BAKED GOODS

Berry Coffee Cake Topped with Crumbles

When did I bake just for fun?

When was that?

What happened?
ฉันอบขนมแบบสนุกๆ ไม่คาดหวังอะไรมากมาย ไม่กดดัน ไม่แข่งขัน ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่น้าาา
คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัว ถามตัวเองเรื่อยๆ เมื่อไหร่หล่ะแพม? เกิดอะไรขึ้น? ยิ่งเมื่อมีลูกคือไม่ต้องนึกถึงเลย เวลาของตัวเองจริงๆแทบจะไม่มี
ถึงแม้จะมีคนช่วยดูแลลูกบ้างเป็นบางครั้ง เมื่อมีเวลาเป็นของตัวเองแล้ว มันก็เหนื่อย อยากอยู่เฉยๆบ้าง ไถ่มือไป (นิสัยไม่ดีเลยเนอะ) ?
โทษลูกก็ไม่ได้นะ เพราะก่อนมีลูก ก็อบขนมแบบไม่ค่อยสุขแบบสุดขีด เหมือนยังห่วงอะไรอยู่ตลอด ไม่กล้าลองอะไรใหม่ๆ กลัวเปลืองตังค์ กลัวล้มเหลว กลัวต่างๆนานา ข้ออ้างเยอะมาก
.
แต่จู่ๆก็อยากอบเค้กตัวนี้ อยากอบขนมมมม สำรวจทุกอย่างในตู้เย็น มีครบหมดเลย เมนูนี้เลยถูกสรรสร้างขึ้นมาและ ณ ขณะเดียวกัน ลูกก็ให้ความร่วมมือได้ดีมาก 🙂
สรุปแล้ว “เอออ ก็สนุกดีนี่หว่า ครัวอาจจะรกตอนท้ายๆ แต่ถือว่าคุ้ม! ”

เค้กแนวนี้เหมาะเสริฟคู่กับกาแฟหรือชา มันเข้ากันมากเลยนะ แพมเคยทำครั้งนึงนานมาแล้ว ครั้งนั้นจำได้ว่าใช้แอ๊ปเปิ้ลผัดกับอบเชยจนหอมและนิ่ม ทิ้งจนเย็นสนิท ก่อนนำไปคลุกเคล้ากับตัวเนื้อเค้ก อร่อยมากๆ เช่นกัน
รอบนี้เปลี่ยนจากแอ๊ปเปิ้ลมาเป็นมิกซ์เบอร์รี่ ไม่ใช่อยากหรูหราหมาเห่าอะไรหรอก แต่เป็นเพราะตู้ฟรีสมีติด เลยสบายไปเลย 😀
ตัวเนื้อเค้กนุ่มมากกกก ปัจจัยหลักก็คือ Buttermilk ความเปรี้ยวจากบัตเตอร์มิ้วค์ไปทำปฏิกิริยาในตัวเนื้อขนม ทำให้เวลาอบเสร็จ เนื้อฟูฟ่องและยังคงความฉ่ำ ไม่แห้ง
สำหรับใครที่หา Buttermilk ไม่ได้ แนะนำให้ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติแท้ๆไม่ใส่น้ำตาลดู(เปรี้ยวนำมาเลยจ้า) แต่ถ้ายังไม่มีโยเกิร์ตอีก ลองใช้นมจืด 120 กรัม + น้ำมะนาวคั้นสด 1 ชช. คนๆ ผสมให้เข้ากัน ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีจนส่วนผสมของนมเริ่มเซ็ตตัวขึ้นมาหน่อยๆ (ตัวเลือกสุดท้ายนี้ อาจจะทำให้เนื้อขนมไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นัก แต่ก็ยังอร่อยและกินได้ ) ลองดูน้าาา…
.
ข้อเสียของขนมตัวนี้คือ
1.ถ้าอยากได้เค้กทรงสูง จะใช้เวลาอบนานหน่อยนะ รอบนี้แพมอบไป 1 ชม.แหนะ หรือถ้าอยากย่นเวลาอบ อาจจะใช้พิมพ์ที่ใหญ่ขึ้นหรือพิมพ์ทรงสี่เหลี่ยม อบเป็นสไตล์ Sheet Cake
2.หยุดกินไม่ได้ ? โดยเฉพาะแช่เย็นแล้วเอามากินยิ่งอร่อย เนื้อเค้กมันจะแน่นมากอีกนิด ส่วนตัวคือชอบเนื้อเค้กประมาณนี้ ❤️

?Berry Coffee Cake topped with crumbles  ?
ตัวเค้ก
1.แป้งเค้ก 150 กรัม
2.ผงฟู 1/4 ชช.
3.เบ๊กกิ้งโซดา 1 ชช.
4.เกลือป่น 1/4 ชช.
5.น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม
6.เนยจืด 130 กรัม
7.ไข่ไก่ 2 ฟอง
8.วนิลา 1 ชช.
9.บัตเตอร์มิ้วค์ 90 กรัม
10. มิกซ์เบอร์รี่แช่แข็งหรือแบบสด 1 ถ้วย

