Guayaba Crumble Bars บาร์หมะก้วยก๋า

บ้านใครยังปลูกฝรั่งขี้นกอยู่บ้างคะ? (ขอกล้าหน่อยค่าาา ข้างบ้านแม่แพมเคยปลูก แต่ป้าเขาตัดไปแล้ว พันธุ์ดั้งเดิมมาก เห็นตั้งแต่แพมเกิด T_T)

ถ้าใครยังมีนะ แพมอิจฉามากกกก คุณกำลังเจอขุมทรัพย์ที่บ้านของตัวเองคะ ฝรั่งขี้นกอร่อยกว่าฝรั่งพันธุ์ปัจจุบันอีก กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อผัสที่หวานอร่อยทั้งๆที่อาจจะมีเมล็ดเยอะและสรรพคุณมากมายนับไม่ถ้วนคะ

เพื่อนๆรู้มั้ยว่า ฝรั่งขี้นกมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเม็กซิโกนะ คนทางนี้เรียกว่า GUAYABA ~ กัวยาบ้า หลักๆมี 3 พันธุ์(ที่เห็นขายกัยตามตลาดทั่วไป)นั่นก็คือ พันธุ์สีเหลืองลูกใหญ่เรียว , พันธุ์สีเหลืองลูกเล็กกลม และพันธุ์ผิวสีเหลืองแต่เวลาผ่าข้างในจะมีเนื้อสีชมพูอ่อนๆ คนเม็กซิกันนิยมบริโภคกัวยาบ้ามาก มีทั้งลูกอม ,ขนมหวาน,น้ำปั่น,กินสดๆและเบเกอรี่คะ

รอบนี้แพมเอามาจัดทำเป็นบาร์ข้าวโอ๊ตครัมเบิ้ลอร่อยๆ หอมเนยสดและไส้กัวยาบ้าที่กวนเองโอมเมด ฟินนนน >.< หยุดกินไม่ได้ !!!
ปล. โปรดใช้เนยดีๆ เกรดเอนะคะ

Guayaba Crumble Bars บาร์หมะก้วยก๋า

ถาดขนาด 8*8 นิ้ว สูงประมาณ 1.5 นิ้วขึ้นไปหรือถาดสี่เหลี่ยมขนาด 9*13 นิ้ว(แต่บาร์จะบางกรอบกว่า)

ฐานบาร์

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 140 กรัม

น้ำตาลทราย 50  กรัม

เกลือ 1/4 ช้อนชา

เนยจืดละลาย ทิ้งให้อุ่น 115 กรัม

วนิลาสกัด 1/2  ช้อนชา

วิธีทำ

– เริ่มจากปูพิมพ์ขนมด้วยฟลอย์รอบถาดด้านใน จากนั้นทาเนยจืดบางๆบนฟลอยด์ แนะนำให้เลือกฟลอยด์ที่ใหญ่ๆหน่อยนะคะ เพราะถ้าแผ่นเล็ก ฟลอยด์มันชอบขาดแล้วไปอุดและติดอยู่ในเนื้อขนม พออบออกมาเสร็จ ต้องมานั่งเสียเวลาแคะฟลอยด์ออกจากเนื้อขนมอีกนะคะ – -” แคะไม่ดี เผลอกินไปกับขนมด้วย ฮ่าฮ่าๆ อร่อยเลยทีนี่…

– ผสมส่วนผสมทุกอย่างสำหรับครัสท์จนเนียน ปูใส่พิมพ์ฟลอยด์เลยคะ ใช้มือกดๆให้เท่าทั่วๆกัน ไม่เน้นสวย แต่เน้นให้พื้นผิวเท่ากัน

– อบครัสท์เป็นเวลา 15 นาที ด้วยไฟบนล่าง 180 c จนเหลืองกรอบ (ในขณะที่รอครัสท์อบอยู่ในเตา ก็หันมาทำฟิวลิ่งและครัมเบิ้ลเลยจ้า)

ตัวฟิวลิ่ง

ฝรั่งขี้นกเอาเมล็ดออก รวมๆกันให้ได้ 150  กรัม ปั่นจนเกือบละเอียด (เน้น! เกือบละเอียด)

