มูสช็อกโกแลต สูตรที่ 1

14257619_10153718033647443_3001935265032230614_oเมื่อก่อนไม่เคยจะทำมูสช็อกโกแลตเลยคะ เพราะมีความรู้สึกว่ามันต้องยากแน่เลย ซับซ้อนและกลัวมันจะไม่ฟูนุ่มละมุนลิ้นเหมือนที่เคยกิน แต่อาทิตย์ที่ผ่านมา จำใจต้องก้าวผ่านความกล้านั้นไปให้ได้เพราะงานที่ทำเขารีเควชมูสช็อกโกแลตมา ไอ่เราก็ฝึกและทดลองสูตร จนได้สูตรอร่อยๆมาตามนี้เลยคะ

ปล. ทำไม่ยากคะแต่ขอให้เข้าใจส่วนผสมและขั้นตอนทำให้ดีก่อนเริ่มทำนะคะ เพราะมูสช็อกโกแลตที่ดีควรใช้ช็อกโกแลตเกรดดี ครีมสดแท้ รสชาดจะออกดีมากๆ อร่อยและไม่เลี่ยน

มูสช็อกโกแลต สูตรที่ 1 (ครั้งนี้แพมใช้ Semisweet Chocolate นะคะ)

ส่วนผสม

Semisweet Chocolate แบบเหรียญ   190    กรัม

ครีมสด(แช่เย็นๆ)   1/2   ถ้วย

น้ำตาลทรายขาว  3 ช้อนโต๊ะ

วนิลาน้ำ  1  ช้อนชา

เหล้ารัมหรือกาแฟเข้มๆ 2 ช้อนชา (ถ้าทำให้เด็กทาน สามารถตัดส่วนผสมขั้นตอนนี้ลงไปได้นะคะ แต่เพิ่มนมจืดแทน ตามอัตราส่วนเท่าๆกัน)

เนยจืด ทิ้งให้นิ่ม  60 กรัม

เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

ไข่แดง 4 ฟอง

ไข่ขาว   4  ฟอง

ท็อปปิ้ง

วิปปิ้งครีม

ช็อกโกแลตขูด

14258105_10153715998237443_3651994937740410047_o

วิธีทำ

1.เริ่มจากแยกไข่ขาวไข่แดงและชั่งส่วนผสมต่างๆให้เรียบร้อย

2.ตุ๋นช็อกโกแลตโดยการซ้อนหม้อสองใบ ใบล่างสุดใส่น้ำ พยายามอย่าให้หม้อที่ใส่ช็อกโกแลตสัมผัสน้ำหรือหม้อล่างสุดเพราะมันจะไหม้ ตุ๋นจนช็อกโกแลตละลาย  รี่ไฟอ่อนๆ

3.เติมน้ำตาล เกลือ เหล้า/กาแฟเข้มๆ  วนิลาน้ำลงในช็อกโกแลตที่กำลังตุ๋น ตามด้วยไข่แดงลงไปที่ละฟอง ใช้ตระกร้อมือคนส่วนผสมทุกอย่างตลอดเวลาเลยนะคะ คนจนส่วนผสมเริ่มข้นขึ้น(ไข่แดงเริ่มสุก) เติมเนยสด ใช้ไม้พายคนส่วนผสมให้ละลายเข้ากันอีกครั้ง ปิดแก๊สได้เลย ยกลงจากเตา หมั่นคนเป็นพักๆ จนส่วนผสมช็อกโกแลตอุ่นๆ จากนั้นค่อยเอาไปใช้ต่อในขั้นตอนต่อไปนะคะ

4.ในหม้ออีกใบนึง ใส่ใข่ขาวลงไป ใช้ตระกร้อมือตีส่วนผสมพอขึ้นฟู จากนั้นเอาไปตุ๋นไฟ จับเวลา 3 นาที พอให้ไข่ขาวอุ่นๆเกือบร้อน ยกลงเลย ใช้ตระกร้อมือไฟฟ้าตีไข่ขาวจนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อนๆ (ขั้นตอนที่เอาไข่ขาวไปตุ๋นนั้น ระวังไข่ขาวจะสุกนะคะ เอาแค่พออุ่นๆเกือบร้อนอะคะ อธิบายยากจริงๆ แต่อยากบอกว่า แพมทำครั้งแรก เทไข่ขาวทิ้งไปหมดเลยคะ เพราะไข่ขาวสุก :()

