Homemade Vanilla Extract

วนิลาแท้ๆราคามันแพงนะ จะทำขนมทีนึงจะซื้อวนิลาแท้มาทำมันจะคุ้มกันมั้ยนี่!

ดังนั้นทำยังไงกันดีหล่ะ?

ก็กลับไปใช้วนิลาปลอมหรือ Imitation Vanilla หลายคนยังบอกว่า หอมกว่าวนิลาแท้อีกกกก ฮ่าฮ่าๆๆ  อ้าวๆไปกันใหญ่แล้ว

ไม่เอา! เราเลิกใช้แล้ว

แต่เพื่อนๆรูัมั้ยว่า วนิลาปลอมเป็นอันตรายต่อร่างกายนะคะและยิ่งเราบริโภคในปริมาณมากๆ มันมีสารบางอย่างที่ทำให้สมองของเรามึนๆ (บางยี่ห้อมก็หอมเหมือนของจริงเลยนะ บางยี่ห้อส่วนใหญ่แทบบบบไม่ได้เรื่องเลย เหมือนกำลังดมสีทาบ้าน) ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสลองหาซื้อวนิลาแท้มาใช้ดูซิและจะพบว่ากลิ่นมันหอมเย้ายวนใจมาก หอมมมแบบที่เราไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นพิษต่อร่างกาย แพงหน่อย แต่ดีนะ ถือว่าทำกินเองในครอบครัวละกันเนอะ

โพสนี้แพมเลยจะมาแชร์วิธีการทำวนิลาสกัดชนิิดน้ำเองใช้ในบ้าน ทำเยอะหน่อยแต่คุ้มและเก็บได้นานอีกด้วย (เจ็บครั้งเดียวตรงตอนซื้อวัตถุดิบในช่วงแรกๆ)

Homemade Vanilla Extract (ปริมาณ 750 ml.)

วัตถุดิบ

1.ฝักวนิลาความยาวประมาณ 20 ซม. เกรด AAA จำนวน 10-12 ฝัก ถ้าเป็นฝักเล็กให้ใช้ 20 ฝักนะคะ

2.วอดก้าเกรดกากๆไม่ต้องลงทุนซื้อยี่ห้อดัง ราคาแพงนะคะเพราะไม่จำเป็น 1 ขวด(750 ml.) ขวดที่แพมซื้อมาราคาแค่ 380 บาทเอง
 Note: รอบนี้แพมโชคดีหน่อยเพราะเพื่อนแพมจากเม็กซิโกฝากฝักวนิลาแท้ๆ ออแกร์นิกมาจากบ้านเขามาให้ ฝักยาว กลิ่นห๊อมหอม แพมเลยประหยัดตรงส่วนนี้ไป ฮิ้วววว + + +

วิธีทำ

-เริ่มจากรินเอาเหล้าวอดด้าออกจากขวดซัก 1 ถ้วยเพราะถ้าเราไม่รินออกแล้วยัดฝักวนิลาไปเลย วอดด้ามันจะล้นออกคะ

-กรีดฝักวนิลาตรงกลางเป็นเส้นยาวลงมาเลย(คิดภาพเหมือนกำลังจะกรีดกลางลำตัวแล้วควักหัวใจออกมา) จากหัวจรดปลายฝัก ใช้ปลายมีดแหลมคม ขูดเมล็ดวนิลาออกมาเล็กน้อย หย่อนทั้งฝักที่มีเมล็ดขูดๆลงไปในขวดเหล้าวอดก้า ทำแบบนี้จนครบทุกฝัก (ถ้าใครมีงบ กระเป๋าตุง สามารถเพิ่มปริมาณฝักวนิลาได้ ฝักยิ่งเยอะ วนิลาสกัดยิ่งเข้มคะ เวลาทำขนมทีนึงไม่จำเป็นต้องใส่เยอะเลยเพราะใส่นิดเดียวก็หอมแล้ว)

