Basic pain de mie

ทดลองทำขนมปังตัวนี้มาซักพักแล้วค่ะ จะทำบ่อยหน่อยในช่วงที่รู้สึกอยากกินขนมปังฮันนี่โทสหรือไม่ก็อยากทำเก็บไว้ในช่องฟรีซสำหรับใช้ทำเป็นแซนวิชในยามเช้า….ขนมปังสูตรนี้ถ้าดูผิวเผินก็คล้ายๆกับขนมปังปอนด์ทั่วไปค่ะ แค่ตัวเนื้อขนมปังจะพรีเมี่ยมมากกว่าเล็กน้อย นุ่ม เหนียวและเนื้อจะละเอียดกว่า

ที่สำคัญ ….ทำกินเอง เลยไม่ได้ใส่สารเสริมหรือสารกันบูดใดๆทั้งสิ้นค่ะ ถ้าเปรียบเทียบความเหนียวนุ่มนานๆ (เป็น 2 อาทิตย์) ขนมปังไร้สารเสริมของแพมตัวนี้คงจะสู้แบบที่ใส่สารเสริมไม่ได้หรอก…

แต่อย่างน้อยตัวแพมเองก็จะรู้สึกดีนะ …กินแล้วสบายใจ <3

Pain de mie ถ้าเพื่อนๆไปค้นดูความหมายและที่มาในอินเตอร์เน็ตจะพบว่าขนมปังนี้มีที่มาจากประเทศฝรั่งเศสหรือขนมปังนุ่มๆ เนื้อสีขาวๆแบบนี้ละค่ะ คำว่า Pain แปลว่า ขนมปัง ส่วนคำว่า  mie หมายถึง Crumb ของตัวขนมปังค่ะ ( Crumb คืออะไรหล่ะ? ก็คือทุกส่วนของขนมปังที่ไม่ใช่เปลือกหรือขอบขนมปังนั่นเองค่ะ)  ส่วนคำว่า de แปลตรงตัวคงจะหมายความว่า of หรือ ของ ในภาษาไทยนั่นเอง(นอะ?) ดังนั้น Pain de mie จึงมีความหมายว่า Bread of Crumb ถ้าจะเปรียบเทียบแล้วคงจะเหมือนขนมปัง Pullman หรือ Pullman Loaf ของคนอเมริกันนั่นเองค่ะ

ขนมปังประเภทนี้นิยมขายเป็นแถวที่สไลด์มาให้แล้ว สไลด์ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ก็ขึ้นอยู่ว่าเราจะเอาไปทำอะไร…ตัดขอบมั้ยหรือกินทั้งหมด…อยู่ที่เราจะสร้างสรรค์เลย(ล่าสุดเพิ่งจัดแซนวิชทูน่าค่ะ ^^)เอาหล่ะ …วันนี้แพมจะมาแชร์สูตร Pain de mie แบบเบสิคๆเลยนะคะ ให้เพื่อนๆลองเอาไปทำกันเองที่บ้านดูนะจ๊ะ! เป็นวิธีตรงไปตรงมา Direct Method ไม่ต้องหมักแป้งหรือทำหัวเชื้อให้ยุ่งยาก…ทำวันนี้ เผลอๆได้กินวันนี้เลย ยกเว้นว่าเริ่มทำดึกมาก เช่น ห้าทุ่ม ได้กินอีกทีคงจะเป็นเช้าอีกวันนอะ ^^
สูตรนี้แพมประยุกต์มาจากเว็บไซต์ Kingarthurflour แต่แพมปรับสูตรอีกหน่อยค่ะ เพื่อให้ถูกใจแพมกับภูมิอากาศประเทศเราและรสชาดที่กลมกล่อมมากขึ้น

เริ่มกันเลยนะ…

Basic Pain de mie

ได้ขนมปังจำนวน 1 โลฟ (พิมพ์โลฟมีฝา ยาว 13 นิ้ว *5 นิ้ว* 4 นิ้ว)

ส่วนผสม

  • นมจืด 170 กรัม (เพิ่มเติมได้อีก 30 กรัมเมื่อเห็นว่าโดว์แห้งไป)
  • น้ำเปล่า 240 กรัม ณ อุณหภูมิห้อง
  • เนยจืดนิ่ม 95 กรัม
  • เกลือ 2+1/4 ชช.
  • น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม
  • นมผง 40 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 40 กรัม
  • แป้งขนมปัง 570 กรัม
  • ยีสต์แห้ง 1+1/4 ชช.

