Crescent roll คริสเซ้นท์โรล

ขนมปังตัวนี้เคยชิมครั้งแรกตอนมาเยี่ยมครอบครัวสามี(ตอนนั้นยังเป็นแฟนกัน)ที่รัฐซีเอตเทิล อเมริกาค่ะ มื้อเย็นมื้อนึงที่คุณลุงริคอบขนมปังตัวนี้เสริฟ เห็นครั้งแรก แพมคิดในใจเลยว่า “เห้ยยย น่ารักอะ  มันคือครัวซองค์มินินี่หว่า” แต่พอกัดไปทีนึง…พบว่าไม่มีเลเยอร์(แป้งเป็นชั้นๆ)เหมือนครัวซองค์ เนื้อสัมผัสนุ่มกว่ามากๆ หอมเนยสด…สรุปว่า ขนมปังตัวนั้นไม่ใช่ครัวซองค์มินิ แต่มีนามว่า ” Crescent roll คริสเซ้นท์โรล ”

แพมกับนิคตั้งชื่อว่า ครัวซองค์ปลอมๆ ฮ่าฮ่าๆ

คริสเซ้นท์โรลทำง่ายกว่าครัวซองค์เยอะค่ะ แค่เอาแป้งขนมปังสไตล์บริออชมาคลึงขึ้นรูปเป็นครัวซองค์ ไม่ต้องพับทบแป้ง (Lamination) พรูฟ 2 ครั้งจนพองโตเป็นสองเท่า ทาไข่ขาวผสมน้ำเปล่าเล็กน้องบางๆ อบจนสุกเหลืองทอง…คริสเซ้นท์โรลนิยมทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารเย็นค่ะ หน้าที่เดียวกันกับดินเน่อร์โรลเลย(ในความคิดแพมนะ) หรือถ้าใครอยากกินคู่กับแยมอร่อยๆ,เนยถั่วหรือน้ำผึ้งก็ได้…(เสริฟกับชาหรือกาแฟร้อนๆๆๆ อืมมมมมม…นะ ^0^)

Crescent roll คริสเซ้นท์โรล

(ประยุกต์มาจากหนังสือ Cook’s Illustrated) แต่แพมเพิ่มน้ำตาล,เนยจืดและนมเข้าไปอีกเพราะจากที่ลองทำจากสูตรดั้งเดิมเลยนั้นพบว่า เนื้อขนมปังจะแข็งและแห้งตรงด้านนอก

ปริมาณ 16 ชิ้น

ส่วนผสม( ทุกอย่างต้องอยู่ ณ อุณหภูมิห้อง)

เนยจืด 70 กรัม หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ

นมจืดพ่องมันเนย 90 กรัม

น้ำตาลทราย 35 กรัม

ไข่ไก่เบอร์สอง 75 กรัม

แป้งสาลีอเนกประสงค์  270 กรัม

ยีสต์จืด  1/2 ชช.

เกลือป่น 1/2+1/4  ชช.

ไข่ขาวสำหรับทาหน้าขนม

ไข่ขาว 1 ฟอง + น้ำเปล่า 2 ช้อนชา ตีผสมกันด้วยส้อม

วิธีทำ

1.ละลายเนยจืด,นมและน้ำตาลด้วยกัน พยายามคนจนน้ำตาลละลายเข้ากับเนยนม…เมื่อส่วนผสมเริ่มอุ่น ให้ตอกไข่ลงไปทีละฟองจนหมด ใช้ไม้พาย,ส้อมหรือตะกร้อมือตีให้ส่วนผสมเข้ากันจนหมด

2.ในโถผสม ใส่แป้งสาลีและยีสต์ด้วยกัน คลุกเคล้าเล็กน้อน จากนั้นค่อยๆเทส่วนผสมในขั้นตอนที่ 1 ลงไปให้หมด นวดดดดดค่ะนวดดด นวดจนแป้งเริ่มเข้ากันเป็นก้อนๆ

3.ค่อยๆโรยเกลือป่นลงไปในโดว์

4.นวดต่อไปจนแป้งเริ่มเนียน(แต่ไม่จำเป็นต้องให้เนียนจนขึงเป็นฟิมล์ได้) โดว์อาจจะค่อนข้างแฉะเล็กน้อย ในกรณีที่นวดด้วยมือ พยายามเติมแป้งเพิ่มให้น้อยยยยยที่สุดนะคะเพราะขนมที่เติมแป้งมากจนเกินไป เนื้อจะแข็งและรสชาดจืด