-ดองวนิลาไว้ในที่อับแสงอย่างน้อย 3 เดือน จากนั้นใช้ได้โดยตรงเลยคะ 😀 

Banana Caramel Whoopie Pies

แพมเพิ่งทำขนมตัวนี้ไปหมาดๆเพื่อใช้ในงานเปิดตัวผลงานศิลปะของสามีแพมกับเพื่อนๆคะ ที่ Sangdee Gallery  หมดเร็วมากๆๆ ฮ่าฮ่าๆ ไม่ถึงชั่วโมง (ไม่รู้ว่าคนในงานหิวข้าวรึเปล่า) อร่อยดีคะ หอมกลิ่นคาราเมลสุดๆและที่สำคัญนะ ไม่ยากเลย…พอเอาไปเสริฟในงานปุ๊บ ดูหรูเลย ทั้งๆที่ตัวคุกกี้ก็เหมือนเค้กกล้วยหอมแต่จะแบนกว่าเล็กน้อยและตัวครีม ก็คือครีมที่เราใช้บีบบนลงตัวเค้กนั่นเองคะ

แพมเลือกทำขนมตัวนี้เพราะในช่องฟรีซที่บ้านมีกล้วยหอมอินทรีย์อยู่เต็มเลย บดและแพ็คไว้เรียบร้อย คาราเมลก็มีติดตู้เย็นอยู่แล้ว จะทำเค้กกล้วยหอมก็เบื่อแล้วอ่า จะทำมัฟฟินกล้วยหอมก็ทำาาาจนเพื่อนๆจำได้หมด จะทำคัพเค้กกล้วยหอมก็นะ ช่วงนี้ที่เชียงใหม่ค่อนข้างร้อนโดยเฉพาะเวลาฝนจะตก อบอ้าวมาก แพมก็เลยกลัวครีมคัพเค้กมันจะละลายหรือขนส่งลำบาก …ไอ่ไอเดียคัพเค้กเลยตัดออกไปเลย

จนมาจบอยู่ที่เมนูนี้คะ …ชิ้นพอคำ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกิน เดินถือกินได้ง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์อะไรให้มากมาย…

ใครกำลังแพลนจัดงานปาร์ตี้ วูปปี้พายเป็นไอเดียที่เจ๋งมากเลยคะ ลองเอาไปประยุกต์ดู …ขอเชียร์ๆๆ

Banana Caramel Whoopie Pies

คุกกี้กล้วยหอม

สูตรประยุกต์มาจากเว็บไซต์ www.kingarthurflour.com แพมลดน้ำตาลและปรับเปลี่ยนไส้จากครีมชีสเป็นครีมคาราเมลคะ

ส่วนผสม

  • เนยจืดทิ้งให้นิ่ม 120 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย
  • เกลือ 1/2 ชช.
  • วนิลาแท้ชนิดน้ำ 1 ชช.
  • กล้วยหอมบด  1+1/2 ถ้วย
  • ไข่ไก่เบอร์สอง 2 ฟอง
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
  • เบ๊กกิ้งโซดา 1 ชช.
  • ดาร์กช็อกโกแลตชิพ 1+1/2ถ้วย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • ถั่ววอลนัทคั่ว สับหยาบๆ 3/4 ถ้วย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

ครีมคาราเมล

• เนยจืดทิ้งให้นิ่มเล็กน้อย  290 กรัม

• เนยขาว  80 กรัม

• นมข้นหวาน  100 กรัม

คาราเมล  100 กรัม (สูตรคาราเมลโฮมเมดของแพม)

• นมจืด 60 กรัม

วิธีทำ

  1. วอมเตาอบที่อุณหูมิ 180 c ไฟบนล่าง,ทาเนยบางๆบนถาดคุกกี้ ปูด้วยกระดาษไข
  2. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์,เกลือ,เบ๊กกิ้งโซดาและเกลือ พักไว้
  3. ในโถผสม ตีเนยจืดกับน้ำตาลจนขึ้นฟู น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ตามด้วยไข่ไก่ทีละฟองๆ ตีจนเข้ากันดี
  4. ใส่กล้วยหอมบดและวนิลาน้ำลงไป คนๆๆ จนเป็นเนื้อเดียวกัน
  5. ค่อยๆใส่ของแห้งที่ร่อนเตรียมไว้ แบ่งให้ได้ซัก 3 รอบ ใช้ไม้พายหรือตะกร้อมือคนผสมกันจนไม่เห็นของแห้ง ใครอยากใส่ถั่วหรือช็อกโกแลตชิพลงไป สามารถใส่ลงไปได้ในขั้นตอนนี้เลยนะคะ(แพมไม่ได้ใส่เพราะที่บ้านไม่มีทั้งสองตัวติดตู้เย็นเลย …เดี๋ยวจะลองอีกครั้งรอบหน้า)
  6. รอบนี้แพมใช้ที่ตักไอติมหรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า สคูป (Scoop) ก้อนเล็กๆประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ …มันง่ายและสะดวกดีคะ ไซส์ขนมที่ออกมาไม่แตกต่างกันมาก
  7. อบขนมที่อุณภูมิ 180 c ไฟบนล่าง เป็นเวลาทั้งหมด 14-18 นาทีหรือจนกว่าขนมจะสุก ระวังอย่าอบนานเกินนะคะ คือเนื้อคุกกี้ควรจะออกแนวๆเค้ก นุ่มและไม่แห้ง ….ผึ่งให้เย็นสนิทก่อนที่จะสอดไส้นะจ๊ะ (สูตรครีมฟรอสติ้งอยู่ด้านล่าง)

