Stollen I

สวัสดีค่ะทุกคน…

สบายดีกันมั้ยคะ

เราไม่ได้เจอกันนานมากกกกในบล็อคนี้ ต้องยอมรับจริงๆค่ะว่าช่วงนี้แพมไม่ค่อยมีเวลาเลย มันยุ่งกับอะไรหลายๆอย่าง เช่น งานวีซ่าเชงเก้นไปยุโรปในเดือนเมษายนนี้,งานวีซ่าแต่งงานของสามี ,งานสอนส่วนตัว,สอนแบบกลุ่มและงานปั้นเตาอบดินที่บ้านสวนอีก…ถ้าใครอยู่ในเชียงใหม่หรือจังหวัดใกล้เคียง แพมอยากจะเชิญชวนให้มาปั้นเตาด้วยกันนะคะ เอาสนุก มันส์ๆ ตัวแพมเองก็ยังไม่เคยปั้นเตาอบเองเลย แต่มีโอกาสใช้เตาอบดินมาแล้ว ซึ่งบอกตามตรงว่าชอบมาก โดยเฉพาะถ้าเรานัดกับเพื่อนหรือครอบครัวทำพิซซ่า ทำเยอะหน่อยเพื่อที่ว่าจะไม่ได้เปลืองฟืนไม้ที่เราใช้ แต่ละคนช่วยกันนวดแป้งพิซซ่า เตรียมท็อปปิ้ง ทำซอสพิซซ่าโฮมเมด ขึ้นรูป อบ…มันสนุกมากเลยนะ เหมือนการมารวมตัวของครอบครัวหรือคนที่เรารักยังไงอย่างนั้นเลยค่ะโดยมีการเชื่อมต่อสายสัมพันธ์โดยอาหาร

ถ้าใครสนใจมาปั้นเตาด้วยกัน …เขียนมาหาแพมหลังไมค์นะคะ แพมจะโคตรยินดีมากๆเลย ไม่มีค่าใช้จ่ายนะ เดี๋ยวแพมเลี้ยงข้าวฟรีด้วยแหละะะ …อาหารเหนือได้มั้ยคะ

ขอบคุณทุกๆคนมา ณ ที่นี้ค่ะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ส่วนโพสนี้ขอมาเก็บตกงานเก่า งานของปลายปีที่แล้วซึ่งแพมมีแพลนว่าจะโพสหลายครั้งแล้ว แต่มันไม่ว่างมานั่งเขียนอะซิ วันนี้ฤกษ์งามยามดี ขอมาเขียนแชร์ขนมปังอร่อยๆ โฮมเมดอย่างเช่นขนมตัวนี้นั่นเองค่ะ “Stollen สโตเล็น” จากการศึกษาข้อมูลมาพบว่าขนมตัวนี้เป็นขนมปังสัญชาติเยอรมันค่ะ บ้างก็บอกว่าเป็นของฝรั่งเศส บ้างก็บอกว่าเป็นของออสเตรีย …แต่ข้อมูลส่วนใหญ่บอกว่ามาจากเยอรมัน

Stollen เป็นขนมปังหวานชนิดนึงที่มีลักษณะเหมือนฟรุตเค้กโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งอย่างหนาเลย แตกต่างตรงที่สโตเล็นเป็นขนมปัง(ฟรุตเค้ก Fruit Cake เป็นเค้กนะฮะ) มีส่วนประกอบของยีสต์ค่ะ นิยมทำกันในช่วงเทศกาลศริสต์มาส บางสูตรจะมีไส้ครีมอัลมอนด์(Marzipan)ยัดใส่ลงไปด้วย บางสูตรก็ไม่มีค่ะ แต่รอบนี้แพมเลือกตัวที่มีไส้ครีมอัลมอนด์นะคะเพราะรู้สึกว่ามันอร่อยกว่าฮะ แต่ถ้าใครแพ้ถั่วอัลมอนด์หรือเป็นคนไม่ชอบกินอัลมอนด์ก็สามารถตัดออกไปได้เลยนะค่ะ