วิธีทำ

1.เริ่มจากเตรียมพิมพ์ขนมปังไว้เลยค่ะ โดยการทาเนยหรือน้ำมันพืชด้านในให้ทั่วเลย อย่าลืมทาด้านล่างของฝาปิดด้วยนะคะ เน้นมุมด้วยนะ ไม่งั้นขนมปังจะติดหลังจากอบเสร็จ

2.ในถ้วยหรือกะละมังเล็กๆ ผสมน้ำและนมเข้าด้วยกัน  จากนั้นผสมยีสต์แห้งลงไปค่ะ คนๆให้เข้ากันจนยีสต์ละลาย ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที

3.ในโถผสม ใส่แป้งขนมปัง,นมผง,แป้งข้าวโพด,เกลือและน้ำตาลทราย ใช้ไม้พายคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันค่ะ

4.เทส่วนผสมข้อที่ 2 ลงไปในข้อที่ 3 จากนั้นทำการนวดจนโดว์เริ่มเข้ากัน

5.ค่อยๆบิเนยจืดลงไปค่ะ นวดๆจนแป้งโดว์เริ่มเนียน จนสามารถขึงเป็นฟิมล์บางๆได้ ยิ่งขึงเป็นฟิมล์ได้บางเท่าไหร่ขนมปังของเราก็จะเหนียวและนุ่มมากขึ้นเท่านั้นค่ะ ขั้นตอนนี้ถ้านวดด้วยมือ แพมแนะนำว่าไม่ควรใช้เวลานวดนานเกินไปนะคะ เช่น 30 นาทีขึ้นไปเงี่ย ไม่ไหวค่ะเพราะแป้งโดว์มันจะเริ่มร้อนขึ้น(เพราะได้รับความร้อนจากร่างกายของเราค่ะ) เนื้อขนมปังก็จะขึ้นเร็ว รสชาดไม่ค่อยอร่อย

6.พรูฟรอบที่ 1 :คลึงหน้าโดว์ให้กลมเนียน จากนั้นหมักโดว์ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดหรือใช้ผ้าคลุมก็ได้ค่ะ เพื่อไม่ให้ได้ลม ทิ้งไว้จนโดว์มีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

7.ชกไล่ลม จากนั้นขึ้นรูปค่ะ โดยการรีดแป้งโดว์ออกไปให้มีขนาดประมาณ 13 *8 นิ้ว ทำการม้วนจากด้านบนเข้ามาหาตัวเราเอง เย็บตะเข็บให้มิด จับใส่พิมพ์และทำการกดให้แบนเล็กน้อย จากนั้นทาหน้าขนมด้วยน้ำมันบางๆๆอีกครั้งเพื่อเป็นการป้องกันว่าขนมปังมันจะไม่ติดพิมพ์จริงๆ ปิดฝาประมาณ 20% แง่มๆหน่อยเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าโดว์มันขนาดเพิ่มไปมากน้อยแค่ไหน

8.พรูฟรอบสุดท้าย : หมักโดว์ให้มีขนาดเพิ่มขึ้นประมาณ 1.8 เท่า คือมันจะเหลืิอพื้นที่จากขอบพิมพ์ลงมาประมาณ 4-5 ซม. (75-80% ของพิมพ์)

9. ปิดฝาพิมพ์ขนมปังจนมิด อบขนมปังที่อุณหภูมิ 180 C ไฟบนล่าง ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมนะคะ เป็นเวลา 40-45 นาที

10.เมื่ออบขนมเสร็จ ให้ทิ้งขนมไว้ในพิมพ์ประมาณ 5 นาทีก่อนที่จะเปิดฝา จากนั้นใช้ปลายมีดเซาะด้านข้างของพิมพ์เพื่อที่จะแกะขนมปังออกจากพิมพ์ค่ะ ….ผึ่งขนมปังไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิทก่อนที่จะทำการสไลด์นะคะ ถ้าสไลด์ตอน ร้อนๆ ขนมปังจะเสียทรงและอาจจะทำให้เราเข้าใจผิดได้ว่าขนมปังไม่ค่อยสุก(แต่จริงๆมันยังร้อนอยู่จร้า)

Note : สำหรับแพมนะคะ สูตรนี้ถือว่าเป็นสูตรแบบพื้นฐานมากๆค่ะ ทำง่ายและขั้นตอนไม่ซับซ้อนเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกทำขนมปังใหม่ๆเลย แต่เรื่องของความนุ่มและเนื้อสัมผัส แพมคิดว่าสูตรนี้สามารถพัฒนาหรือต่อยอดได้อีกอย่างแน่นอน เช่น ใช้สูตร Tangzhong เข้ามาประยุกต์หรือจะผสมมันฝรั่งบดลงไปบ้างเพื่อเนื้อสัมผัสที่นุ่มและชุ่มชื้น เป็นต้น แต่เดี๋ยวยังไง…พวกเราจะค่อยๆพัฒนาไปด้วยกันนะคะ