น้ำตาลทรายขาว 170  กรัม

น้ำมะนาวคั้นสด  4  ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่เปรี้ยว เติมได้อีกทีหลัง)

ไข่ไก่เบอร์สอง  ณ อุณหภูมิห้อง  3  ฟอง

แป้งข้าวโพด 4  ช้อนชา

เกลือ 1/4 ช้อนชา

เนยจืดละลายทิ้งให้อุ่น  45 กรัม

วิธีทำ

– ฟิวลิ่ง ง่ายเว่อร์ เริ่มจากใช้ตระกร้อมือตีไข่และน้ำตาลเข้าด้วยกันจนสีของไข่ไก่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลๆ ใส่แป้งข้าวโพด เกลือ น้ำมะนาวคั้นสด และเนยจืดละลายลงไป คนๆให้เข้ากัน สุดท้ายใส่เนื้อฝรั่งขี้นกที่ปั่นทิ้งไว้ลงไป คนให้เข้ากันจนเนียน ขั้นตอนนี้สามารถชิมได้ว่าเราอยากได้ความเปรี้ยวเพิ่มอีกมั้ย ถ้าชอบเปรี้ยวก็เติมน้ำมะนาวเพิ่มได้อีกนะคะ

– เริ่มวอมเตาอบที่ 160 c  ได้เลย

– เทฟิวลิ่งลงไปในครัสท์ได้เลยคะ ไม่ต้องรอให้ครัสท์เย็น เทได้เลย แต่ถ้าใครจะอบตัวครัสท์ไว้ล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ก็ไม่มีปัญหานะจ๊ะ โรยหน้าด้วยครัมเบิ้ลให้ทั่วทั้งถาด

– ใช้เวลาอบทั้งหมด 30-35 นาทีคะ ไฟบนล่าง 160 c

ครัมเบิ้ลโรยหน้า

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 40  กรัม

ข้าวโอ๊ต 20 กรัม

เนยจืดละลายทิ้งให้อุ่น  40 กรัม

น้ำตาลทรายขาว 45 กรัม

น้ำตาลทรายแดง 45  กรัม

เกลือ 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ

คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน เป็นเม็ดๆ เล็กใหญ่ไม่เท่ากันเป็นเรื่องธรรมดา ใช้โรยหน้าขนมก่อนอบได้เลยจ้า

Dairy-Free Chocolate Cake~ช็อกโกแลตเค้กไร้แลกโทส

วันเกิดคุณพ่อบ้านเพิ่งผ่านมาหมาดๆนี้เองคะ ปีนี้เราจัดกันที่เม็กซิโก บ้านเกิดเมืองนอนของเขานั่นแหละค่าาา ทุกๆปี แพมจะทำเค้กวันเกิดให้นิคคะ ซึ่งทุกๆครั้งเขาจะรีเควสที่ครีม เนยนมหนักๆ เช่น ชีสเค้ก,มูสเค้ก,ครีมคัสตาร์ดเค้ก หรือทีรามิสุ และทุกๆปีเขาไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกับพวกครีมๆเนยๆเลยนะ แต่ปีนี้แปลก ตั้งแต่เราสองคนย้ายกลับมาอยู่ที่เม็กซิโก สามีแพมแพ้ผลิตภัณฑ์พวกแลกโทส(Lactose)มากขึ้น(คือปกติก็มีบ้าง ประมาณว่าขี้มูกเยอะขึ้น ) คือถ้าเผลอไปกินอาหารที่มีเนยนมเยอะๆ เขาจะมีขี้มูกเยอะ ต้องสั่งขี้มูกบ่อยขึ้นและถ้ารุนแรงหน่อยก็จามไม่หยุดเลยคะ นี่ยังไม่นับอาการท้องไส้ปั่นป่วนและการปลดปล่อยแก๊สตดออกมานะคะ เฮ้อออ…แพมถึงขั้นบางครั้งทนไม่ไหวเลยคะ โดยเฉพาะ(ช่วงนี้ … ประเทศนี้) เวลานอน เพราะอากาศข้างนอกมันหนาวมากกก พวกเราสองคนห่มผ้าห่มกันสามสี่ผืน พอตากำลังจะปิด ได้ยินเสียง “ปุ้ด” สั้นๆเบาๆ อืมมมมมม กรูตาย คือจะกระพรือผ้าห่มออกก็กลัวหนาว เพราะกว่าจะวอมให้ใต้ผ้าห่มอุ่นได้ขนาดนี้ก็ใช้เวลาหลายนาทีอยู่นะ (อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง)