เพื่อนๆลองเอาไปฝึกทำดูนะคะ ถือว่าเตรียมความพร้อมสำหรับคริสต์มาสปีนี้ 2019 นะจ๊ะNote : รูปภาพในโพสนี้เป็นกิจกรรมที่แพมจัดขึ้นในช่วงปลายปีที่แล้ว 2018 โดยแพมได้เชิญชวนผู้ที่สนใจในการทำขนมปังสโตเล็นมาเทสสูตรด้วยกันค่ะ เป็นผู้โชคดีจำนวน 7 คน ซึ่งสถานที่ที่ทดลองนั้นเป็นร้าน Flour Flour Bakery สาขาหลังมช. ต้องขอขอบคุณคุณดนตรีและน้ำฝนจากร้าน Flour Flour Bakery ที่ช่วยเอื้อเฟื้อสถานที่ในการทดลองขนมปังตัวนี้ค่ะ มากไปกว่านั้น 99.9% ของรูปถ่ายในเวิร์คช็อป แพมได้มาจากนร.ของแพมที่เข้าร่วมในครั้งนั้น …ขอบคุณจากใจค่ะ <3

Stollen Bread สูตรที่ 1

(อันนี้อิน้องได้ปรับสูตรแล้วนะเจ้า)

ได้ขนมปังน้ำหนัก 800 กรัม จำนวน 1 ก้อนใหญ่หรือใครจะแบ่งให้เป็น 4 ก้อนเล็กๆก็ได้ค่ะ

ตัวโดว์

-แป้งขนมปัง 250 กรัม

-น้ำเปล่า อุณหภูมิห้อง 120-135 กรัม

-ยีสต์ผง 1 ชช.

-เกลือ 1 ชช.

-ไข่แดงจากไข่เบอร์สอง 1 ฟอง

-เนยจืดนิ่ม 40 กรัม

-น้ำตาลทรายขาว 45 กรัม + เปลือกส้มนาเวลขูดฝอย 1 ลูก(เน้นขูดเฉพาะผิวสีส้มๆนะคะ ผิวสีขาวมันขมค่ะ)

-ผลไม้แห้งคละๆกัน 180 กรัม(รอบนี้แพมใช้ แครนเบอรี่,เปลือกส้มเชื่อม,ลูกเกดสีทอง,ลูกเกดสีดำ,แอปปริคอต,กล้วยตาก)

-เหล้ารัม 30 กรัม + น้ำเปล่า 120 กรัม

-ตัวไส้ครีมอัลมอนด์(Marzipan) 150 กรัม

-เนยจืดละลาย 30 กรัม(สำหรับเอาปัดหน้าขนมหลังอบเสร็จ)

-น้ำตาลไอซิ่ง(สำหรับโรยหน้าขนม)

………………………………………………………………………………………………………………

ตัวไส้ครีมอัลมอนด์ (Marzipan) 

-อัลมอนด์บดคั่วไฟอ่อนๆจนหอม 250 กรัม

-น้ำตาลไอซิ่ง 250 กรัม

-เปลือกส้มนาเวลขูด 1/2 ผล (เน้นขูดเฉพาะผิวสีส้มๆนะคะ ผิวสีขาวมันขมค่ะ)

-น้ำเปล่า 50-60 กรัม

-เกลือป่น 1/8 ชช.

วิธีทำ

1.เริ่มจากเตรียมตัวไส้อัลมอนด์และแช่ผลไม้แห้งกับเหล้าไว้ก่อน 1 คืนเป็นอย่างต่ำ แพมขอเริ่มคุยเรื่องผลไม้แห้งก่อนนะคะ โดยการแช่ผลไม้แห้งสับหยาบๆ,เหล้ารัม 30 กรัมและน้ำเปล่า 120 กรัม คลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นหมักไว้ 1 คืนเป็นอย่างต่ำ ถ้าหมักมากกว่า 1 คืนแนะนำให้เก็บไว้ในตู้เย็นนะคะ..ยิ่งหมักนาน ยิ่งกลมกล่อม หอมอร่อยค่ะ

ตัวไส้อัลมอนด์ ผสมทุกอย่างตามสูตรจากนั้นนวดให้เข้ากันจนเนื้อครีมมีลักษณะเหมือนดินน้ำมัน คือปั้นได้ ไม่แห้งหรือไม่แฉะจนเกินไป ถ้าเพื่อนๆรู้สึกว่าตัวไส้มันแห้งมากสามารถเติมน้ำเปล่าลงไปได้อีกทีละเล็กทีละน้อยนะคะ ในทางกลับกันถ้าตัวครีมแฉะมาก ให้เติมอัลมอนด์บดคั่วไฟอ่อนๆลงไปได้อีกค่ะ….เน้นการสัมผัสดูเองนะคะ อย่ายึดสูตรให้มากจ้าา