วิธีทำตัวเค้ก

1.เริ่มจากเตรียมพิมพ์ขนม ทาเนย ปูกระดาษไขเรียบร้อย รอบนี้แพมใช้พิมพ์ขนาด 3 ปอนด์ มีแกนตรงกลางและวอมเตาอบที่อุณหภูมิ 180 C ไฟบนล่าง ไม่ต้องเปิดพัดลม

2.เริ่มจากทำครัมเบิ้ลเตรียมไว้ก่อน โดยการผสมทุกอย่างในส่วนของครัมเบิ้ล  ครัมเบิ้ลที่ดีจะมีลักษณะเป็นเม็ดๆ ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ใช้โรยหน้าเค้กได้โดยตรงเลยค่ะ (สามารถทำครัมเบิ้ลล่วงหน้าได้ ใส่กล่องทัปเปอร์แวร์ แล้วเอาแช่ตู้เย็นไว้) สูตรและขั้นตอนการทำอยู่ด้านล่างนะคะ

3.จากนั้นเริ่มทำตัวเค้กได้เลยจ้า….รอบนี้แพมมีผู้ช่วย ไม่รู้ว่าช่วยทำหรือช่วยยุ่งกันแน่ ฮ่าฮ่าฮ่าๆ

4.ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ,เกลือ,เบ๊กกิ๊งโซดาและผงฟูเข้าด้วยกัน ตีเนยและน้ำตาลจนขึ้นฟูประมาณ 3-5 นาที เติมไข่ไก่ไปทีละฟองๆจนหมด ตามด้วยวนิลาและบัตเตอร์มิ้วค์ ตีให้เข้ากันอีกซัก 1-2 นาที จากนั้นปิดเครื่องตีได้เลย หาไม้พายเลยค่ะในขั้นตอนต่อไป

5.ค่อยใส่ของแห้งที่ร่อนไว้แล้วในข้างต้นลงไปในส่วนผสมของเปียก ตะล่อมเบาๆจนของแห้งและของเปียกผสมเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเนียน ตามด้วยมิกซ์เบอรี่แช่แข็งๆ ส่งตรงมาจากตู้ฟรีสเลย ถ้าใครมีเบอรี่แบบสดๆก็โชคดีไปนะคะ ใช้แทนกันได้เลยค่ะ แต่ไม่แนะนำให้เอาผลไม้แช่แข็งมาละลายแล้วใช้เพราะมันจะทำให้ตัวขนมแฉะมาก น้ำเยอะ…คลุกเคล้าแต่พองาม คลุกมากไปหรือนานไป ตัวเค้กจะกลืนกันไปหมด กลายเป็นสีชมพู lol

6.เทส่วนผสมลงในพิมพ์ได้เลยค่ะ โรยหน้าด้วยครัมเบิ้ลจนทั่ว เคาะพิมพ์ขนมเบาๆเพื่อไล่อากาศ

7.อบขนมที่อุณหภูมิ 180 C เป็นเวลา 60 นาที เช็คขนมว่าสุกหรือไม่โดยการเสียบไม้จิ้มไฟลงไปในตัวขนม ถ้าไม้จิ้มฟันสะอาดหลังจากที่เสียบลงไป แปลว่าขนมเค้กสุกแล้วค่ะ แต่ถ้าไม้จิ้มฟันมีเศษขนมหรือเศษแป้งเปียกๆ ติดขึ้นมาเป็นลำ แปลว่าขนมเค้กของเรายังไม่สุกนะคะ ให้อบต่อไป 10-15 นาทีหรือจนกว่าขนมจะสุก

ตัวท็อปปิ้ง (ครัมเบิ้ล)
1.แป้งสาลีอเนกประสงค์ 65 กรัม
2.ข้าวโอ๊ตแบบหยาบ 45 กรัม
3.เนยจืดนิ่มเล็กน้อย(หั่นเต๋า) 71 กรัม
4.น้ำตาลทรายแดง 33 กรัม
5.อบเชยป่น 1/2 ชช.
6.เกลือป่น 1/4 ชช.
วิธีทำครัมเบิ้ล
1.ในโถหรือกะละมัง ผสมของแห้งเข้าด้วยกัน
2.ใส่เนยลงไป คลุกเคล้ากับของแห้ง บี้ๆจนส่วนผสม
ขรุขระๆ ไม่ต้องผสมนานเกินไปเพราะเนยจะละลายและครัมเบิ้ลจะแฉะ
3.สามารถใช้ได้โดยตรงทันทีหรือแช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้
(ส่วนตัวแพมชอบทำครัมเบิ้ลเก็บไว้ในตู้เย็นค่ะ นอกจากจะทำให้ยืดอายุ เวลาจะใช้ก็ง่ายด้วย เนื้อครัมเบิ้ลไม่แฉะ บิดโรยหน้าขนมได้สบายๆเลย)

ขอให้มีความสุขและสงบใจในทุกๆลมหายใจเข้าออกนะคะ ไม่มากก็น้อย 5 นาทีต่อวันก็ยังดี
Happy Baking!

Tagged , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.