริ่มจากปูพิมพ์ขนมด้วยฟลอย์รอบถาดด้านใน จากนั้นทาเนยจืดบางๆบนฟลอยด์ แนะนำให้เลือกฟลอยด์ที่ใหญ่ๆหน่อยนะคะ เพราะถ้าแผ่นเล็ก ฟลอยด์มันชอบขาดแล้วไปอุดและติดอยู่ในเนื้อขนม พออบออกมาเสร็จ ต้องมานั่งเสียเวลาแคะฟลอยด์ออกจากเนื้อขนมอีกนะคะ – -” แคะไม่ดี เผลอกินไปกับขนมด้วย ฮ่าฮ่าๆ อร่อยเลยทีนี่…

– ผสมส่วนผสมทุกอย่างสำหรับครัสท์จนเนียน ปูใส่พิมพ์ฟลอยด์เลยคะ ใช้มือกดๆให้เท่าทั่วๆกัน ไม่เน้นสวย แต่เน้นให้พื้นผิวเท่ากัน

– อบครัสท์เป็นเวลา 15 นาที ด้วยไฟบนล่าง 180 c จนเหลืองกรอบ (ในขณะที่รอครัสท์อบอยู่ในเตา ก็หันมาทำฟิวลิ่งและครัมเบิ้ลเลยจ้า)

ตัวฟิวลิ่ง

ราสเบอรี่และบลูเบอรี่ แช่แข็งหรือสดก็ได้  รวมๆกันให้ได้ 150  กรัม ปั่นจนเกือบละเอียด (เน้น! เกือบละเอียด) ถ้าใช้แบบแช่แข็ง ทิ้งให้เบอรี่ละลายน้ำแข็งก่อนน้า จากนั้นกรองเอาน้ำแข็งที่ละลายออกจ้า

น้ำตาลทรายขาว 170  กรัม

น้ำมะนาวคั้นสด  4  ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่เปรี้ยว เติมได้อีกทีหลัง)

ไข่ไก่เบอร์สอง  ณ อุณหภูมิห้อง  3  ฟอง

แป้งข้าวโพด 4  ช้อนชา

เกลือ 1/4 ช้อนชา

เนยจืดละลายทิ้งให้อุ่น  45 กรัม

วิธีทำ

– ฟิวลิ่ง ง่ายเว่อร์ เริ่มจากใช้ตระกร้อมือตีไข่และน้ำตาลเข้าด้วยกันจนสีของไข่ไก่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลๆ ใส่แป้งข้าวโพด เกลือ น้ำมะนาวคั้นสด และเนยจืดละลายลงไป คนๆให้เข้ากัน สุดท้ายใส่เนื้อเบอรี่ที่ปั่นทิ้งไว้ลงไป คนให้เข้ากันจนเนียน ขั้นตอนนี้สามารถชิมได้ว่าเราอยากได้ความเปรี้ยวเพิ่มอีกมั้ย ถ้าชอบเปรี้ยวก็เติมน้ำมะนาวเพิ่มได้อีกนะคะ 

– เริ่มวอมเตาอบที่ 160 c  ได้เลย

– เทฟิวลิ่งลงไปในครัสท์ได้เลยคะ ไม่ต้องรอให้ครัสท์เย็น เทได้เลย แต่ถ้าใครจะอบตัวครัสท์ไว้ล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ก็ไม่มีปัญหานะจ๊ะ 

– ใช้เวลาอบทั้งหมด 25-30 นาทีคะ ไฟบนล่าง 160 c  ช่วงแรกให้อบบาร์ไปโดยไม่มีครัมเบิ้ล พอเหลือเวลาอบอีกครึ่งนึงให้ดึงถาดขนมออกมา แล้วโรยหน้าบาร์ด้วยครัมเบิ้ลที่เราเตรียมไว้ อบต่อไปจนสุก 

IMG_104611009102_1035194273163856_1044790274003326052_nสังเกตได้อย่างไรว่า บาร์เบอรี่ รี่ รี ของเราสุกแล้ว?

คือถ้าลองเขย่าตัวพิมพ์ขนมเบาๆ จะเห็นว่าเนื้อขนมเริ่มเซ็ทตัว ไม่ดุกดิก เหินฟ้า ซึ่งถ้าดูผิวเผินเหมือนเนื้อฟิวลิ่งยังจะนิ่มๆ นั้นแหละคะ สุกละ! ไม่ต้องอบจนหน้าขนมแห้ง เพราะเวลาเราทิ้งบาร์ไว้จนเย็น ตัวฟิวลิ่งของขนมมันจะเริ่มเซ็ทตัวมากยิ่งขึ้น และจะเนื้อแน่นมากขึ้นคะ และยิ่งเอาแช่ตู้เย็น แล้วเอามาตัดตอนบาร์เย็นแล้ว ง่ายสุดๆ จะตัดท่าไหน แบบไหนก็ออกมาสวยค่ะ 

ครัมเบิ้ลโรยหน้า

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 60 กรัม

เนยจืดละลายทิ้งให้อุ่น  30  กรัม

น้ำตาลทรายขาว 45 กรัม

น้ำตาลทรายแดง 45  กรัม 

เกลือ 1/8 ช้อนชา 

อบเชยป่น 1/2  ช้อนชา

วิธีทำ 

คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน เป็นเม็ดๆ เล็กใหญ่ไม่เท่ากันเป็นเรื่องธรรมดา ใช้โรยหน้าขนมก่อนอบได้เลยจ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