แต่เขาก็เหมือนรู้ตัวเองนะ เขาเป็นคนชอบกินชีส กินเนย กินนม แต่ร่างกายเขากินไม่ได้มาก(เป็นกรรมพันธ์ุคะ ตั้งแต่รุ่นปู่เขา) คือร่างกายย่อยอาหารจำพวกนี้ไม่ค่อยเก่ง นี่ขนาดฮีเป็นฝรั่งนะคะ แพมคนไทย คนเอเชียยังมีกระเพาะทนทานกว่าเขาคะ ไม่แพ้อะไรเลยยยย 5555+

แต่ถ้าคิดอีกแง่นึง พวกนมเนยสมัยนี้หากินแบบดีๆก็ยากแล้วนะคะเพราะฮอร์โมนเยอะคะ สารเร่ง สารกันบูด สารกันเสียเยอะะะ เผลอๆคนที่แพ้อาการสมัยนี้ใช่ว่าจะเป็นเพราะอาหาร อาจจะเป็นเพราะสารเคมีในอาหารคะ

คุยอยู่นาน…สรุปแพมถามนิคว่า ปีนี้นิคอยากได้เค้กวันเกิดอะไร? ฮีตอบมาว่า “ชีสเค้ก” อืมมม ชีสเค้ก ยากไปมั้ย 5555+  นมเนย ชีสล้วนๆ(ใช้เต้าหู้แทนชีส แค่คิดก็จะอ้วก! 555+) แต่ก็ต้องยกเลิกไป สรุปเค้กที่แพมจัดให้เขาก็คือเค้กเดวิ้วช็อกโกแลตคะ ไม่นม ไม่เนย ไม่ครีม ไม่ชีส แล๊คโทสฟรี 100%  อร่อยมาก เนื้อช่ำ!

ใครจะยืมสูตรนี้ไปทำขายหรือทำให้คนที่แพ้ LACTOS กินได้นะคะ ไม่หวงเลย ยินดีมากๆๆ 🙂

Dairy-Free Chocolate Cake~ช็อกโกแลตเค้กไร้แล๊กโทส

ส่วนผสม

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 210 กรัม
ผงโกโก้  100 กรัม
ผงฟู  1+ 1/4 ชช.
เบ๊กกิ๊งโซดา 1/2 ชช.
เกลือ 1/4 ชช.
น้ำตาลทรายแดง 350 กรัม
น้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันรำข้าว 80 ml
ไข่เบอร์สอง ณ อุณภูมิห้อง 2 ฟอง
หัวกะทิ (ใช้กระทิกล่องก็ได้คะ)  80 ml
วนิลา 2 ชช.
น้ำร้อน 240 ml

หน้า Topping

อัลมอลสไลด์คั่วหรืออบ ปริมาณตามใจชอบ

น้ำตาลไอซิ่งสำหรับโรยหน้า 1 -2 ชต.

** รอบนี้แพมใช้พิมพ์แก้วสี่เหลี่ยมขนาด 9*13 นิ้วคะโดยประมาณ ถ้าใครใช้พิมพ์เค้กวงกลม น่าจะเหมาะกับไซส์ 3 ปอนด์นะคะ (เส้นผ่าศูนย์กลาง ~ 8-9 นิ้ว)