5.ดึงหน้าโดว์ให้เนียน ขึ้นรูปให้เป็นก้อนกลมๆขนาดใหญ่ หมักแป้งทิ้งไว้ 1 -1.30 ชม.หรือจนกว่าโดว์จะขยายขึ้นเป็นสองเท่า (พรูฟรอบที่ 1)

6.เมื่อพรูฟรอบที่ 1 เสร็จแล้ว ให้ชกไล่ลมออก …โรยนวลแป้งบนโต๊ะเล็กน้อยเพราะเรากำลังจะคลึงขึ้นรูปเป็นมินิครัวซองค์

7.คลึงแป้งออกให้มีขนาด 20*13 นิ้ว จากนั้นใช้มีดธรรมดาทั่วไปหรือมีดตัดพิซซ่าแบ่งโดว์ออกเป็น 2 ส่วนชิ้นใหญ่ๆ(ผ่าครึ่งด้าน 20 นิ้วเลยจ้า)

ตัดโดว์ให้เป็นชิ้นสามเหลี่ยม(ตามรูป) จะได้ 8 ชิ้น แต่เรามีโดว์ 2 แผ่น(แบ่งครึ่งจาก 20*13 นิ้ว เมื่อแบ่งแล้วแต่ละแผ่นจะมีขนาด 10*13 นิ้ว) ดังนั้นเราจะได้โดว์สามเหลี่ยมทั้งหมดจำนวน 16 ชิ้น…ไม่ งง น้าาา(ต้องลองทำจะเห็นภาพคะ)ขึ้นรูป

9.ก่อนที่จะม้วนเป็นรูปครัวซองค์เล็กๆ ให้ยืดโดว์สามเหลี่ยมออกมาเล็กน้อย…

10.จากนั้นตามรูปเลยฮะ ดูรูปจะเข้าใจมากกว่าอธิบาย 11.พรูฟโดว์ที่ขึ้นรูปแล้วเป็นครั้งสุดท้าย(ครั้งที่สอง) บนกระดาษไขหรือ Silpat ไม่จำเป็นต้องทาเนยหรือน้ำมันใดๆทั้งสิ้น หาอะไรคลุมหน้าขนมด้วยนะคะเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าขนมแป้งเกินไป …ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 1-1.30 ชม.หรือจนกว่าโดว์จะขยายเป็นสองเท่า แต่ระวังจะ Over Proof  นะคะ โอเว่อร์พรูฟคือการที่โดว์หมักนานเกินไป ทำให้โครงสร้างของตัวขนมปังเสีย เมื่ออบออกมาแล้ว เนื้อขนมปังแทนที่จะเหนียวนุ่มกลายเป็นขนมปังแห้งๆ รูปทรงเสียและไม่อร่อยเลย!

12.วอมเตาอบที่อุณหภูมิ 180 C ไฟบนล่าง

13.แล้วเราจะเช็คได้ยังไงว่าขนมปังของเราพร้อมที่จะอบแล้ว…เทคนิคสำหรับตัวแพมเองคือดังนี้ค่ะ

-สมมติสูตรบอกว่า ให้พรูฟรอบสุดท้ายด้วยเวลา 1-1.30 ชม. แพมจะคอยเช็คทุกๆครึ่งชม.เพราะบางบ้าน บางห้องครัวมีอุณหภูมิที่ร้อนกว่า อบอ้าว(ห้องครัวแพมเวลาทำขนมตอนกลางวันแสกๆ ร้อนมากค่ะ แพมต้องเอาขนมปังแพมไปพรูฟในบ้านอีกหลังที่ลับจากแสงแดดหน่อย)

-ใช้นิ้วจิ้มเบาๆที่ตัวขนมปัง(ที่เราคิดว่ามันพรูฟได้ที่แล้ว) ถ้าเอาจิ้มลงไปแล้วขนมปังเด้งตัวออกมาอย่างเร็ว แทบจะไม่เห็นรอยนิ้วมือที่เพิ่งกำลังจิ้ม นั่นแปลว่า ขนมปังเรายังไม่พร้อมที่จะอบค่ะ ให้พรูฟไปต่ออีกเล็กน้อย แต่ในทางกลับกัน ถ้าจิ้มไปแล้ว โดว์ขนมปังบุ๋มและค่อยๆเด้งหรือสปริงตัวกับมาช้าๆๆ แบบนี้จะนิมิตรหมายอันดี …ขนมปังพร้อมที่จะอบแล้วค่ะ(เตาอบต้องพร้อมทันทีนะ)