Devil Chocolate Chip Cookie

Devil Chocolate Chip Cookie

ตั้งแต่ทำช็อกโกแล๊ตชิพคุ้กกี้มา ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะคุกกี้อร่อยมากๆจนแทบจะหยุดกินไม่ได้ (จริงๆนะคะ ไม่ได้โม้) คือช็อกโกแล๊ตชิพคุกกี้ทั่วไปที่แพมเคยทำมาหรือเคยชิมมา ส่วนใหญ่จะกรอบไปเลย หวานเกินไป ช็อกโกแลตน้อยมากๆ ช็อกโกแล๊ตเกรดไม่ดี เป็นต้น แต่สูตรนี้ แพมให้ 5 ดาวเลยคะ ! แพมรับรองว่าถ้าใครทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อร่อยเหาะ ถ้าทำขาย ขายดิบขายดี เทน้ำเทท่าแน่นอน!! เชื่อซิ! สูตรนี้แพมประยุกต์มาจากหนังสือ Sugar Rush: Master Tips, Techniques, and Recipes for Sweet Baking เขียนโดย Pastry Chef Johnny […]

WOWPAM Rosemary Shortbread

WOWPAM Rosemary Shortbread

ว่าจะไม่โพสสูตรนี้ละนะเพราะเอาจริงๆไม่อยากจะแชร์ให้ใครรู้ จะเก็บไว้คนเดียวววว…..(แรงงงงงงส์ มีคนสาปแช่งในใจลึกๆแล้ว ณ ตอนนี้ ) เขาขอโทษษษษ ก็อยากเก็บเอาไว้คนเดียวเพราะมันอร่อย มันฟิน มันเป็นสูตรลับที่แพมเชื่อว่าใครได้ลองทำดูแล้วจะถึงขั้นช็อคและแฮปปี้กับผลลัพธ์ บ้างถึงขั้นเอาไปต่อยอดเพื่อทำธุรกิจเลยทีเดียว! พูดจริงนะ คุกกี้สูตรเนี่ยะ แพมเคยทำขายอยู่ที่วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ช่วงนึง ขายดีมากๆๆและลูกค้าทุกคนที่ซื้อไปต้องกลับมาซื้ออีก พอไปเดินไปเจอเขาที่ไหน เขาเห็นหน้าแพม ชื่อแพมอะเขาจำไม่ได้หรอก จำได้แต่คุกกี้โรสแมรี่ของแพมเสมอ…มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างให้กับแพมไปซะแล้ว… ” Miss Rosemary “ แต่ก็นะ…ไม่อยากจะเก็บไว้คนเดียวอีกแล้ว อยากให้ทุกคนได้ลองทำ ลองชิมกันดูบ้าง (ชาตินี้ แพมก็นอนตายตาหลับแล้ว….มีคนแอบกระซิบว่า…เมิงจะเว่อร์ไปมั้ย แค่คุกกี้!) มันเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆนะ กับการที่ได้กินคุกกี้อร่อย ไม่ใช่แค่กินคุกกี้ คุกกี้ COOKIES […]

ร้านขนมปังที่เป็นมากกว่าการทำธุรกิจ Boulenc

ร้านขนมปังที่เป็นมากกว่าการทำธุรกิจ Boulenc

เมื่อ 3 ปีที่แล้วแพมมีโอกาสมากินครัวซองค์ที่ร้านนี้ค่ะ ตั้งแต่ร้านยังเล็กๆ ไม่มีโต๊ะให้นั่ง มีแค่เก้าอี้ซัก 5-6 ตัวรอบๆบาร์ซึ่งจะกั้นระหว่างลูกค้าและคนทำขนมปังเท่านั้น… ตอนนั้นชอบมากกก ชอบขนมปังที่ร้าน กาแฟเข้มอร่อยดีค่ะและที่สำคัญไปมากกว่านั้น แพมรับรู้ได้ถึงความรัก แรงบันดาลใจของเจ้าของร้านเลยค่ะ “ทำด้วยใจมันเป็นอย่างงี้นั่นเอง” ♥ อ่ออออออออ….. หลังจากนั้น แพมบอกกับตัวเองเสมอว่า “ถ้าฉันได้กลับมาเมืองนี้อีก…ฉันอยากมาฝึกงานที่ร้านนี้จัง” สามปีผ่านไป…แพมกับนิคกลับมาที่เมืองนี้อีกค่ะ เมืองวาฮาก้า(Oaxaca) เมืองแห่งศิลปะ ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม การได้ฝึกงานที่ร้าน Boulenc เป็นหนึ่งในลิสที่แพมเขียนไว้ ฉันต้องทำให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม(ฮ่าฮ่าๆ ขี้เว่อร์มั้ย)! ! ! แพมเริ่มเขียนอิเมล์ไปหาที่ร้าน 3-4 เดือนก่อนหน้าที่จะมาที่เมืองนี้ ปรากฎว่า […]