2. สำหรับตัวโดว์ ให้ผสมของแห้งเข้าด้วยกันก่อนในโถผสมหรือกะละมัง ตามด้วยน้ำเปล่าและไข่แดงที่ตีผสมกัน เทใส่ลงไปเลย นวดให้เข้ากันประมาณ 3 นาที

3.เมื่อสังเกตว่าตัวโดว์เริ่มรวมตัวกัน ให้ค่อยๆบิเนยผสมลงไปค่ะ นวดไปเรื่อยๆจนแป้งโดว์เนียนขึ้นจนสามารถขึงเป็นฟิมล์ได้ ขั้นตอนนี้ถ้าใช้เครื่องนวดจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที แต่ถ้านวดด้วยมืออาจจะใช้เวลามากกว่านั้น 20-30 นาทีค่ะ4.เมื่อโดว์เนียนขึ้น สามารถขึงเป็นฟิมล์ได้ ให้ใส่ผลไม้แห้งลงไปค่ะ แต่ก่อนที่จะใส่ผลไม้แห้งลงไปนั้น เพื่อนๆต้องบีบของเหลวออกจากตัวผลไม้แห้งด้วย ไม่งั้นแป้งโดว์ของเราจะแฉะมากค่ะ น้ำเหล้ารัมที่เหลือจากการหมักและการบีบน้ำออก เพื่อนๆสามารถเอามาใช้หมักได้อีกรอบค่ะหรือจะเอามาใช้ทำขนมปังแทนการใช้น้ำเปล่าธรรมดาๆในครั้งต่อไป

5.พรูฟรอบที่ 1 ค่ะ จนแป้งโดว์มีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

6.ชกไล่ลม ใส่ไส้อัลมอนด์ ขึ้นรูป การขึ้นรูป ให้แผ่แป้งโดว์ออกไปให้มีขนาดประมาณสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่ทิ้งด้านใดด้านนึงให้หนากว่าหน่อย จากนั้นวางไส้อัลมอนด์ที่คลึงเป็นเส้นยาวๆลงไปตรงกลาง จากนั้นให้เริ่มพับตะเข็บแป้งจากด้านบน(ด้านบาง)ลงมาให้เกือบชิดกับโดว์ข้างที่หนา แป้งโดว์ที่พับมานั้นจะต้องคลุมตัวไส้ที่เราเพิ่งว่างลงไปเมื่อตะกี้ เย็บตะเข็บปิดให้แน่น

7. พรูฟรอบสุดท้ายค่ะ จนขนมปังของเรามีขนาดเพิ่มขึ้นเกือบเป็นสองเท่า ในขณะที่พรูฟนั้นให้เริ่มวอมเตาอบไว้เลย ที่อุณหภูมิ 190 C ไฟบนล่างโดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมนะคะ

8. อบขนมที่อุณหภูมิ 190 C ไฟบนล่าง เป็นเวลา 35-40 นาทีหรือจนกว่าขนมจะสุก

9.เมื่อขนมอบเสร็จปุ๊บ ให้เอาพักไว้ที่ตะแกรงเลยค่ะ ทาหน้าขนมด้วยเนยละลายบางๆให้ทั่ว จากนั้นโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งหนาบางตามใจชอบเราเลยจ้า

แต๊นแตนนนนนน!!!  ~ ~ ~ 

Enjoy!

Save this recipe for your next Christmas!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


You Might Also Like

ขนมปังเนยสด ทิ้งไว้ 3-4 วันก็ยังนุ๊มนุ่ม

ขนมปังเนยสด ทิ้งไว้ 3-4 วันก็ยังนุ๊มนุ่ม

สูตรขนมปังเนยสดสูตรนี้ แพมว่าเป็นสูตรที่ปิดฉากขนมปังเนยสดอร่อยหลายๆเจ้าเลยนะ เพราะสูตรนี้อร่อยและแจ่มที่สุดในโลก ขอโทษใครต่อหลายคนด้วยที่คุยเว่อร์ไปหน่อย …แต่ว่ามันอร่อยจริงๆเด้อออ ก่อนหน้านี้ ขนมปังเนยสดสูตรแรก ของแพมก็ถูกอกถูกใจใครต่อใครไปแล้ว…ขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคนที่ถ่ายรูป ส่งผลงานมาให้แพมได้เชยชมนะคะ (และยั้วน้ำลายไปเป็นยกๆ) แต่แพมอยากให้ทุกๆคนลองสูตรใหม่นี้กันดู มันแจ่มและดียังไง? ♥ ไม่มีสารเสริม สารให้นุ่ม สารกันรา สารอิมัลซิไฟเอ่อร์ สารอีซีเค เอบีซีดี สารต่างๆนานา ชื่อสารบางตัวยังออกเสียงลำบาก ชื่อวิทยาศาสตร์ทั้งน้านนนน… ♥ ทิ้งไว้นอกตู้เย็นเนื้อก็ยังนุ่ม เอาหัวเป็นประกัน (เพราะหลายๆคนคงรู้ว่า ขนมปังโฮมเมดแบบที่ไม่ได้ใส่สารอะไรเลย เวลาอบเสร็จแล้วทิ้งไว้นอกตู้เย็นซักวันสองวัน เนื้อขนมปังมันก็แห้งซะแล้ว แต่ตัวนี้ไม่เลย! คอนเฟริม) ♥ ไม่ใช่แค่นุ่ม แต่เหนียว นิ่ม […]