วิธีทำ
1. เริ่มจากทาเนยขาวหรือน้ำมันพืชบางๆให้ทั่วและปูกระดาษไขลงในพิมพ์ให้เรียบร้อย
2. วอมเตาอบที่อุณหภูมิ 165 c และต้มน้ำร้อนให้เดือดเลยคะ
3. ร่อนแป้ง ผงฟู เบ๊กกิ้งโซดา เกลือและผงโกโก้พักไว้
4. ในโถผสมตีน้ำมันพืช,กะทิและน้ำตาลจนขึ้นฟู 4-5 นาที (ตามด้วยไข่ไก่ ใช้เวลาตีอีกประมาณ 4-5 นาที สังเกตส่วนผสมจะขึ้นฟองและสีของไข่จะเปลี่ยนเป็นสีอ่อนๆ….ถ้าใช้เครื่องตี จะย่นระยะเวลาการตีลงมาเล็กน้อยคะ ประหยัดแรง
5. แบ่งใส่ของแห้งลงไปในของเปียก แบ่งให้ได้ประมาณ 3 รอบนะคะ ค่อยๆใช้ไม้พายตะล่อมๆส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน เสร็จแล้วตามด้วยวนิลา

6. เมื่อส่วนผสมข้อที่ 5 เริ่มเข้ากันดีแล้ว ใส่น้ำร้อนลงไป ใช้ไม้พายหรือตะกร้อมือตีส่วนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน…เทลงพิมพ์ เคาะหรือกระแทกพิมพ์เบาๆเพื่อไล่ฟองอากาศ
7.อบเค้กที่อุณหภูมิ 165 c เป็นเวลาทั้งหมด 35-40 นาทีจนกว่าเค้กจะสุก ทดสอบโดยการสอดไม้จิ้มฟันลงไปในเนื้อเค้ก ถ้าดึงไม่จิ้มฟันออกมาแล้วสะอาด แปลว่าเค้กสุกแล้วคะ นำผึ่งบนตระแกรงจนเย็น

8.ตกแต่งหน้าเค้กตามใจชอบ ผลไม้สดก็ได้คะ  รอบนี้แพมเลือกเอาอัลมอนสไลด์เพราะหาง่ายหน่อยและโรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง…เป็นอันจบพิธี

Have a nice baking!

Pan de Muerto(Matcha Green Tea)

ขนมปังสูตรนี้อยากจะแชร์เพราะแพมคิดว่าน่าจะแปลกสำหรับเพื่อนๆดีนะคะ และมากไปกว่านั้นยังแปลกสำหรับประเทศที่แพมอยู่ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของขนมปังชนิดนี้คะ นั่นคือประเทศเม็กซิโก ….ขนมปังตัวนี้ชื่อว่า Pan de muerto หรือขนมปังที่เขาใช้กัน /กินกันในวันไหว้ผีคะ อธิบายง่ายๆวันไหว้ผีหรือ Dia de muerto ก็คือวันฮาโลวีนของคนเม็กซิกันนั่นเอง

หน้าตาขนมจะเป็นแบบนี้เป๊ะๆ อาจจะต่างบ้างเล็กน้อยแล้วแต่ว่ามาจากรัฐไหน บางเจ้าก็นิยมโรยงาขาวบนตัวขนมปังก่อนอบ บ้างก็แค่โรยน้ำตาลและผงซินนาม่อน บ้างก็ไม่ใส่อะไรเลย…

แล้วเว่อร์ชั่นนี้แปลกสำหรับคนเม็กซิกันอย่างไร?

รสชาดโดยดั้งเดิมของขนมปังชนิดนี้จะมีเหมือนขนมปังเนยสดบ้านเราแต่เนื้อจะแห้งกว่า นิยมหยดน้ำหอมหรือน้ำมันสกัดจากดอกส้มลงไปเพราะพวกเขามีความเชื่อว่า เป็นกลิ่นน้ำหอมของภูตผีหรือบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วนั่นเอง… ปีนี้แพมไม่ได้ทำแบบนี้คะ แพมเปลี่ยนจากกลิ่นส้มเป็นชาเขียวมัชฉะที่แพมหอบหิ้วมากจากเชียงใหม่(เป็นอินทรีย์ด้วยน้า…ละเอียดมากๆ)และเพิ่มความนุ่มชุ่มเนยไปมากกว่าเดิม แค่ขึ้นรูปเป็นรูปทรงแบบเค้าเดิมเฉยๆ …ใครอยากลองเว่อร์ชั่นเดิมแบบต้นตำรับก็สามารถทำได้ คลิ๊กตามลิ้งค์นี้ได้เลยคะ