สำหรับตัวครีมหรือฟรอสติ้ง ง่ายๆมากๆๆๆ ห้านาทีเสร็จ บางสูตรที่แพมเคยเห็นมา คือเขาจะต้องมีการต้มน้ำตาล จากนั้นทิ้งให้เย็น แล้วค่อยเอามาตีกับตัวครีมอีกที ค่อนข้างยุ่งยากนะ ยิ่งบางครั้งเรามีเวลาค่อนข้างจำกัด เอาหล่ะ มาดูขั้นตอนง่ายๆกันเลยคะ เริ่มจากตีเนยจืดสด(ที่อ่อนตัวแล้วในอุณหภูมิห้อง)และเนยขาวจนฟู เติมนมข้นหวาน คาราเมลและนมจืด ตีให้ขึ้นอีกประมาณ 3-5 นาที ในขั้นตอนนี้บ้างคนอาจจะเหยาะกลิ่นวนิลาหรือกลิ่นนมเนยเพิ่มลงไปได้ ประมาณ 1/4 ช้อนชา เพื่อกลิ่นที่หอมอร่อย …เมื่อเราตีทุกอย่างจนขึ้นฟู ก็เป็นอันว่าใช้ได้แล้วจ้า 

♥ Stop hating ,Start baking ♥

Nutty Chocolate Chip Blondies

           เป็นคนชอบกินบราวนี่แต่บางครั้งก็เบื่อ เพราะไปที่ไหน ร้านทุกร้านก็ขายบราวนี่และที่สำคัญทุกคนมีสูตรอร่อยๆแตกต่างกันออกไปอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบบหนึบ,แบบชุ่ม,เน้นๆช็อกโกแลต,แนวเค้ก,แนวกึ่งเค้กกึ่งหนึบ คือมีหมด! และเมื่อเรามีสูตรบราวนี่อร่อยในดวงใจเราแล้ว เราแทบไม่อยากซื้อเขากินเลยคะ ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆๆ (เป็นเหมือนกันมั้ย?)

เริ่มเบื่อบราวนี่ดำๆ ทำอย่างอื่นดูมั้ย ง่ายเหมือนเจ้าบราวนี่เลย น่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันซะด้วย นั่นก็คือเจ้าบลอนดี้(Blondies) ขั้นตอนการทำเหมือนบราวนี่เด๊ะๆ แต่แค่ไม่ดำ ไม่ขม ใครที่ไม่ได้เป็นแฟนช็อกโกแลตน่าจะชอบบลอนดี้มากกว่านะคะ

สูตรนี้จะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับเครื่องนะคะ (ช็อกโกแลตชิพเกรดดีหน่อยนึงและถั่วนานาชนิด) ถ้าไม่ใส่ทั้งสองตัวหรือใส่แบบที่เกรดไม่ดี ผลลัพธ์น่าจะไม่เหมือนกันและความอร่อยคงไม่ถึง….มีคนกระซิบบอกว่า “อ้าวพี่…ถ้าคนไม่ชอบช็อกโกแลตหล่ะ? ถ้าไม่ชอบช็อกโกแลตสีดำๆ สามารถเลือกใช้เป็น Milk Chocolate Chip หรือ Caramel White Chocolate Chip เอาที่หาได้หรือที่ชอบแล้วกันนะคะ

Nutty Chocolate Chip Blondies

ถาดขนาด 8*8 นิ้วหรือเล็กกว่านั้นซักหน่อยจะดีมาก(จากรูป ถาดที่แพมใช้ไม่ใช่ขนาด 8*8 นิ้วเป๊ะๆ แต่ปริมาตรรวมๆเท่ากันคะ)