5.ตะล่อมส่วนผสมข้อที่ 3 +4 เข้าด้วยกันเบาๆ

6. ตีวิปปิ้งครีมจนตั้งยอดอ่อนๆ ตักวิปปิ้งครีมลงในส่วนผสมข้อที่ 5 (ไม่ต้องใส่ทีเดียวหมดนะคะ แบ่งให้ได้ 5 ครั้ง ) ใช้ไม้พายตะล่อมส่วนผสมจนเข้ากันดี ตักใส่ถ้วย แช่เย็นอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนเสริฟสามารถบีบวิปปิ้งครีมโรยด้วยช็อกโกแลตขูดหรือผงโกโก้

ลองอ่านหลายๆรอบก่อนเริ่มทำนะคะ เมื่อเข้าใจแล้ว ตระเตรียมอุปกรณ์และชั่งส่วนผสมให้พร้อมไว้บนโต๊ะเลย…จากนั้น ลุย เลยคะ…ใครลองทำแล้ว เอาผลงานมาอวดแพมหน่อยนะคะ รอดูนะๆ

ขนมปังไรย์โฮลวีทเนื้อแน่น

14206162_10153706726242443_5607319196598924862_o14188194_10153706726232443_6421793606003189592_oขนมปังตัวนี้แพมแน่ใจเท่าไหร่นะคะว่าจะถูกปากคนไทย แต่สำหรับแพม แพมชอบทานขนมปังเนื้อแบบนี้มากเลย เนื้อจะแน่นๆหน่อยและกากจะเยอะ นี่ขนาดยังไม่ได้ใช้แป้งธัญพืชล้วนๆนะคะ ถ้าใช้แบบ 100% เนื้อคงจะแน่นกว่านี้มากๆ ถ้าใครชอบแบบฮาร์ดคอร์ คลีนสุดๆ ให้ตัดแป้งขาวออกไปเลยคะ จากนั้นใช้แป้งไรย์หรือแป้งโฮลวีทแทนตามสัดส่วนที่แพมให้ไปนะฮะ

แพมขอตั้งชื่อขนมปังตัวนี้ว่า “ขนมปังไรย์โฮลวีทเนื้อแน่น” ขั้นตอนการทำไม่ยาก นวดมือได้คะ เป็นการออกกำลังกายแขนที่ดีมากๆเลย เหงื่อโชกสุดๆ จักกะแร้เปียก 😀

หมะ! มาทำกันเลย

1 สูตรจะได้ประมาณ 2 โลฟ (ประมาณโลฟบัตเตอร์เบอร์ 8 )

ส่วนผสม

แป้งขนมปัง  400 กรัม

แป้งไรย์    300 กรัม

แป้งโฮลวีท  300 กรัม

น้ำเย็น   600-700 กรัม

เกลือ   20 กรัม

น้ำตาลทรายแดง/น้ำผึ้ง /เมเปิ้ลไซรัป   50 กรัม

ยีสต์แห้ง    1+1/2 ช้อนโต๊ะ

14231773_10153706788007443_2690274143513667799_o

แพมใช้แป้งยี่ห้อนี้คะ ไม่ละเอียดเท่ากับยี่ห้ออื่นๆที่เคยใช้ในอเมริกาแต่มันหาง่ายและราคาไม่แพงคะ พอใช้ได้

** ไข่ขาวสำหรับเคลือบหน้า เพื่อใช้โรยเมล็ดธัญพืชสำหรับตกแต่ง เช่น เมล็ดแฟล็ก,งาดำ,งาขาว,แป้งโฮลวีทชนิดหยาบ ถ้าใครกินเจ เป็น Vegan ใช้น้ำเปล่าหรือนมถั่วเหลืองทาหน้าขนมแทนไข่ขาวได้นะคะ **