ที่บอกว่าแปลกสำหรับเขา เพราะเมื่อทำเสร็จแล้วเอาไปฝากเพื่อนๆคนเม็กซิกันด้วยกัน…ประโยคแรกที่เขาพูดขึ้นมา Wow! Look yummy! ต่อพอเขาเริ่มกัดกินเข้าไปคำแรก…มักจะพูดออกมาว่า ….”เฮ้ยย มันขนมอะไรอะ เหมือนขนมบ้านฉันแต่รสชาดคนละอย่างเลย น่าสนใจดีนะ…อร่อยไปอีกอย่าง” ฮ่าฮ่าๆ ไม่รู้เขาพูดให้เราดีใจรึเปล่า เพราะขนมหรือเบเกอรี่ของคนที่นี่ไม่ค่อยมีใครใช้ชาเขียวมัฉชะเป็นส่วนผสมนะหรือถ้ามี ก็แทบจะไม่เห็นเลย เปอร์เซ็นน้อยมากๆ

Pan de Muerto(Matcha Green Tea)

สามารถประยุกต์เป็นขนมปังชาเขียวเนยสด,ขนมปังหวานกลิ่นชาเขียว,ดินเนอร์โรลชาเขียว,ขนมปังแซนวิชชาเขียว ฯลฯ

ส่วนผสม

แป้งขนมปัง 4+1/2 ถ้วย (หรือจะใช้เป็น แป้งขนมปัง 4 ถ้วย + แป้งโฮลวีทละเอียด 1/2 ถ้วยก็ได้คะ เฮลตี้ขึ้นมาอีกหน่อย)

เนยจืดนิ่ม 160  กรัม

ไข่ไก่เบอร์สอง 2 ฟอง

น้ำตาลทรายขาว 1/2  ถ้วย

เกลือ 1  ช้อนชา

ผงชาเขียวมัชฉะเกรดเอ ชนิดละเอียด 3 ชต.


น้ำยีสต์ 

ยีสต์แห้ง 2 +1/2 ช้อนชา

นมอุ่นๆ 1  ถ้วย (เพิ่มเติมได้ 2-3 ช้อนโต๊ะถ้ารู้สึกแป้งโดว์แห้งเกินไป)


เพิ่มเติม

เนยจืดสำหรับทาหน้าขนมหลังจากอบเสร็จ

น้ำตาลทรายขาวสำหรับโรยหน้าขนม

ไข่ไก่ 1 ฟอง + น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ ตีผสมกันเพื่อใช้สำหรับทาหน้าขนมปังก่อนอบ

วิธีทำ

•เริ่มจากเทสยีสต์ก่อนนะคะ โดยการผสมนมอุ่นๆกับยีสต์แห้งเข้าด้วยกัน คนๆให้เข้ากันเล็กน้อย ทิ้งไว้ 5 นาที ถ้าน้ำยีสต์เริ่มเกิดเป็นฟองๆด้านบน แปลว่สยีสต์ยังดี ยังแอกทีฟสามารถใช้ทำขนมปังได้เลยคะ แต่ถ้าไม่มีฟองเลย เงียบสนิท เตรียมเททิ้งแล้วไปหาซื้อยีสต์ซองใหม่เลยนะคะ

•ในโถขนาดใหญ่ ผสมแป้งขนมปัง,ผงชาเขียว,เกลือและน้ำตาลเข้าด้วยกัน เทน้ำยีสต์ในขั้นตอนแรกลงไปให้หมด ใช้ไม้พายคนผสมให้เข้ากัน

•ตอกไข่ลงในถ้วยเล็กๆ ใช้ส้อมตีจนแตกให้หมด เหมือนเรากำลังจะทำไข่เจียว เทไข่ลงในโถแป้ง ใช้มือนวดจนแป้งโดว์เริ่มจับกันเป็นก้อนๆ