*** ขอประชาสัมพันธ์หน่อยนะคะ ในวันที่ 14-17 มี.ค. 2562 นี้ ที่กรุงเทพเขาจะมีงาน Coffee Fest 2019 ที่ IMPACT HALL 9  ซึ่งแพมจะไปสาธิตการทำขนมปังนานาชนิดในช่วงบ่ายๆของวันที่ 15-17 มี.ค.จ้า อาทิเช่น Pita Bread , Indian Naan, Cinnamon Star Bread และขนมปังอร่อยๆจากยีสต์ธรรมชาติ เป็นต้น

ฟรีจ้า!

แพมจะอยู่ที่บูธของ Espressoman (E1)

ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีจาก Espressoman Showroom,Town in Town มา ณ ที่นี้นะคะที่มอบโอกาสดีๆแบบนี้ให้แพมค่ะ

HOPE TO SEE EVERYONE THERE!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


You Might Also Like

Devil Chocolate Chip Cookie

Devil Chocolate Chip Cookie

ตั้งแต่ทำช็อกโกแล๊ตชิพคุ้กกี้มา ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะคุกกี้อร่อยมากๆจนแทบจะหยุดกินไม่ได้ (จริงๆนะคะ ไม่ได้โม้) คือช็อกโกแล๊ตชิพคุกกี้ทั่วไปที่แพมเคยทำมาหรือเคยชิมมา ส่วนใหญ่จะกรอบไปเลย หวานเกินไป ช็อกโกแลตน้อยมากๆ ช็อกโกแล๊ตเกรดไม่ดี เป็นต้น แต่สูตรนี้ แพมให้ 5 ดาวเลยคะ ! แพมรับรองว่าถ้าใครทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อร่อยเหาะ ถ้าทำขาย ขายดิบขายดี เทน้ำเทท่าแน่นอน!! เชื่อซิ!

WOWPAM Rosemary Shortbread

WOWPAM Rosemary Shortbread

ว่าจะไม่โพสสูตรนี้ละนะเพราะเอาจริงๆไม่อยากจะแชร์ให้ใครรู้ จะเก็บไว้คนเดียวววว…..(แรงงงงงงส์ มีคนสาปแช่งในใจลึกๆแล้ว ณ ตอนนี้ ) เขาขอโทษษษษ ก็อยากเก็บเอาไว้คนเดียวเพราะมันอร่อย มันฟิน มันเป็นสูตรลับที่แพมเชื่อว่าใครได้ลองทำดูแล้วจะถึงขั้นช็อคและแฮปปี้กับผลลัพธ์ บ้างถึงขั้นเอาไปต่อยอดเพื่อทำธุรกิจเลยทีเดียว! พูดจริงนะ คุกกี้สูตรเนี่ยะ แพมเคยทำขายอยู่ที่วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ช่วงนึง ขายดีมากๆๆและลูกค้าทุกคนที่ซื้อไปต้องกลับมาซื้ออีก พอไปเดินไปเจอเขาที่ไหน เขาเห็นหน้าแพม ชื่อแพมอะเขาจำไม่ได้หรอก จำได้แต่คุกกี้โรสแมรี่ของแพมเสมอ…มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างให้กับแพมไปซะแล้ว…

Ultimate Chocolate Chip Cookies

Ultimate Chocolate Chip Cookies

พร้อมรึยังคะ? ถ้ายังไม่พร้อม ไม่อยากให้เริ่มทำคุกกี้ตัวนี้นะ เพราะกลัวว่าจะเสียของเปล่าๆ แพมเคยโพสสูตรเดวิ้วช็อกโกแลตชิพคุกกี้ไปแล้วครั้งนึง ซึ่งแพมขอเรียกสั้นๆว่า คุกกี้ช็อกชิพสูตรที่ 1 ละกันนะคะ ได้เสียงตอบรับกลับมาดีมากกกก ทุกคนที่ลองทำต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจริงๆ บางคนถึงขั้นใช้เป็นสูตรประจำสำหรับร้าน,คาเฟ่หรือในบ้านของตัวเองไปเลย แพมได้โม้นะ คือ คุกกี้ช็อกชิพที่ไหนก็มีขาย ใครๆก็ทำขาย บางก็อร่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่อร่อยเลยโดยเฉพาะในประเทศไทย