วิธีทำ

  • ผสมของแห้งทุกอย่างเข้าด้วยกัน เติมน้ำ นวดจนพอเข้ากัน จับเวลา 15-20 นาที หรือจนแป้งเนียน(แต่ไม่ต้องตกใจนะคะว่าทำไมไม่เนียนเหมือนนวดแป้งขาวล้วนๆ คลึงเป็นฟิมล์ไม่ได้ เพราะแป้งสูตรนี้จะมีความหยาบมากกว่าแป้งขาวธรรมดาๆคะ)
  • พักแป้งไว้ 10-15 นาทีคลุมด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆหรือพลาสติก
  •  ตัดโดว์น้ำหนักก้อนละ 150 กรัม จำนวน 3 ก้อน คลึงให้กลมเนียน จากนั้นเรียงใส่พิมพ์โลฟที่ทาเนยขาวเตรียมไว้แล้ว
  • โดว์ที่เหลือ สามารถคลึงเป็นก้อนกลมๆ ทำเป็นขนมปังบัน ก้อนเล็กๆได้(เสียดายอย่าทิ้งเลย)
  • ทาด้านบนโดว์ที่คลึงแล้วด้วยไข่ขาวบางๆ จากนั้นโรยด้วยหน้าท็อปปิ้งที่เราเตรียมไว้
  • หมักขนมปังจนขึ้นเต็มพิมพ์ ประมาณ 1 นิ้ว(ประมาณ 1-1.5 ชม.)
  • นำเข้าเตาอบที่อณหภูมิ 350-375 F (~ 190 C) ไฟบน ไฟล่าง นาน 35-40 นาที  เมื่อขนมปังสุก นำออกจากพิมพ์ทันที พักไว้ที่ตะแกรงจนเย็นสนิทimage14206013_10153706726237443_5554478579827330496_o

การเก็บรักษา :: ขนมปังสามารถอยู่ได้ในอุณหภูมิห้อง 4 วัน ถ้ามากกว่านั้นมันจะไม่อร่อยคะ(แป้งจะแห้งๆและเริ่มล่วงตกพื้น) และที่สำคัญอาจจะขึ้นราได้เพราะเราไม่ได้ใส่สารกันบูด แต่ถ้าเพื่อนๆเอาใส่ตู้เย็นหรือฟรีซและห่อด้วยฟลอย์แน่นๆ(ควรสไลด์ไว้ก่อนนะ) จะสามารถยืดระยะเวลาการเก็บรักษาไปอีกนิดนึง ประมาณ 1 เดือน )

ใครลองทำแล้ว เอามาแชร์หน่อยน้า…ท็อปปิ้งหน้าอะไรกันบ้างคะ?

Avocado Dressing น้ำสลัดอะโวคาโด้

IMG_0812

ใครชอบกินอะโวคาโด้บ้าง?? ยกมือขึ้น

ช่วงนี้เป็นหน้าอะโวคาโด้นะคะ ตามตลาดมีขายเพียบ ราคาก็ไม่แพง(ที่เชียงใหม่โลละประมาณ 40 บาทเป็นออแกร์นิกด้วยคะ)

สูตรที่แพมจะเอาแชร์ในวันนี้ ไม่ได้เป็นขนมหรือของหวานนะคะ แต่เป็นน้ำสลัดอะโวคาโด้ ที่มีส่วนผสมของเนื้ออะโวเยอะมาก จัดว่าเป็นสลัดน้ำข้นนะสูตรนี้…แพมทำน้ำสลัดตัวนี้เพราะวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา บ้านแพมมีกิจกรรมปลูกข้าวออแกร์นิกคะ ในโปรเจกที่ชื่อว่า เพ(ร)าะรัก <3 เพราะนอกจากจะปลูกข้าวดำนาแล้ว พวกเรายังได้ทำกิจกรรมอื่นๆร่วมกันด้วย เช่น ทำข้าวมันกะทิหน้าต่างๆ,ทำคุกกี้ข้าวกล้องและเรียนรู้การทำสเปรย์ยากันยุงจากตะไคร้หอม…งานนี้นอกจากเด็กๆจะสนุกกันแล้ว ผู้ใหญ่ก็มันส์และเพลินไปอีกด้วยคะ …กิจกรรมหน้า ถ้าใครอยากจอย เรียนเชิญเลยนะคะ ติดตามข่าวสารได้จากเพจ Wow Pam! เลยคะ Continue reading →

Pineapple Upside Down Cake

IMG_0816-2ช่วงนี้ทำไมทุกๆวันถึงมีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด…เยอะจริงๆนะะะ ไม่รู้ว่าอะไรมันมาจากไหน แต่ก็ยังดีที่ว่า ได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบ

แต่เพื่อนๆรู้มั้ยคะว่า เวลาทำอะไรกับอาหารนิ มันก็มีความเครียดเหมือนกันนะ วิตกกังวลอย่างนั้นอย่างนี้ โดยเฉพาะถ้าทำขายนะ ยิ่งต้องมีเรื่องเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องอีก..วางแผนไม่ดี เผลอๆเสียทั้งงานเลยคะ

แพมเลยตั้งกฎกับตัวเองว่า ถ้าแพมต้องเปิดร้านตัวเอง แพมคงจะทำโต๊ะน้อยๆ ไม่เยอะ เอาประมาณ 3 โต๊ะเล็กๆพอ และถ้าแต่ละโต๊ะจองมาก่อนก็จะดีมาก ไม่ใช่ Fine Diner หรอกนะ แต่มันคงจะเป็นการดีมากๆ ที่เราจะสามารถดูแลลูกค้าให้อย่างทั่วถึง ไม่จำเป็นต้องทำอาหารแบบขอไปที(พอให้มันพ้นๆไป หรือทำเพราะความเร่งรีบ กลัวลูกค้าจะหิวเกินหรือทำเพราะต้องการเงินที่มากเกินไป จนบางครั้งไม่มีความซื่อสัตย์แม้แต่ตัวเอง) และที่สำคัญอาหารและวัตถุดิบคงจะไม่เกิดการทิ้งๆขว้างๆอีกด้วยคะ ..

ความคิดเล็กๆน้อยๆของแพมก็ประมาณนี้อะคะ…ช่วงนี้เป็นโรคคิดเรื่องแบบนี้มาก

……

พูดจบแล้ว เลยจะมาแชร์สูตรขนมเค้กที่ใช้สับปะรดเป็นวัตถุดิบ

……

Pineapple Upside Down Cake หลายคนคงเคยได้กินมาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นขนมแบบบ้านๆที่มีขายในอเมริกาและเป็นขนมที่เน้นให้เด็กนักเรียนกินในโรงอาหาร ถามว่าเฮลตี้มั้ย …อืมมตอบยาก ถึงแม้ว่าจะมีผลไม้ อย่างสับปะรด แต่มันก็ยังแอบหวาน(ถึงว่า เด็กนักเรียนอเมริกาถึงเป็นโรคอ้วนกันซะเยอะ…สงสัยกินกันทุกวัน) Continue reading →

Easy Baguette บาเกตฉบับง่ายๆ

13717409_1360841970599083_8795828561541244893_oจะว่าไป บาเกตสูตรนี้คงจะเป็นสูตรที่ทำง่ายและสุดละคะและแป้งข้างในก็เหนียวนุ่มมากๆ โดยเฉพาะเวลาอบเสร็จใหม่ๆ นะ สุดยอด…แต่แพมต้องขอบอกก่อนเลยว่า บาเกตสูตรนี้ไม่เหมือนสูตรฝรั่งเศส 100% นะที่ข้างนอกจะแข็งโป๊กๆ ข้างในจะนุ่มและรูปร่างจะยาวสูงกว่านี้ แพมทำบาเกตเป็นรูปวงรีแบบนี้เพราะแพมตั้งว่าจะใช้ทำเป็นแซนวิชให้นิคในตอนเช้าด้วยคะ ประมาณว่าถ้าสไลด์ออกมา ขอให้มีพื้นที่หน้ากว้างกว่าบาเกตปกติหน่อยนึง เอาไว้ทายงทาแยม ทามาสตาร์ด มายองเนสและโป๊ะไข่ดาว …

ข้อเสียของบาเกตในครั้งนี้ ยอมรับเลยว่า กรีดหน้าไม่สวย เพราะหาใบมีดโกนไม่เจอคะ(จำได้ว่าซื้อมาเป็นแพ็คๆ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไมเจอ) เลยจำเป็นต้องใช้มีดคมๆกรีดเอาแทน จะเฉียง 45 องศาเหมือนใบมีดโกนเล็กๆก็ไม่ถนัดเท่า หน้าตาขนมมันเลยออกมาเป็นแบบนี้…ตลกๆ

แป้งของบาเกตรอบนี้ แพมหมักแป้งเชื้อไว้ 1 คืน พอเอามาทำขนมปังปุ๊บ เนื้อขนมปังจะนุ่มและหอมกลิ่นยีสต์หน่อยๆ อร่อยคะ …13680342_1360840310599249_1051772371597245419_o

Easy Baguette บาเกตฉบับง่ายๆ

Continue reading →