สูตรประยุกต์มาจากหนังสือ American Test Kitchen แพมทอนสูตรและลดปริมาณน้ำตาลลงคะ

ส่วนผสม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 +1/4 ถ้วย
  • ผงฟู  1/2 ชช.
  • เกลือป่น 1/4 ชช.
  • น้ำตาลทรายแดงใส่เฉาก๊วย  1/2 ถ้วย
  • เนยจืดละลายทิ้งให้อุ่นเกือบเย็น 90 กรัม
  • ไข่เบอร์หนึ่ง 1 ฟอง  ณ อุณหภูมิห้อง
  • วนิลาแท้ชนิดน้ำ 1/2  ชช.
  • ถั่วพีแคนคั่วสับหยาบๆ 1/2 ถ้วย (แต่ถ้าใครชอบถั่วอย่างอื่น เช่น เม็ดมะม่วงฯ,วอลนัท ก็ใช้ได้นะคะ แต่ถั่วพีแคนมันหอมและมันส์มาก)
  • ช็อกโกแลตชิพ ความเข้มโกโก้ 50%ขึ้นไป ½ cup ถ้วย

วิธีทำ

-เตรียมถาดอบโดยการทาเนยบางๆให้ทั่วด้านในถาด วอมเตาอบที่อุณหภูมิ 180 c ไฟบนล่าง ไม่ต้องเปิดพัดลม

-ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์,ผงฟูและเกลือป่นเข้าด้วยกัน

-ในโถ/กะละมัง/หม้อผสมขนาดกลางๆ ใส่เนยจืดละลายลงไปตามด้วยน้ำตาลทราย ใช้ตระกร้อมือคนๆๆๆจนน้ำตาลทรายขึ้นฟูเล็กน้อน(สังเกตได้จากสีของน้ำตาล จะเปลี่ยนเป็นสีอ่อนๆคะ)

-ตอกไข่ไก่ลงไปและวนิลา ตีๆจนขึ้นฟู น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 นาทีน้า^^ สังเกตจากสีของขนมเป็นหลักนะคะ บางคนตีเร็วก็ขึ้นเร็ว บางคนละเมียดละไมจะใช้เวลาหน่อย

-ใส่ของแห้งที่ร่อนไว้ในขั้นตอนแรกๆ ใช้ไม้พายหรือช้อนคลุกเคล้าให้ของเปียกและของแห้งเข้าด้วยกัน สุดท้ายใส่ถั่วพีแคนและช็อกโกแลตชิพคนผสมให้ทุกอย่างเข้ากันอีกครั้ง ในขั้นตอนนี้ถ้าส่วนผสมของใครละลายจนแฉะ(เพราะห้องครัวร้อนหรือวันที่อบอากาศไม่เป็นใจ หรือ ใครใจร้อน ไม่รอให้เนยละลายอุ่นๆ(จนเย็น)แล้วค่อยใช้ซึ่งจะเหมือนแพมครั้งนี้ 555+ ไม่ต้องกังวลนะคะ จับโถขนมยัดใส่ตู้เย็นซัก 20 นาทีหรือจนกว่าส่วนผสมจะเซ็ตตัวซักเล็กน้อยจนได้เนื้อลักษณะนี้ รูปด้านล่าง)

-ตักโดว์บลอนดี้ลงไปในถาดอบที่เตรียมไว้ เกลี่ยๆให้เท่ากัน

-อบบลอนดี้ที่อุณหภูมิ 180 c ไฟบนล่าง เป็นเวลา 20-25 นาที(ระวังอย่าอบนานเกิน เนื้อของบลอนดี้ที่ดีควรจะนุ่มตรงกลาง ไม่แห้ง ไม่แข็ง) เมื่อบลอนดี้สุกแล้ว เอาออกจากเตาอบ ผึ่งไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิทก่อนที่จะทำการตัดเป็นชิ้นและขนาดตามใจชอบ 

Ultimate Chocolate Chip Cookies

พร้อมรึยังคะ?