•ใส่เนยจืดลงไปคะ นวดๆๆๆๆๆละก็นวดจนแป้งเนียนดี ในขั้นตอนนี้ควรจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีนะคะ

•ให้เข้ากันจนเนียนสุดๆ (แทบจะขึงเป็นฟิมล์ได้)

•ดึงหน้าขนมปัง จากนั้นคลุมด้วยพลาสติกหรือหม้อไว้อย่างน้อย 30 นาทีหรือจนกว่าขนมปังจะขยายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

•เมื่อโดว์ขนมปังขยายออกเป็นสองเท่าแล้ว ชกไล่ลม จากนั้นแบ่งโดว์เป็นก้อนๆเท่าๆกัน ขนาดขึ้นอยู่กับความชอบนะคะ แต่ครั้งนี้แพมแบ่งโดว์ให้มีขนาดประมาณ 120 กรัม

•จากโดว์ 120 กรัม ให้แบ่งเป็นสองกัน 90  กรัม (1 ก้อน) และ 30 กรัม ( 1 ก้อน)

•คลึงก้อนก้อนใหญ่(90 g.) จนหน้าเนียนตึงดี ส่วนก้อนเล็ก 30 กรัม ให้แบ่งเป็นก้อนเล็กๆอีก 3 ก้อน นั่นก็คือ

» 5 กรัม (1 ก้อน) เอาไว้ทำจุกตรงกลางของขนมปัง คลึงจนกลมเนียน ดิกๆ

» 12.5 กรัม (2 ก้อน) เอาไว้ทำเส้นไขว้บนตัวแป้งโดว์ คลึงให้เป็นเส้นยาวๆประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวขนมปังก้อนใหญ่ จากนั้นใช้นิ้วมือทั้งสี่กดคลึงช่วยกันจนมีลักษณะเป็นข้อๆ คลึงไปๆมาๆบนโต๊ะนวดแป้ง

วิธีประกอบร่าง

•วางตัวแป้งโดว์ในบรรทัดสีแดง ไขว้ลงบนหน้าแป้งโดว์ขนาดใหญ่ ไขว้เป็นรูปกากบาท จากนั้นใช้แป้งก้อนกลมเล็กๆ ตัวหนังสือสีชมพู แปะไว้ตรงกลางของตัวขนมเหมือนจุกเล็กๆ

•พรูฟขนมปังจนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ในขณะที่พรูฟ ควรจะหาอะไรคลุมแป้งโดว์ให้เรียบร้อยนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ขนมปังแห้ง

•ทาหน้าขนมปังด้วยไข่ไก่ผสมน้ำเปล่าบางๆ

•วอมเตาอบให้แตะถึงอุณภูมิ 180 C ไฟบนล่าง ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลม ใช้เวลาอบขนมประมาณ 25-35 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวขนม

•ผึ่งขนมบนตะแกรง ทาหน้าขนมด้วยเนยจืดละลาย บางๆ จากนั้นโรยด้วยน้ำตาลทรายขาว

เสร็จแล้วคะะะ  PAN DE MUERTO  อาจจะดูซับซ้อนเล็กน้อย แต่ถ้าได้ลงมือทำในครั้งแรกจะพบว่าไม่มีอะไรยากเลยคะ

ขอให้มีความสุขกับการทำขนมอร่อยๆและแบ่งปันให้คนอื่นๆ <3 สุขกว่ามากกกกกก

Sourdough Pancakes ~ แพนเค้กจากยีสต์ซาวโดว์ที่เหลือใช้

หลายคนคงจะเจอกับประสบการณ์นี้คือ เวลาทำเราขนมปังจากยีสต์ธรรมชาติ เรามักมียีสต์ซาวโดว์เหลือใช้อยู่ตลอดเวลา แบ่งให้เพื่อนก็แบ่งไปแล้ว (จนเพื่อนเบือนหน้าหนี เพราะเพื่อนยังไม่มีโอกาสทำต่อ ฮ่าฮ่าฮ่าๆ ) ,ทำปุ๋ยก็จัดมาละ , ผสมกับแป้งและน้ำใหม่เพื่อขยับขยายสายพันธุ์น้องยีสตฺก็ทำมาแล้ว บลา บลา บลา จนในที่สุดมันเหลือเยอะมาก ตู้เย็นแทบไม่มีที่แช่อาหารเพราะเต็มมมมไปด้วยยีสต์ธรรมชาติหลากหลายสายพันธุ์ หลายช่วงอายุซะด้วย…