Natural Yeast from local tea ยีสต์ธรรมชาติจากใบชา

Natural Yeast from local tea ยีสต์ธรรมชาติจากใบชา

นอกจากแพมจะลองทำยีสต์จากแป้งสาลีออแกร์นิกแล้ว แพมยังได้ทดลองทำยีสต์จากใบชามะลิ,ชาเขียว,ชาเจียวกู่หลัน,มะตูม,ชากุหลาบ,ลำไย,ชาจีนและกระเจี๊ยบแดงอินทรีย์ แต่ละตัวจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปคะโดยเฉพาะกลิ่นอ่อนๆที่ได้ออกมาเวลาอบขนมปังหรือสีที่สอดแทรกออกมาให้เห็นเล็กน้อย เช่นยีสต์กระเจี๊ยบแดงและมะตูม สีของเขาจะสวยมากและขนมปังกลิ่นก็ห๊อมหอม แต่ที่แพมไม่ปลื้มเป็นที่สุด น่าจะเป็นยีสต์จากชาจีนนะคะ ชาจีนทำปฏิกิริยาเร็วมาก ได้ผลเร็วสุดๆ ยิ่งถ้าเป็นชาที่มีคุณภาพ ปลอดสารเคมี แต่ข้อเสียคือ ยีสต์กลิ่นแรงและเหม็นฝาด ขนมปังที่อบออกมาสีสวยจริงแต่กลิ่น เฮ้ออออ…ไม่อยากจะกลืนกิน บะลำเจ้า! การทำยีสต์จากใบชาและวัตถุดิบตัวอื่นๆ แพมคิดว่าทำงานกว่าการทำยีสต์จากแป้งสาลีออแกร์นิกนะคะ เพราะด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองตัวก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป… คร่าวๆนะคะ (ในความคิดแพมนะ) ข้อดีของยีสต์ใบชา(และวัตถุดิบตัวอื่นๆ) ยีสต์จากใบชาทำง่ายกว่ายีสต์ที่ทำจากแป้ง เพราะได้ผลชัวร์กว่าและแอกทีฟดีมาก มีหลายอย่างมากที่เราสามารถเลือกนำมาทำยีสต์ได้  …มีความหลากหลาย ราคาถูก ประหยัดเวลา ขนมปังอร่อย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว(ตามกลิ่นใบชาที่ใช้…แต่ไม่มากนะ) ข้อดีของยีสต์จากแป้งสาลีอินทรีย์ 1.รสชาดขนมปังที่ออกมานั้นจะซับซ้อนมากกว่ายีสต์จากใบชา มีความเปรี้ยวหน่อยๆถึงมาก […]

Devil Chocolate Chip Cookie

Devil Chocolate Chip Cookie

ตั้งแต่ทำช็อกโกแล๊ตชิพคุ้กกี้มา ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะคุกกี้อร่อยมากๆจนแทบจะหยุดกินไม่ได้ (จริงๆนะคะ ไม่ได้โม้) คือช็อกโกแล๊ตชิพคุกกี้ทั่วไปที่แพมเคยทำมาหรือเคยชิมมา ส่วนใหญ่จะกรอบไปเลย หวานเกินไป ช็อกโกแลตน้อยมากๆ ช็อกโกแล๊ตเกรดไม่ดี เป็นต้น แต่สูตรนี้ แพมให้ 5 ดาวเลยคะ ! แพมรับรองว่าถ้าใครทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อร่อยเหาะ ถ้าทำขาย ขายดิบขายดี เทน้ำเทท่าแน่นอน!! เชื่อซิ!