ถ้ายังไม่พร้อม ไม่อยากให้เริ่มทำคุกกี้ตัวนี้นะ เพราะกลัวว่าจะเสียของเปล่าๆ

แพมเคยโพสสูตรเดวิ้วช็อกโกแลตชิพคุกกี้ไปแล้วครั้งนึง ซึ่งแพมขอเรียกสั้นๆว่า คุกกี้ช็อกชิพสูตรที่ 1 ละกันนะคะ ได้เสียงตอบรับกลับมาดีมากกกก ทุกคนที่ลองทำต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจริงๆ บางคนถึงขั้นใช้เป็นสูตรประจำสำหรับร้าน,คาเฟ่หรือในบ้านของตัวเองไปเลย แพมได้โม้นะ คือ คุกกี้ช็อกชิพที่ไหนก็มีขาย ใครๆก็ทำขาย บางก็อร่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่อร่อยเลยโดยเฉพาะในประเทศไทย

แต่สูตรคุกกี้ช็อกชิพที่แพมภูมิใจนำเสนอในวันนี้ ภูมิใจมากและขอการันตีด้วยใจ…ถ้าใครตามสูตรและขั้นตอนทำแล้วไม่อร่อย ตะโกนออกมาดังๆเลยคะ หน้าเฟซ ออนไลน์ แพมจะเลิกทำขนมเลยอะ 5555+ (จริงจัง)  สูตรนี้แพมลองอบมาหลายครั้งแล้ว (ขนาดตอนนี้อยู่ที่อเมริกาหนึ่งเดือน อบไปแล้ว 4 ครั้งแล้วคะ) สูตรนี้จะทำง่ายกว่าสูตรแรก ใช้เวลาน้อยกว่า เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลามากหรือมีเวลาที่เร่งด่วน แต่รสชาดดดดด โอ้มายก้อด OMG!! สูสีกับตัวแรกสุดๆ อร่อยเหมือนกัน แต่แค่ถ้าเปรียบเทียบกับหลายๆปัจจัย เช่น เวลา สูตรนี้ชนะเลิส!!!

ก่อนที่จะเริ่มสูตรนี้ แพมขอเกริ่นเรื่องวัตถุดิบก่อนนะคะ…ช็อกโกแลตชิพคุกกี้ อร่อยหรือไม่อร่อยขึ้นอยู่กับส่วนผสม

1.ช็อกโกแลตชิพ โปรดใช้ของจริง ไม่ใช่ช็อกโกแลตปลอมๆที่กินทีนึงติดเพดานปาก Continue reading →

Crescent roll คริสเซ้นท์โรล

ขนมปังตัวนี้เคยชิมครั้งแรกตอนมาเยี่ยมครอบครัวสามี(ตอนนั้นยังเป็นแฟนกัน)ที่รัฐซีเอตเทิล อเมริกาคะ มื้อเย็นมื้อนึงที่คุณลุงริคอบขนมปังตัวนี้เสริฟ เห็นครั้งแรก แพมคิดในใจเลยว่า “เห้ยยย น่ารักอะ  มันคือครัวซองค์มินินี่หว่า” แต่พอกัดไปทีนึง…พบว่าไม่มีเลเยอร์(แป้งเป็นชั้นๆ)เหมือนครัวซองค์ เนื้อสัมผัสนุ่มกว่ามากๆ หอมเนยสด…สรุปว่า ขนมปังตัวนั้นไม่ใช่ครัวซองค์มินิ แต่มีนามว่า ” Crescent roll คริสเซ้นท์โรล ”

คริสเซ้นท์โรลทำง่ายกว่าครัวซองค์เยอะคะ แค่เอาแป้งขนมปังสไตล์บริออชมาคลึงขึ้นรูปเป็นครัวซองค์ ไม่ต้องพับทบแป้ง (Lamination) พรูฟ 2 ครั้งจนพองโตเป็นสองเท่า ทาไข่ขาวผสมน้ำเปล่าเล็กน้องบางๆ อบจนสุกเหลืองทอง…คริสเซ้นท์โรลนิยมทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารเย็นคะ หน้าที่เดียวกันกับดินเน่อร์โรลเลย(ในความคิดแพมนะ) หรือถ้าใครอยากกินคู่กับแยมอร่อยๆ,เนยถั่วหรือน้ำผึ้งก็ได้…(เสริฟกับชาหรือกาแฟร้อนๆๆๆ อืมมมมมม…นะ ^0^)

Crescent roll คริสเซ้นท์โรล

(ประยุกต์มาจากหนังสือ Cook’s Illustrated) แต่แพมเพิ่มน้ำตาล,เนยจืดและนมเข้าไปอีกเพราะจากที่ลองทำจากสูตรดั้งเดิมเลยนั้นพบว่า เนื้อขนมปังจะแข็งและแห้งตรงด้านนอก Continue reading →