14.ทาไข่ขาวผสมกับน้ำบางๆๆบนตัวขนม อบขนมที่อุณภูมิ 180 C เป็นเวลาทั้งหมด 16-18 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุก

Note

•ขนมปังที่อบสุกแล้ว สามารถฟรีซเก็บไว้ได้เหมือนกัน ระยะเวลา 1 เดือนจ้า เมื่อไหร่หิวก็เอามาอุ่นเด้ออออ

•ในกรณีที่ขึ้นรูปแล้วขึ้นยากเพราะโดว์นิ่มมากๆๆ แพมแนะนำให้เอาแป้งโดว์ไปแช่ช่องฟรีซซัก 30 นาทีแล้วค่อยเอามาคลึงขึ้นรูปต่อไปนะคะ

♥ Baking is a Happy Science ♥

เพราะความสุขของแพมในการเขียนบล็อค คือการแชร์ความรู้และประสบการณ์ของตัวเอง

สำคัญที่สุดคือ ทุกคนสามารถเอาไปทำเองได้ที่บ้าน มีขนมอร่อยๆ โฮมเมดกินกันถ้วนหน้าเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


You Might Also Like

Devil Chocolate Chip Cookie

Devil Chocolate Chip Cookie

ตั้งแต่ทำช็อกโกแล๊ตชิพคุ้กกี้มา ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะคุกกี้อร่อยมากๆจนแทบจะหยุดกินไม่ได้ (จริงๆนะคะ ไม่ได้โม้) คือช็อกโกแล๊ตชิพคุกกี้ทั่วไปที่แพมเคยทำมาหรือเคยชิมมา ส่วนใหญ่จะกรอบไปเลย หวานเกินไป ช็อกโกแลตน้อยมากๆ ช็อกโกแล๊ตเกรดไม่ดี เป็นต้น แต่สูตรนี้ แพมให้ 5 ดาวเลยคะ ! แพมรับรองว่าถ้าใครทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อร่อยเหาะ ถ้าทำขาย ขายดิบขายดี เทน้ำเทท่าแน่นอน!! เชื่อซิ!

WOWPAM Rosemary Shortbread

WOWPAM Rosemary Shortbread

ว่าจะไม่โพสสูตรนี้ละนะเพราะเอาจริงๆไม่อยากจะแชร์ให้ใครรู้ จะเก็บไว้คนเดียวววว…..(แรงงงงงงส์ มีคนสาปแช่งในใจลึกๆแล้ว ณ ตอนนี้ ) เขาขอโทษษษษ ก็อยากเก็บเอาไว้คนเดียวเพราะมันอร่อย มันฟิน มันเป็นสูตรลับที่แพมเชื่อว่าใครได้ลองทำดูแล้วจะถึงขั้นช็อคและแฮปปี้กับผลลัพธ์ บ้างถึงขั้นเอาไปต่อยอดเพื่อทำธุรกิจเลยทีเดียว! พูดจริงนะ คุกกี้สูตรเนี่ยะ แพมเคยทำขายอยู่ที่วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ช่วงนึง ขายดีมากๆๆและลูกค้าทุกคนที่ซื้อไปต้องกลับมาซื้ออีก พอไปเดินไปเจอเขาที่ไหน เขาเห็นหน้าแพม ชื่อแพมอะเขาจำไม่ได้หรอก จำได้แต่คุกกี้โรสแมรี่ของแพมเสมอ…มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างให้กับแพมไปซะแล้ว…

Ultimate Chocolate Chip Cookies

Ultimate Chocolate Chip Cookies

พร้อมรึยังคะ? ถ้ายังไม่พร้อม ไม่อยากให้เริ่มทำคุกกี้ตัวนี้นะ เพราะกลัวว่าจะเสียของเปล่าๆ แพมเคยโพสสูตรเดวิ้วช็อกโกแลตชิพคุกกี้ไปแล้วครั้งนึง ซึ่งแพมขอเรียกสั้นๆว่า คุกกี้ช็อกชิพสูตรที่ 1 ละกันนะคะ ได้เสียงตอบรับกลับมาดีมากกกก ทุกคนที่ลองทำต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจริงๆ บางคนถึงขั้นใช้เป็นสูตรประจำสำหรับร้าน,คาเฟ่หรือในบ้านของตัวเองไปเลย แพมได้โม้นะ คือ คุกกี้ช็อกชิพที่ไหนก็มีขาย ใครๆก็ทำขาย บางก็อร่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่อร่อยเลยโดยเฉพาะในประเทศไทย