จะเททิ้งก็เสียดาย(โอ้โห้…แป้งเกือบครึ่งโลแหนะ หลายคนอาจเหลือเป็นกิโลด้วยซ้ำ เสียดายๆๆๆๆ ) ทำไงดีๆ

แพมเป็นคนนึงที่เจอกับสถานการณ์นี้ตลอดและยิ่งไม่ได้อยู่ที่ไทย ไม่รู้จะแบ่งน้องยีสต์ไปให้ใครดี…วันนี้เลยจับมาแปรสภาพเป็นอาหารเช้าอร่อยๆแทนละกัน นั่นก็คือ แต๊นแตนนนนนนน!!

Sourdough Pancakes ~ แพนเค้กจากยีสต์ซาวโดว์ที่เหลือใช้

สูตรนี้แพมประยุตก์มาจากเว็บไซส์ NYTIMES คะ

แต่แพมปรับปรุงสูตรเขาเล็กน้อยนะ ดูตามรายละเอียดข้างล่างเลยคะ

ยีสต์ซาวโดว์เก่าที่ไม่เคยให้อาหารเพิ่มอีกเลย

เริ่มกันเรยยยจร้าาาาา

ส่วนที่ 1 : Sponge ต้องทิ้งไว้ ณ อุณหภูมิห้องอย่างน้อย 6-8 ชม.นะคะ

ยีสต์ซาวโดว์เก่าๆที่ไม่เคยให้อาหารเลย 1 ถ้วย (240 g.)

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย

นมจืด 1/2 ถ้วย

แป้งสาลีขนมปัง 1+1/4  ถ้วย

น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

*** ผสมทุกอย่างตามลิส คนๆๆให้เข้ากัน จากนั้นทิ้งไว้ ณ อุณหภูมิห้อง(หาอะไรคลุมด้วยนะคะ) 6-8 ชม.

ส่วนที่ 2 : ส่วนผสมแพนเค้ก

สปองค์ที่ทิ้งไว้ข้ามคืนทั้งหมด

ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 1 ฟอง

น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย

เกลือป่น 1/4 ชช.

วนิลา 1 ชช.

เนยจืดละลาย 1/2 ถ้วย

เบ๊กกิ้งโซดา 1/2 ชช.

วิธีทำ

1.ผสมทุกอย่างตามลิสในส่วนที่ 2 จากนั้นใช้ตระกร้อมือคนๆให้เข้ากัน ลักษณะแป้งจะเหมือนแป้งแพนเค้กทั่วไปแต่จะฟูฟ่องกว่าเดิมคะเพราะความเปรี้ยวของยีสต์ซาวโดว์เก่า

2.ตั้งกระทะเทฟล่อนหรือ Non-stick ไฟปานกลาง ทาน้ำมันหรือเนยบางๆ

3.ตักส่วนผสมแพนเค้ก ประมาณ 1/3 ถ้วย ลงไปทอดในกระทะ ทอดให้สุกทั้งสองด้าน

4.เสริฟแพนเค้กคู่กับกล้วยหอม น้ำผึ้ง ซอสช็อกโกแแลตามใจชอบเลยจ๊ะ

ปล. เนื้อแพนเค้กจากยีสต์ซาวโดว์นะคะ เนื้อจะฟูและหนืดๆเล็กน้อยเมื่อทิ้งไว้ให้เย็น รสชาดและเนื้อสัมผัสจะแตกต่างจากแพนเค้กแบบปกติๆไปซักหน่อย แต่อร่อยคะ ถ้าใครทำวาฟเฟิลแทนก็สามารถทำได้เลย โดยใช้แป้งเหมือนกันเลยคะ แต่เปลี่ยนจากกระทะเป็นเครื่องทำวาฟเฟิล

ผ่านไป 6 ชม. สังเกตความเปลี่ยนแปลงของสปองค์จากรูปด้านล่างได้เลยคะ

ขอให้มีความสุขกับการทำอาหารนะคะ ….
ถ้าใครสนใจ E-book ยีสต์ธรรมชาติและการทำขนมปังแบบเบสิกๆ

สามารถส่งอินบ็อกซ์มาหาแพมได้ที่ฟซบุ๊คแฟนเพจหรือที่อิเมล์นะคะ ฟรีคะ ยินดีมากๆ

Whole wheat and Rice Flour Shortbread

แพมชอบคุกกี้อร่อยๆคะ ชอบมากถึงมากที่สุด แต่หากินยากคะคุกกี้อร่อยๆเนี่ยเพราะมันดูเหมือนทำง่ายๆนอะ แต่คุกกี้ไม่อร่อยนั้นมันซ่อนรสชาดยากจริงๆ ยิ่งถ้าวัตถุดิบไม่ถึง จบกัน เช่น ใช้เนยเทียมแทนเนยจริงเงี่ย,ใช้ช็อกโกแลตชิพปลอมแทนช็อกโกแลตจริง กัดทีนึงติดเพดานปากเลยทีเดียว,วนิลาปลอมๆ…. ลืมไปเลยคะว่ามันจะอร่อยเหมือนที่สูตรบอก….

แล้วแพมชอบคุกกี้ประเภทไหน?
⇒ ชอบทุกประเภทแต่มันต้องอร่อยนะ แพมชอบเนยแท้ๆ ชอบมากกกก ถ้าวันไหนอบขนมปังเสร็จใหม่ๆ สิ่งที่แพมชอบทำเป็นอันดับแรกๆก็คือ สไลด์ขนมปัง ทาเนยอร่อย ให้เนยมันละลายชุ่มติดเนื้อขนมปังหรือบางครั้งก็จะเอาไปจี่กับกระทะ….เฮ้ออออ….ฟิน ฟิน ฟิน ไม่ขออะไรมากแล้ว ดังนั้นถ้าคุกกี้ตัวไหนใช้เนยจริงๆทำ แพมกินหมดคะ …แล้วหยุดกินยากด้วยซินะ ….เหตุผลสุดท้ายเนี่ยแหละ ประเด็นเลยที่ไม่อยากทำคุกกี้อร่อยๆติดไว้ในบ้านเพราะมันหยุดกินไม่ได้จริ๊งจริงงงง!! เดินผ่านตู้เย็นเมื่อไหร่ต้องแอบจกกิน…. lol

.
คุกกี้สูตรนี้ แพมใช้แป้งข้าวเจ้าและแป้งโฮลวีทละเอียดๆเป็นหลักคะ แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวโพดทำให้เนื้อคุกกี้ร่วนกรอบและยังทำให้คุกกี้มีกลิ่นที่หอมอีกด้วยคะ ถ้าใครอยากเพิ่มลูกเล่น ความเก๋ไก๋ สามารถเปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าเป็นแป้งข้าวชนิดอื่นๆได้เช่นกัน เช่น แป้งข้าวไรส์เบอรี่,แป้งข้าวสีนิล,แป้งข้าวกล้อง,แป้งข้าวมะลิแดง (ถ้าใครสนใจแป้งข้าวประเภทแบบนี้ แพมแนะนำให้ติดต่อรถชำเปลี่ยนโลกและที่สำคัญเป็นอินทรีย์ด้วย ขายในปริมาณน้อยๆและโม่เองสดๆใหม่ๆคะ) ส่วนแป้งโฮลวีท แนะนำให้ใช้แบบละเอียดๆนะคะ (ยี่ห้ออิมพีเรียลขออนุญาติตัดออกไปเลยนะคะ เพราะหยาบมากและไม่อร่อยคะ…แพมไม่ปลื้มเลย….แรงงง!)

Whole wheat and Rice Flour Shortbread

(คุกกี้เนยสดแป้งโฮลวีทและแป้งข้าวเจ้า)

Continue reading →